ระบบ Triple Screen โดย Alexander Elder

Last updated: Jun 3, 2018  |  1246 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน รีวิว/สรุปหนังสือ

หนังสือ Come Into My Trading Room โดย Alexander Elder ที่พูดถึงเรื่องระบบ Triple Screen


ชาร์ทราคาหุ้นจะมีหลายไทม์เฟรมอย่างที่ทุกคนรู้กัน ไล่ตั้งแต่ภาพใหญ่ระดับ month (แท่งเทียนละเดือน) ไปจนถึงแท่งเล็กสุดอย่าง tick (แท่งละหนึ่งการซื้อขาย) คนที่ถนัดเล่นไทม์เฟรมไหนก็มักจะใช้ไทม์เฟรมนั้นในการเล่นเป็นหลัก โดยไม่ได้พิจารณากราฟราคาในภาพใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าประกอบกันด้วย


ทำให้เกิดปัญหาที่อาจพบเจอกันบ่อย เช่น กราฟราคาพุ่งมาสวยอยู่ดีๆ พอซื้อแล้วกลับหักหัวลงซะได้ หรือราคาออกข้างนานมากกว่าจะไปต่อ ซึ่งแน่นอนว่าเทรดเดอร์อย่างเราไม่ต้องการอะไรที่เสี่ยงขนาดนั้น ซื้อแล้วขึ้นในเวลาไม่นานยิ่งดี


คุณ Elder จึงได้คิดค้นระบบที่ชื่อ Triple Screen ขึ้นมา อันที่จริงมันก็คือการดูกราฟหลายๆ ไทม์เฟรมประกอบกันนั่นล่ะครับ เพียงแต่ของคุณ Elder นั้นมีชื่อเรียก และมีการใช้อินดิเคเตอร์หลายประเภทประกอบกันด้วย




ภาพของ Alexander Elder จากทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา




โดยวิธีการใช้งานก็คือ หากเทรดเดอร์มีการเล่นหุ้นในกราฟ day เป็นประจำ ให้มองกราฟในภาพที่ใหญ่กว่า 5 เท่า และเล็กกว่า 5 เท่า ดังนั้น ถ้าจะดูกราฟภาพใหญ่กว่าก็ต้องดูภาพ week เพราะกราฟ day 5 แท่ง = กราฟ week 1 แท่ง ส่วนภาพที่เล็กกว่า ก็ให้ดูกราฟ 60 min เพราะกราฟ 60 min 5 แท่ง = กราฟ day 1 แท่ง (เวลาทำการของตลาดในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 5 ชั่วโมง)


กราฟภาพใหญ่ จะเรียกว่า First screen 
กราฟภาพกลาง (ที่เราเทรดเป็นประจำ) จะเรียกว่า Second screen
กราฟภาพเล็ก จะเรียกว่ากราฟ Third screen


จบในส่วนแรกก่อนนะครับ ต่อมาส่วนที่สองคือเรื่องของอินดิเคเตอร์




อินดิเคเตอร์


อินดิเคเตอร์ คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากราคาเพื่อทำให้การวิเคราะห์ทำได้ง่ายขึ้น อินดิเคเตอร์เองมีมากมายหลายร้อยชนิด แต่หากจำแนกเป็นกลุ่มแล้ว จะสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่


Trend following ตามแนวโน้ม
Oscillator สวนแนวโน้ม
Miscellaneous เบ็ดเตล็ด


ถ้าดูแค่ชื่อก็พอจะบอกได้แล้วใช่ไหมครับ ? อย่างเส้นค่าเฉลี่ยเองก็เป็นอินดิเคเตอร์ประเภท trend following แบบไม่ต้องสงสัย และ RSI หรือ STO ก็จะเป็นอินดิเคเตอร์แบบสวนแนวโน้ม


