เมื่อศรีสวัสดิ์รับฝากเงิน ปลดล๊อกข้อจำกัดในการเติบโต

Last updated: Sep 15, 2017  |  1229 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

 

ผู้เขียน    Investon  

 

ตอนแรกเห็นโฆษณาผ่านๆ ใน Facebook ว่ามีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 3.40% ก็คิดว่ามีเงื่อนไขตัวเล็กๆ เหมือนธนาคารทั่วไป แต่พออ่านรายละเอียดแล้วกลับพบว่าคนที่รับฝากไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เป็นบริษัทที่เราคุ้นหูกันดีนั่นคือ "ศรีสวัสดิ์" หรือหุ้น SAWAD นั่นเอง


ถามว่าเหนือความคาดหมายหรือไม่ที่บริษัทเช่าซื้อมารับฝากเงิน.. ก็ไม่นัก แต่แปลกใจที่ไม่คิดว่าจะทำเร็วขนาดนี้และมีคนฝากเงินไวมาก


โครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นในปี 2560 แต่ยอดเงินฝากก็ทะลุ 3,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย (อ้างอิงจากงบการเงินงวด Q2/60) การที่ SAWAD สามารถรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไปได้ ก็เป็นผลมาจากการรวมธุรกิจกับ BFIT หรือบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาธร จำกัด (มหาชน) ทำให้ปลดล็อกข้อจำกัดหลายๆ อย่างทางด้านกฎหมายได้


ข้อดีของการใช้เงินฝากมาเป็นฐานทุนในการปล่อยสินเชื่อ นอกเหนือไปจากจะได้เม็ดเงินจำนวนที่มากขึ้นแล้ว ยังเป็นเรื่องของต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำลงด้วย แม้เงินฝากที่โปรโมทออกมาจะให้ดอกเบี้ยสูงถึง 3.4% แต่ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่ฝากประจำ 3 ปี ถ้าฝากสั้นกว่านั้นเช่น 2 ปีหรือปีเดียว อัตราดอกเบี้ยจะลดลงเหลือ 3.0% และ 2.5% ตามลำดับ ทำให้โดยเฉลี่ยแล้วต้นทุนดอกเบี้ยจริงๆ อาจอยู่ที่ไม่ถึง 3.0% ด้วยซ้ำไป ซึ่งหากเทียบกับต้นทุนดอกเบี้ย 3.5%++ จากหุ้นกู้ที่บริษัทได้ออกขายก่อนหน้านี้ ก็ถือว่า SAWAD ประหยัดเงินได้พอสมควรเลย


อีกทั้งเงินฝากที่ออกมายังจำกัดเฉพาะผู้ที่ฝากเกิน 3 ล้านบาท ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่มากเกินไปจนคนเข้าไม่ถึง แต่ก็ไม่น้อยเกินไปจนต้องรับลูกค้ารายย่อยเยอะๆ เช่นกัน บริษัทเองก็มีสาขาพร้อม เข้าถึงคนแทบทุกพื้นที่ แม้จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ในเรื่องการฝากเงิน แต่ธนาคารดั้งเดิมก็ต้องมีอาการร้อนๆ หนาวๆ กันบ้าง ยิ่งยุคนี้ดอกเบี้ยต่ำ ผลตอบแทนสูงๆ เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการอยู่แล้ว ดีซะอีกที่ไม่ต้องไปแบงค์และเจอกับการขายประกันด้วย


ผมเองไม่ได้มีหุ้นนี้เป็นการส่วนตัว แต่บอกได้คำเดียวว่าน่าติดตามงบการเงินหลังจากนี้มาก และเชื่อว่าความได้เปรียบใหม่ตรงนี้จะปลดล็อกการเติบโตของ SAWAD ให้ทะยานเหมือนที่ผ่านมาได้ครับ