เทคนิคการปรับเส้นค่าเฉลี่ย

Last updated: Oct 12, 2018  |  2123 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน


เส้นค่าเฉลี่ย คือเครื่องมือทางเทคนิคชนิดหนึ่งที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังหลายๆ วันตามที่กำหนด แล้วพล็อตออกมาเป็นเส้นเพื่อหาแนวโน้มของราคา เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักลงทุนใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีการถกเถียงกันพอสมควรว่า จำนวนวันย้อนหลังที่เหมาะสมควรจะเป็นกี่วัน บางสำนักก็บอกว่าต้องย้อนหลัง 55 วัน บางสำนักก็บอกว่า 100 วัน บางสำนักบอกว่าต้องเป็นเลข fibonacci ฯลฯ


คนที่ใช้เส้นค่าเฉลี่ยค่อนข้างบ่อย และได้ติดตามบทความของ คุณเซียว จับอิดนึ้ง เป็นประจำ (อ่านบทความของเขาได้ที่ http://zyo71.blogspot.com) จะสังเกตเห็นได้จากบทความของเขาก็คือ หุ้นแต่ละตัวที่เขาลงทุนนั้น บางตัวก็ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 55 วัน บางตัวก็ 100 วัน นั่นอาจหมายความว่า ค่าเฉลี่ยย้อนหลังที่เหมาะสมแบบตายตัวนั้นอาจไม่มีจริง มีแต่การปรับเส้นค่าเฉลี่ยให้เหมาะสมกับหุ้นตัวนั้นๆ ไป เพราะหุ้นแต่ละตัวมีความผันผวนไม่เหมือนกัน เราจึงไม่สามารถกำหนดมาค่าเดียวและใช้แบบครอบจักรวาลได้


มาดูตัวอย่างหุ้นเหล่านี้กันดีกว่า


 

หุ้น  AU  กับเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 25 แท่ง ที่จุดสีเหลืองคือตอนที่ราคาย่อตัวลงมาใกล้กับเส้น EMA25




 

หุ้น  EA  ในตำนาน ก่อนหน้าที่ราคาจะขึ้นแรง เส้น EMA25 ก็รับอยู่ตลอด หลังจากนั้นราคาก็วิ่งแรงจนลอยเหนือเส้น EMA25 จนไม่มีจังหวะไหนเลยที่ราคาย่อตัวลงมารับกับเส้นค่าเฉลี่ย




 

หุ้น  GOLD  กับเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 55 แท่ง แต่หุ้น GOLD ต่างจากหุ้นอื่นตรงที่ราคานั้นเหวี่ยงขึ้นลงสูง และมีการพักตัวลึกมาก




 

หุ้น  RS  กับเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลังแบบ Fibonacci ที่ 34 แท่ง ก็เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งตลอดทางขาขึ้น และเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งตลอดทางขาลงที่ผ่านมาเช่นกัน




 

หุ้นซิ่งตัวแรกแห่งปีนี้  KCM  กับเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลังเพียง 10 วัน บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหุ้นตัวนี้มีการเก็งกำไรอย่างรุนแรง และยิ่งชันมากก็ยิ่งถูกทิ้งทุกราคาได้ง่าย




จุดสังเกตที่พบได้เพิ่มเติมก็คือ หากราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมาที่เส้นค่าเฉลี่ยเป็นครั้งที่ 2 แล้วสามารถเด้งกลับได้ จุดนั้นจะเป็นจุดที่คอนเฟิร์มว่าเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง X แท่ง สามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมกับหุ้นตัวนั้น แต่สิ่งที่ต้องระวังมันก็มี เนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ยจะไม่มีประโยชน์เมื่อราคาเคลื่อนตัวอย่างไม่มีแนวโน้ม หากดูกราฟแล้วไม่ชัด ต้องเพ่งแล้วเพ่งอีก จุดนั้นก็อาจไม่เหมาะสมเท่าไหร่ที่จะเข้าเทรด

 


ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOKLINEWEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing