หุ้นแพงแบบนี้ยังน่าออมหุ้นอยู่อีกเหรอ

Last updated: Apr 18, 2018  |  872 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน Mindset

เครดิตภาพจาก : https://seekingalpha.com/article/237923-diversification-timing-can-be-everything


ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะอยากซื้อหุ้นให้ได้ราคาดีที่สุด ถูกที่สุด ด้วยจังหวะเวลาที่ดีที่สุด แต่มันก็เป็นเรื่องยากพอตัวสำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดหุ้นเหมือนนีกลงทุนมืออาชีพ ดังนั้นกลยุทธ์การซื้อเฉลี่ยทุกเดือน (DCA หรือ Dollar Cost Averaging) จึงตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนกลุ่มข้างต้นนี้มากมาย


แต่ตลาดวันนี้ วันที่ SET พุ่งไป 1850 จุดก่อนที่จะร่วงลงมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว บทวิเคราะห์หลายแห่งเริ่มปรับเป้าตลาดหุ้นไทยลง หรือบางแห่งอาจมองว่าเป็นขาลงซะด้วยซ้ำไป คนที่ DCA อยู่และจำเป็นต้องซื้อทุกเดือน ไม่ว่าจะหุ้นหรือกองทุนก็แล้วแต่ อาจเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า "เราจะซื้อหุ้นตอนแพงๆ เพื่ออะไรวะเนี่ย"


ความจริงก็คือ ไม่มีใครรู้ได้ว่าตอนไหนตลาดหุ้นแพงไปหรือถูกไป ไม่มีใครรู้ด้วยว่าหุ้นตัวนี้แพงไปหรือถูกไป


นักลงทุนอาจต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้ง ว่าจุดประสงค์ของการซื้อแบบ DCA มันคืออะไรกันแน่ ? คำตอบก็คือ มันเป็นกลยุทธ์เพื่อขจัดความเสี่ยงด้าน price และ market timing ออกไป และเน้นการถือสถานะในสินทรัพย์หรือหุ้นตัวใดตัวหนึ่งให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากเราเลือกที่จะขายหุ้นทิ้งเพื่อไปซื้อกลับตอนที่ราคาถูกกว่าเดิม (Short Against Port) ก็ไม่มีใครรับประกันว่าตลาดจะต้องลงตามที่เราคาดหวัง มันอาจขึ้นไปอีกจนต้องร้องขอชีวิตก็ได้


ตราบใดที่ดัชนี หุ้นรายตัว หรือกองทุนที่เราถือยังมีอนาคตที่ดี พื้นฐานต่างๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป การซื้อแล้วถือให้นานที่สุดยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ดีเสมอ (เฉพาะคนที่ลงทุนแบบ passive ด้วยการซื้อทุกเดือนเท่านั้นนะครับ ถ้าเป็นกลยุทธ์อื่นก็ต้องใช้วิธีคิดอื่นด้วยเช่นกัน) เพราะเกมของ DCA คือเกมที่มองภาพระยะยาวมากๆ ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากเราเลือกที่จะขายทุกอย่างเพียงเพราะตลาดแพง ตลาดร่วงลงอย่างที่คิดไว้ จะกล้าซื้อกลับหรือเปล่าถ้าเราไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุนมากมายนัก อีกอย่างหนึ่งก็คือ การ DCA ที่ถูกต้องจะต้องเป็นเงินที่เย็นมากๆ เท่านั้นถึงจะเอามาออมได้ หากเรารู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจกับตลาดที่ผันผวน หรือมีเหตุต้องใช้เงินในอนาคตอันใกล้ อย่าเอาเงินมา DCA กับหุ้นอย่างเด็ดขาด


ผลตอบแทนของกลยุทธ์ DCA อาจไม่สูงเมื่อเทียบกับวิธีการอื่น แต่เมื่อเทียบกับการที่นักลงทุนแทบไม่ต้องทำอะไรเลย มันอาจเป็นผลตอบแทนที่คุ้มกับค่าเหนื่อยมากที่สุดก็ได้ 

 

 

- เอก -

#FidelityPublishing #หนังสือหุ้นVI

 

  


  แหล่งอ้างอิง  

FFTC200 : คอร์สประเมินมูลค่าหุ้นที่เข้มข้นที่สุดในประเทศไทย ผู้สอนจากรายการ Money Talk