แล้วมันจะเอามาใช้กับการดูหลายๆ ไทม์เฟรมได้อย่างไร


ในกราฟ First screen (ไทม์เฟรมใหญ่) เปรียบเสมือนกับสภาวะอากาศของหุ้นตัวนั้น ไม่มีชาวประมงคนไหนที่จะออกเรือยามอากาศแปรปรวน ถึงแม้จะมีโอกาสจับปลาได้ แต่โอกาสเรือล่มก็มีมหาศาล เช่นเดียวกับสภาพอากาศที่ดีก็ไม่ได้ทำให้จับปลาได้มากขึ้น แต่อย่างน้อยเรือก็ไม่ล่ม แล้วเราจะรู้ได่อย่างไรว่าหุ้นตัวนั้นมีสภาวะอากาศที่ดี ? ก็ต้องเป็นหุ้นที่อยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และประเภทอินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกได้ดีที่สุดว่าหุ้นตัวนั้นคือขาขึ้นหรือขาลง ก็คืออินดิเคเตอร์ประเภท trend following


จากในหนังสือ Come into My Trading Room นั้น คุณเอลเดอร์ได้ใช้เส้น MACD Signal เป็นเครื่องมือในการบ่งบอกถึงสภาวะของหุ้นในกราฟที่ 1 (ภาพใหญ่) หากเส้น MACD Signal ยังมีทิศทางที่ชันขึ้นได้ (แม้ว่าจะอยู่ต่ำกว่าเส้น 0) ก็ถือว่าหุ้นตัวนั้นผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นแรก เป็นหุ้นขาขึ้นและปลอดภัยพอที่จะเข้าเทรด




หุ้น PTT ในภาพ week สังเกตที่ด้านขวาสุดของกราฟ จะเห็นว่าเส้น MACD Signal (เส้นสีฟ้า) มีลักษณะชันขึ้น แสดงถึงราคาที่กำลังเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จึงควรเล่นฝั่งซื้อ (long) แต่ถ้ากลับกัน หากเส้น MACD Signal มีลักษณะชันลง ก็ควรเล่นฝั่งขาย (short) 



 

หุ้น PTT ตัวเดิม แต่คราวนี้เส้น MACD Signal ทางขวาสุดมีค่าต่ำกว่า 0 แต่ก็ยังสามารถเทรดฝั่งซื้อได้ เพราะลักษณะเส้นมีแนวโน้มที่ชันขึ้นเหมือนกับภาพแรก




ในกราฟ Second Screen (ภาพกลาง) เราต้องหาจังหวะซื้อที่ได้เปรียบกว่าคนอื่น คือซื้อตอนที่ราคาย่อตัว ในขณะที่ทิศทางกราฟภาพใหญ่ (First Screen) ยังเป็นขาขึ้นอยู่ พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ เรากำลังซื้อหุ้นที่กำลังย่อตัว และภาพใหญ่เป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกได้ดีที่สุดว่าราคากำลังย่อตัวอยู่ ก็คือกลุ่ม oscillator หรือประเภทสวนแนวโน้มนั่นเอง โดยใช้ตัว Stochastic เป็นตัวแทนของอินดิเคเตอร์แบบสวนแนวโน้ม


หากราคาตอนนี้เข้าสู่สภาวะ overbought ในกราฟภาพกลาง ก็ยังไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อ เพราะคนกำลังไล่ราคาจนทำให้เราอาจได้ต้นทุนที่แพงเกินไป แต่เมื่อไหร่ที่ STO บ่งบอกว่าราคากำลังอยู่ในสภาวะ oversold ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นที่ 2




กราฟหุ้น AOT ในภาพ day ที่ด้านขวาสุดของกราฟ เส้น STO (สีเขียว) กำลังอยู่ในสภาวะ oversold เต็มที่ และไม่ต้องบอกก็ดูด้วยตาเปล่าได้ ว่าหุ้น AOT กำลังเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน จึงผ่านเกณฑ์ทั้ง First screen และ Second screen



 

ในกราฟ Third screen (ภาพเล็ก) คือการหาจุดเข้าซื้อ ในที่นี้คุณเอลเดอร์บอกเพียงว่า หากราคาในกราฟภาพเล็กสามารถทำ higher high ได้ ก็ให้เข้าซื้อที่ราคานั้นได้เลย (ไม่ได้ดูอินดิเคเตอร์อื่นเพิ่มเติม เน้นดูพฤติกรรมราคาเป็นหลัก) เพราะราคาที่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ ย่อมหมายถึงราคากำลังเตรียมพร้อมที่จะวิ่งต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ




กราฟหุ้น TOA ในภาพ 60min จุดที่ผมนำเมาส์ไปวาง (ขีดสีเทา) คือจุดที่ราคาสามารถทำ higher high เหนือราคาช่วงก่อนหน้าได้ และไม่ทำ low ใหม่ จึงเป็นจุดซื้อที่ดีในกราฟ Third screen (ภาพเล็ก)




