10 กับดัก ของการลงทุนในกองทุนรวม

Last updated: Dec 8, 2017  |  661 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

  

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลาให้กับการลงทุนเต็มร้อย กองทุนรวมจึงเป็นคำตอบสำหรับใครหลายคนและได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี ยิ่งกองทุนที่สามารถประหยัด ภาษีได้อย่าง LTF  RMF ก็ทำให้กองทุนรวมนั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ทั้งความง่ายในการซื้อเงินแค่พันเดียวยังซื้อได้ (บางที่ 500 บาทด้วยซ้ำไป) ไม่ต้องมานั่งปวดหัววิเคราะห์การลงทุนเอง และที่สำคัญมีผู้เชียวชาญซึ่งมีประสบการณ์และผ่านการสอบมามากมายคอยดูแลให้ชีวิตจะดีอะไรขนาดนี้ !

แต่เรารู้จักข้อยกเว้นบางอย่างของกองทุนหรือยัง ?

บางกองทุนมีจุดเด่นคือปันผลที่สูง แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า บางครั้งกองทุนที่เราคาดหวังว่าจะปันผล อาจจะไม่ปันผลก็ได้เช่นกัน

กองทุนรวมไม่ยาก ใครก็ลงทุนได้ แต่ไม่ได้ง่ายจนซื้อแบบไม่คิดแล้วจะมั่งคั่งได้ยามเกษียณอย่างเทคนิคการทำ DCA ที่ว่าเป็นเทคนิคที่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน

แต่กระนั้นก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่เหมาะกับบางสถานการณ์เท่านั้น

อย่าตกม้าตายกับเรื่องที่เรามองข้ามไปเลยครับ และนี่คือ 10 กับดักของกองทุนรวมที่นักลงทุนทุกท่านควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง !

 

 

1. เลือกกองทุนที่ไม่เหมาะกับความเสี่ยงของตนเอง

นักลงทุนแต่ละคนเองมีเป้าหมาย มีความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน และไม่มีทางจะเหมือนกันในแต่ละคนได้ เนื่องจากอายุ ภาระการใช้เงินที่มีในกระเป๋า รวมถึงเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกัน ดังนั้นนักลงทุนเองต้องเข้าใจความเสี่ยงของตนเองก่อนที่จะลงทุน 

หากนักลงทุนรับความเสี่ยงสูงไม่ได้ ก็ควรที่จะเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงปานกลาง หรือว่ามีกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

 

2. ค่าธรรมเนียมนั้นกัดกินผลตอบแทนกว่าที่คุณคิด

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนมักจะมองข้ามเวลาลงทุนกับกองทุนรวมก็คือ เรื่องของค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมที่ผมพูดถึงนี้ไม่ได้เป็นค่าธรรมเนียมในการซื้อ - ขาย กองทุนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน หรือที่เราเรียกว่า Total Expense ratio นั่นเองครับ 

ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้จะเก็บหรือว่าหักจาก NAV (สินทรัพย์สุทธิของกองทุน) โดยมีการเรียกเก็บทุกวัน ทำให้ยิ่งเราอยู่ในกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมสูงนานๆ ระยะยาวเราจะได้ผลตอบแทนที่ น้อยลงจนน่าตกใจ ที่สำคัญอย่าลืมว่า ต่อให้กองทุนขาดทุนอยู่ ค่าธรรมเนียมนี้ก็ยังโดนเก็บอยู่ดีนะครับ 

ดังนั้นต้องเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ แต่ผลตอบแทนสูงพอที่จะบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้

 

 

3. หลงรักกองทุนที่ถืออยู่มากเกินไป

เชื่อว่าหลายคนคงจะเลือกกองทุนมาเป็นอย่างดี ลงทุนกับกองทุนเดิมๆ มานาน ที่สำคัญผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ประเด็นสำคัญก็คือกองทุนเดิมที่เราชอบนั้น ผู้จัดการกองทุนอาจจะเปลี่ยนคนไปแล้ว หรือว่าทีมงานเองก็ไม่ได้บริหารต่อ หรืออาจจะเป็นเพราะว่านโยบายการลงทุนเปลี่ยน หรือแม้แต่ขนาดของกองทุนเอง ก็มีผลต่อการเลือกสินทรัพย์ เพื่อการลงทุนของกองทุนด้วย  

