ข้อแตกต่างระหว่างออมหุ้นกับออมกองทุนหุ้นคืออะไร

Last updated: Jan 17, 2018  |  590 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

การออม นอกเหนือจากการฝากธนาคารแล้ว ในยุคนี้อย่างที่หลายๆ คนทำกันก็คือการออมเงินไว้ใน "หุ้น" และ "กองทุนหุ้น" เพื่อเอาชนะเงินเฟ้อให้ได้ เนื่องจากในระยะยาวแล้วตราสารทุนอย่างหุ้นให้ผลตอบแทนมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย (แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงนะ)

 

แล้วระหว่างออมเงินในหุ้นทุกเดือน กับออมผ่านกองทุนหุ้นทุกเดือน มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ?

 

 ออมผ่านหุ้นรายตัว 

 

ข้อดี

  • ถ้าเลือกถูกตัว ผลตอบแทนจะได้เป็นกอบเป็นกำ เช่น เลือกซื้อหุ้น CPALL เมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว
  • ได้ปันผลระหว่างที่ถือหุ้น

 

ข้อเสีย

  • หากพลาดจะขาดทุนหนักมาก เช่น พลาดไปซื้อหุ้นอย่างเช่น GL
  • แม้จะได้กำไร แต่ระหว่างทางที่ถือหุ้นอยู่ย่อมมีความผันผวน บางช่วงพอร์ตโฟลิโออาจแกว่งตัวมากกว่า -50% ได้

 

หุ้น SCC ที่แม้จะพื้นฐานดีแค่ไหนก็ตาม แต่ราคาหุ้นก็สามารถแกว่งตัวขึ้นลงมากกว่า 50% ได้ จากรูปนี้ บริเวณกรอบสี่เหลี่ยมคือช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008

 

 

 ออมกองทุนหุ้น 

 

ข้อดี

  • มีคนคอยดูแลพอร์ตการลงทุนให้
  • มีการกระจายการลงทุน เพราะกองทุนหุ้นจะมีการซื้อหุ้นหลายตัว
  • พอร์ตโฟลิโอ (อาจจะ) เหวี่ยงน้อยกว่าการออมหุ้นแบบรายตัว

 

ข้อเสีย

  • ผลตอบแทนอาจสู้การเลือกหุ้นเป็นรายตัวไม่ได้
  • มีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการเล็กน้อย
  • กองทุนหุ้นก็มีสิทธิ์ขาดทุนหนักได้
  • ไม่สามารถเลือกหุ้นเองได้ ต้องให้ผู้จัดการกองทุนเลือกให้

 

ดังนั้นแล้วการตัดสินใจว่าจะออมหุ้นรายตัวหรือออมกองทุน จึงต้องพิจารณาทั้งข้อดีข้อเสีย และความเหมาะสมกับตัวนักลงทุนเองด้วย ยกตัวอย่างเช่น บางคนเป็นเจ้าของกิจการที่หาเงินได้เยอะมากๆ แต่ไม่มีเวลาในการเลือกหุ้นเอง การออมในกองทุนหรือการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินมาให้ดูแลพอร์ตก็เป็นทางเลือกที่ดี หรือหากเป็นพนักงานประจำที่กลับบ้านมาแล้วมีเวลาว่าง ก็สามารถใช้เวลาเพื่อเลือกหุ้นเองได้

 

แต่ทั้งการออมหุ้นและออมกองทุนหุ้นต่างก็มีข้อดีทั้งสองอย่าง เพราะคีย์เวิร์ดสำคัญคือ “ออม” ซึ่งนั่นเป็นการฝึกวินัยในการลงทุนได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งตลาดช่วงนี้ทำ new high อย่างต่อเนื่อง คนที่ลงทุนในหุ้นอาจมีอาการลังเลอยู่บ้างว่าจะซื้อหุ้นหรือไม่ซื้อดี แต่สำหรับคนที่ใช้วิธีการออมทุกเดือนจะไม่เจอปัญหานี้ เพราะเราต้องซื้อทุกเดือนอยู่แล้ว

 

กราฟราคาของหุ้น CPALL ซึ่งล่าสุดนี้ราคาก็อยู่ที่ 80 บาทพอดิบพอดี

 

และพลังของการซื้อทุกเดือนมีความมหัศจรรย์มากกว่าที่คิด เชื่อหรือไม่ว่า หากนักลงทุนออมเงินในหุ้นอย่าง CPALL ทุกเดือนตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน ออมเพียงเดือนละ 2,000 บาท ก็สามารถเป็นเศรษฐีเงินล้านในตอนนี้ได้

 

ไม่เริ่มออมตอนนี้แล้วจะออมตอนไหน ออมกองทุนรวมหุ้นหรือออมหุ้นรายตัวก็ได้ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์เรามากที่สุดครับ

 


  แหล่งอ้างอิง  

วิธีเลือกกองทุนรวม : https://www.investing.in.th/product/52744/fftc-001