อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุนเด็ดขาด

Last updated: Sep 25, 2017  |  446 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิว/สรุปหนังสือ

 

 

ผู้เรียบเรียง    Investon  

 

Q : คุณจะตัดสินอย่างไรว่า เวลาไหนที่เราควรขายหุ้นที่มีกำไรมากพอสมควรและมันเริ่มย่อตัวลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าตลาดยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นด้วย ?

 

Minervini : คมันไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตายตัว กฎทั่วไปของผมก็คืออย่าปล่อยให้กำไรที่มีพอสมควรกลายเป็นขาดทุน ถ้าหุ้นยังไม่ได้วิ่งขึ้นไปมากผมก็จะใช้จุดตัดขาดทุนอันแรกสุดไปก่อน แต่เมื่อผมเริ่มมีกำไรที่ดีในระดับหนึ่ง ผมจะเข้าสู่โหมดของการปกป้องกำไร โดยผมจะตั้งจุดขายเพื่อเก็บกำไรก้อนหลักเอาไว้และผมหวังว่าจะขายทำกำไรไปบ้างแล้วตอนที่หุ้นพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนี่เป็นวิธีการที่ผมชอบ

 

Ryan : ปกติแล้วจะไม่ใช่ว่าหุ้นย่อลงมากี่เปอร์เซ็นต์แล้วผมถึงจะขาย แต่ผมใช้เครื่องมือทางเทคนิคอลหรือเมื่อปัจจัยพื้นฐานเริ่มเปลี่ยน ผมจะไม่ตัดสินใจเทรดแบบได้หมดหรือเสียหมด (All-or-nothing) ในครั้งเดียวโดยเฉพาะกับหุ้นที่ผมมีกำไรอยู่ แต่ผมจะทยอยซื้อและทยอยขายแทน


ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นไปแรงมากและไปไกลพอสมควรแล้วดูเหมือนเริ่มจะย่อตัวลงมา ผมอาจจะขายทำกำไรออกไปบางส่วน แต่ผมไม่เคยต้องการเสียหุ้นที่มีลักษณะเป็นผู้นำตลาดไปทั้งหมด เพราะถ้าคุณขายหุ้นไปจนหมดบางครั้งคุณอาจจะพลาดการวิ่งขึ้นรอบต่อไปของมันได้

 

Zanger : จริงๆ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะเช่น ผมถือหุ้นตัวนั้นเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของพอร์ต องศาการขึ้นของหุ้นมันมีความชันมากน้อยแค่ไหน หุ้นขึ้นมาไกลแค่ไหนแล้วและสภาพคล่องของหุ้นเป็นอย่างไรบ้าง


ยิ่งหุ้นขึ้นแบบชันมากและวิ่งไปไกลจากบริเวณแนวเบรกเอาท์มากเท่าไหร่ ผมก็จะให้โอกาสมันน้อยลงเท่านั้น ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นไปด้วยความชันประมาณ 30 องศาและขนาดของหุ้นก็ไม่ได้ใหญ่มากนักในพอร์ต ผมจะให้โอกาสมันย่อตัวได้มากพอสมควร และใช่เลยครับ ประโยคข้างต้นนั้นได้มาจากการสังเกตของผมเองซึ่งก็คือยิ่งกราฟมีความสูงชันมากเท่าไหร่ราคาหุ้นก็จะยิ่งผันผวนมากขึ้น


สำหรับจุดขายทำกำไร เทรดเดอร์หลายคนจะใช้การเบรกลงมาต่ำกว่าเส้น SMA 10 วันซึ่งผมจะใช้เป็นบางครั้ง หรือเส้น SMA 21 วัน ทั้งสองเส้นนี้ใช้ได้ผลดีและถูกใช้อยู่บ่อยครั้งทั้งตัวผมเองและคนอื่นๆ ผมยังสามารถใช้การไต่ระดับของเส้น Trendline หรือแท่งกลับตัวของหุ้นเป็นจุดขายได้ด้วย ผมไม่เคยยึดติดว่าตัวเองต้องใช้เครื่องมือเดียว กล่องอุปกรณ์ของผมเปิดอยู่ตลอดเวลาและผมก็จะใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด 

 

Ritchie II : ในความคิดของผมประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดของการสวิงเทรดเลย เพราะบ่อยครั้งหุ้นที่คุณขายทำกำไรก้อนใหญ่สุดในช่วงที่มันขึ้นกลับวิ่งขึ้นไปต่ออีกเยอะมาก คำตอบเลยขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ผมเรียกว่าอาการ “ปกติ” ที่คุณสามารถรับมือได้เวลาที่หุ้นย่อตัวลงมา


ตัวอย่างเช่น ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นไปพอสมควรแล้วแต่ยังไม่มีการย่อตัวลงมาเลย การย่อตัวลงมาแรงๆ ซักครั้งก็ถือว่าเป็นอาการปกติ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการถือหุ้นผ่านช่วงที่ราคาย่อลงมาเยอะ คุณก็ต้องขายทำกำไรออกไปบ้างจนเหลือจำนวนหุ้นในระดับที่คุณตั้งใจจะถือผ่านช่วงที่มันย่อตัวแรงๆ ได้


ปกติแล้วผมจะคอยสังเกตวอลุ่มตอนที่หุ้นย่อตัวลงมามากกว่าคอยดูว่าหุ้นย่อลงมากี่เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหุ้นวิ่งขึ้นไปมากกว่า 20% โดยที่ยังไม่มีการย่อตัวลงมาเลย มันก็ควรจะย่อลงมาไม่เกินซักสองในสามของการเคลื่อนไหวในรอบนั้น และถ้าหุ้นตัวไหนย่อลงมาแรงมาก ผมก็ต้องการเห็นว่ามันสามารถเด้งกลับขึ้นไปแรงๆ ได้ด้วยเช่นกัน พฤติกรรมราคาหุ้นควรยืนยันภาพแนวโน้มขาขึ้นอยู่เสมอและถ้าให้ดีไม่ว่าราคาหุ้นจะย่อตัวลงมามากน้อยแค่ไหน วอลุ่มเทรดก็ควรจะดูดีสอดคล้องกัน โดยถ้าหุ้นย่อลงมาพร้อมวอลุ่มที่มากกว่าค่าเฉลี่ยแล้วนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่มีแรงเด้งกลับ อย่างน้อยมันก็เริ่มเป็นสัญญาณว่าในตอนนั้นหุ้นไม่ได้ถูกสะสมอีกต่อไปแล้ว 

 

 


  สั่งซื้อหนังสือ คลิก