ส่งผลให้ผลตอบแทนที่ควรจะได้นั้นได้น้อยลง หรือว่าผลการดำเนินงานแย่ลงกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เราเองก็ควรจะตรวจสอบผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ

 

4. กองทุนนั้นไม่ใช่หุ้น อย่าคิดเก็งกำไรระยะสั้น

นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกับการลงทุนในหุ้น ที่ต้องอาศัยจังหวะในการขาย เพื่อทำกำไร หรือเพื่อหาจุดเข้าซื้อที่ดี แต่การลงทุนในกองทุนนั้นคงจะมองแบบนั้นไม่ได้ เนื่องจากว่าการอัพเดตของราคาหน่วยของกองทุนนั้นไม่ได้ เป็นแบบ Real time แต่จะเป็นการรับรู้ราคาหน่วยลงทุนก็ต่อเมื่อสิ้นวันไปแล้ว

ดังนั้นหากเราเก็งกำไรระหว่างวัน อาจจะได้ไม่ได้ราคาหน่วยลงทุนอย่างที่คิด ที่สำคัญในระหว่างวัน ผู้จัดการกองทุนเองอาจจะมีการปรับเปลี่ยนหุ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีก็เป็นไปได้  จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็งกำไรหากทิศทางของตลาดไม่ชัดเจน

 

 

5. ไม่รู้และไม่เข้าใจว่ากองทุนนั้นถือสินทรัพย์อะไรอยู่

แต่ละกองทุนเองก็มีสไตล์การ ลงทุนที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผลตอบแทนเองก็ต่างกันไปด้วย การที่นักลงทุนจะลงทุนกับกองทุนใดกองทุนหนึ่ง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องเข้าใจสไตล์ และแนวทางการลงทุนของแต่ละกองทุน เพื่อที่จะได้ลงทุนได้อย่าง สบายใจ 

ดังคำที่ผู้จัดการกองทุนอับดับหนึ่งตลอดกาลอย่าง Peter Lynch ได้บอกว่า "จงรู้ว่าคุณถืออะไรอยู่บ้าง และจงคิดว่าคุณถือมันไปทำไม"

 

 

6. ไม่วางแผนในการเข้าซื้อและการขายอย่างเป็นระบบ

ถึงแม้ว่าการจับจังหวะซื้อข ายกองทุนในแต่ละวันจะทำได้อย่างยากลำบากก็ตามที่ได้อธิบายไว้ในข้อ 4. แต่ถึงกระนั้นเราเองก็ไม่คว รที่จะปล่อยให้พอร์ตมีความผันผวนมากจนเกินไป เราอาจจะทำการขายเพื่อเก็บกำไร หรือทำการหาจังหวะการเข้าซื ้อได้ 

ซึ่งถ้าทำอย่างถูกจังหวะ สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยเราได้อย่างดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลาการลงทุนให้ถูก ต้องกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ อย่างมีวินัย ไม่ใช่เอะอะก็ซื้อ-ขาย จนมีการปรับกองทุนบ่อยๆ

อย่าลืมว่ากองทุนเองก็มีการคิดค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนกองทุน หรือว่าซื้อขายกองทุนอยู่ด้วยนะครับ บางคนซื้อๆ ขายๆ จนกำไรที่ได้มาต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมเสียหมด

 

7. ให้เวลาผู้จัดการกองทุนน้อยเกินไป

หลายครั้งผลตอบแทนที่ดีของก องทุนเองก็มาจากผู้จัดการกองทุนฝีมือดี มีประสบการณ์สูง แต่แน่นอนว่าบางครั้ง ผู้จัดการกองทุนเองก็สามารถผิดพลาดได้ นักลงทุนก็ควรที่จะเชื่อใจผู้จัดการกองทุนที่เราเลือกแล้วเป็นอย่างดี โดยให้โอกาสในการทำงานแก้ไขข้อผิดพลาดบ้าง 

