ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาหุ้นจะขึ้นแบบไม่มีวอลุ่ม

Last updated: Sep 4, 2017  |  470 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิว/สรุปหนังสือ

 

 

ผู้เรียบเรียง    Investon  

 

Q : คุณมีวิธีประเมินหุ้นที่ทำ New High แบบวอลุ่มน้อยอยู่เรื่อยๆ อย่างไร?

 

Minervini : หุ้นมีความต้องการน้อยแต่ผมก็จะไม่ขายหุ้นเพียงเพราะว่าราคาหุ้นขึ้นแบบวอลุ่มน้อย หุ้นหลายตัวสามารถวิ่งขึ้นไปได้ไกลพอสมควรโดยที่มีวอลุ่มเทรดไม่มากนัก

 

Ryan : โดยทั่วไป คุณต้องการให้หุ้นขึ้นพร้อมวอลุ่มที่มากขึ้นและย่อตัวลงมาแบบวอลุ่มน้อยลง เพราะการซื้อขายของสถาบันคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาด และสถาบันไม่สามารถหลบซ่อนข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาต้องซื้อและขายหุ้นเป็นจำนวนมากอยู่เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องประเมินให้ดีก็คือวอลุ่มมันเป็นอย่างไร ณ จุดสำคัญต่างๆ ที่มีนัยยะของหุ้นตัวนั้น อย่างเช่นบริเวณแนวเบรกเอาท์แถวจุดสูงสุดใหม่ การเบรกดาวน์ร่วงลงจากฐานราคาหรือแม้แต่เวลาที่หุ้นตกลงไปหลุดต่ำกว่า Low ของครั้งก่อน ในขณะที่หุ้นกำลังเบรกเอาท์ออกจากฐานราคา ผมอยากเห็นว่าวอลุ่มเทรดเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับวอลุ่มเฉลี่ยของช่วง 50 วันก่อนหน้านี้

 

ผมยังอยากเห็นวอลุ่มเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยสามวัน เพราะมันเป็นสัญญาณว่าสถาบัน-กองทุนขนาดใหญ่และเฮดฟันด์ต่างก็กำลังเข้าซื้อหุ้นตัวนั้น ถ้าหุ้นเบรกเอาท์ทำ New High แต่มีวอลุ่มเข้ามาวันเดียวแล้วไม่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นสัญญาณบอกผมว่า การเบรกเอาท์ครั้งนี้อาจจะเป็นแค่เทรดเดอร์บางกลุ่มที่เข้ามาผลักดันให้ราคาหุ้นทำ New High

 

หลังจากที่หุ้นเบรกเอาท์ได้อย่างสวยงามไปซักระยะหนึ่งแล้ว วอลุ่มสามารถลดลงกลับสู่ค่าเฉลี่ยต่อวันหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยได้มันเหมือนการปล่อยจรวดออกจากฐานที่ในช่วงแรกคุณต้องการเชื้อเพลิงจำนวนมากเพื่อให้มันพุ่งทะยานไปได้ไกล แต่เมื่อมันอยู่บนชั้นบรรยากาศแล้ว มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงมากนักในการทำให้มันยังลอยขึ้นต่อไปได้ การเทรดหุ้นที่เบรกเอาท์ก็เช่นเดียวกัน

 

Zanger : สุดยอดหุ้นที่มีการวิ่งขึ้นได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์จะเบรกเอาท์ด้วยวอลุ่มจำนวนมหาศาล และการวิ่งขึ้นของมันสามารถเกิดขึ้นนานถึงสามถึงสี่เดือนก่อนที่แรงซื้อจะเริ่มหมดลง การที่หุ้นทำ New High แบบวอลุ่มน้อยก็ถือว่าเป็นส่วนนึงของธรรมชาติการเคลื่อนไหวของหุ้น ในกรณีแบบนี้แสดงว่าจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ได้ถูกซื้อไปโดยกลุ่มคนที่รู้ข้อมูลก่อนคนอื่นไปจนหมดแล้ว คนที่มาร่วมงานเลี้ยงช้าจะเหลือหุ้นให้ซื้อจำนวนไม่มากนัก แต่เมื่อถึงเวลานั้น ซึ่งน่าจะประมาณ 3 ถึง 8 เดือนหลังการวิ่งขึ้นรอบใหญ่ของหุ้น กลุ่มคนที่เก็บหุ้นมาก่อนหน้าก็เตรียมที่จะเก็บกำไรกันแล้ว การเทขายเริ่มเกิดอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ และคนที่มาช้าก็จะโดนเผาเรียบเวลาที่กลุ่มนักลงทุน-สถาบันเริ่มขายหุ้นเพื่อทำกำไร

 

Ritchie II : ผมชอบประเมินวอลุ่มร่วมกับการดูพฤติกรรมราคา เช่น ถ้าหุ้นเบรกเอาท์ด้วยวอลุ่มจำนวนมากแต่ราคาปิดกลับบวกไปได้นิดเดียว มันจะบอกผมว่า ณ บริเวณนั้นแรงซื้อกับแรงขายใกล้เคียงกันมาก นั่นหมายความว่าการเบรกเอาท์ครั้งนี้ควรระวังหรือตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ส่วนหุ้นที่ทำ New High ด้วยวอลุ่มที่น้อยก็ไม่ได้ถือว่าแย่ เพราะสุดท้ายแล้ว ราคาหุ้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม แม้ว่าส่วนตัวผมมีแนวโน้มที่จะรอให้หุ้นเกิดการปรับตัวที่รุนแรงได้จริงก่อน ถ้าผมรู้สึกว่าวอลุ่มในตอนนั้นมันยังไม่ใช่ 

 

 


  สั่งซื้อหนังสือ คลิก