เท่ากับว่า เรากำลังซื้อหุ้นที่เป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งในภาพใหญ่ (First screen) และซื้อตอนที่ราคาย่อตัวในภาพกลาง (Second screen) และซื้อตอนที่กราฟภาพเล็กทำท่าเตรียมจะขึ้นด้วย (Third screen)


มาดูตัวอย่างจริงกันดีกว่าครับ



 


หุ้น OCEAN ในกราฟ First screen (ภาพใหญ่) ในภาพ week นั้นเส้น MACD Signal ที่แม้จะต่ำกว่า 0 แต่ก็มีทิศทางที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น จึงผ่านเกณฑ์ประเมินรอบแรก





สำหรับกราฟ Second creen (ภาพกลาง) ดูทีละเส้นนะครับ เส้นสีชมพูคือจุดที่ตรงกับกราฟภาพ week ในรูปด้านบน แต่เนื่องจากราคายังอยู่ในสภาวะ overbought อยู่ เราจึงยังไม่เข้าซื้อ เพราะราคามีโอกาสย่อตัวได้ และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ราคาก็กลับเข้าโซน oversold อีกครั้ง จึงเป็นจังหวะให้เราเข้าซื้อได้ ด้วยราคาที่ได้เปรียบกว่าเดิม





ส่วนกราฟ Third screen (ภาพเล็ก) เส้นสีชมพูคือจุดที่ตรงกับกราฟในภาพ day แต่เนื่องจากราคา ณ จุดนี้ยังไม่ได้ทำ higher high จึงยังไม่ใช่จุดที่ได้เปรียบนักในการเข้าซื้อ แต่เมื่อถึงจุดที่ขีดเส้นสีฟ้า ราคาสามารถทำ higher high ได้ และเป็นโอกาสให้เข้าเทรด หลังจากนั้นไม่นาน ราคาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น




แล้วขายตรงไหน


สำหรับจุดขายออกนั้น หากอ้างอิงจากในหนังสือ Come Into My Trading Room จุดขายอาจพิจารณาจากกราฟ Second screen เมื่อราคาเกิดการ overbought อีกครั้ง (สะท้อนว่ากำลังมีการซื้อมากเกินไป) แต่เราอาจใช้จุดขายที่เหมาะสมอื่นๆ ได้ เช่น ขายที่ high เก่าในกราฟ Second screen หรือสำหรับคนที่เป็นนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ระยะยาว การใช้ระบบ Triple Screen จะเป็นการหาจุดซื้อที่ดีและเฉียบคมมากขึ้น


นอกจากนั้น ในกราฟ First screen (ภาพใหญ่) และ Second screen (ภาพกลาง) เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องใช้ MACD หรือ STO ตามในหนังสือก็ได้ จากที่ผมได้อ่านในเว็บบอร์ดของต่างประเทศ หลายๆ คนก็ใช้อินดิเคเตอร์ชนิดอื่นเช่นกัน บางคนอาจใช้ความชันของเส้น EMA แทนที่เส้น MACD Signal ก็ได้ ในกราฟภาพกลาง อาจจะใช้ RSI แทนเส้น STO ก็ได้ ขอเพียงแค่กราฟภาพใหญ่นั้นใช้อินดิเคเตอร์ประเภท trend following เพื่อระบุแนวโน้ม และภาพกลางใช้อินดิเคเตอร์ประเภท oscillators เพื่อหาจุดซื้อที่ได้เปรียบของหุ้นก็เพียงพอ


สำหรับระบบ Triple Screen นั้น มีประโยชน์ทั้งนักลงทุนสาย trend following และ swing trade ครับ เทรดเดอร์ตามแนวโน้มสามารถใช้ระบบนี้เพื่อหาจุดซื้อที่ดีขึ้นได้ ส่วนสาย swing ก็ใช้ระบบนี้เพื่อเทรดเก็งกำไรเป็นรอบๆ ได้ ซึ่งผมก็เชื่อว่าระบบนี้สามารถประยุกต์ใช้กับการเทรดได้หลายๆ แบบครับ




- โอ๊ต -

#NsixPublishing #หนังสือหุ้นเทคนิค