หลายกองทุนที่ผมเคยเจออาจจะมีความผันผวนเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากการตัดสินใจที่ผิด พลาดไปของผู้จัดการกองทุน แต่กองทุนเหล่านั้นก็สามารถกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวกลับมาดีขึ้นได้อีกด้วย 

เราเองก็ควรที่จะต้องทำความเข้าใจนโยบายกองทุน และหากเราเลือกผู้จัดการกองทุนคนไหนแล้ว เราก็ควรที่จะไว้ใจ และให้โอกาสกับผู้จัดการกองทุน ทีม หรือบุคคลนั้นได้ทำงานอย่างเต็มที่ก่อนครับ

 

 

8. คิดว่ากองทุนต่างประเทศให้ผลตอบแทนดีกว่ากองทุนไทย

ในช่วง 3-4 ปีมานี้ กองทุนประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือกองทุนต่างประเทศ หรือว่า FIF ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า การลงทุนในกองทุนต่างประเทศ จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในประเทศ

ซึ่งผมคงต้องบอกว่าไม่ใช่ ทั้งนี้ผลตอบแทนของการลงทุนในกองทุน FIF ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของแต ่ละประเทศ, การไหลเข้าออกของ Fund Flow, อัตราแลกเปลี่ยน และสภาพตลาดหุ้นของแต่ละประ เทศ 

ทำให้บางครั้งการลงทุนในประเทศไทยที่เรารู้จักดี อาจจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในต่างประเทศก็เป็นไปได้ แต่ประเด็นสำคัญที่เป็นข้อดีในการลงทุนกับ FIF นั่นก็คือ การกระจายความเสี่ยงนั่นเองครับ

 

 

9. ลงทุนกองทุนรวมอยู่แล้วไม่ต้องกระจายความเสี่ยงก็ได้

เชื่อว่านักลงทุนเองก็อยากที่จะรวยเร็ว หลายๆ คนจึงลงทุนในกองทุนหุ้นเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีผลตอบแทนย้อนหลังที่ดี แต่ว่าระหว่างทางนั้นมีความผันผวนสูง ซึ่งทำให้คนจำนวนมากต้องท้อ ใจไปก่อนระหว่างทาง และหากเกิดวิกฤตขึ้นในตลาดหุ้น ก็อาจจะทำให้เราสูญเสียเงินได้มาก 

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนระยะยาวๆ มักจะทำสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ การกระจายความเสี่ยง และลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ เพื่อทำให้พอร์ตการลงทุนระยะยาวไม่ผันผวนมาก และยังคงทำผลตอบแทนได้ดีอยู่ และบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้นั่นเองครับ

 

 

10. เข้าใจว่า บลจ.ใหญ่ๆ จะทำผลตอบแทนได้เยอะเสมอ

การที่ บลจ. มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่มากมาย ไม่ได้หมายความว่ากองทุนจะทำผลตอบแทนได้ดี หากแต่อยู่ที่ฝีมือของผู้จัดการกองทุนมากกว่า แต่ทำไมบาง บลจ.จึงได้รับโอกาสในการบริหารสินทรัพย์ที่มากมายล่ะ?

ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีการบริการที่ดี รวมถึงมีฐานลูกค้าที่ฝากเงิ นกับธนาคารที่มีบริษัทลูกเป็น บลจ. จึงมีโอกาสที่จะได้ลูกแลลูกค้ามากกว่า บลจ.ที่ไม่ได้มีช่องทางในการขายผ่านธนาคารใหญ่ๆ ครับ

  

อบรมวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2561 

ณ โรงแรม จัสมิน รีสอร์ท พระโขนง (ฺฺฺฺBTS สถานีพระโขนง)