JD.com ใหญ่แค่ไหน

Last updated: Jun 18, 2018  |  675 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

นับเป็นวันแรกที่ JD.co.th แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง "กลุ่มเซ็นทรัล" และกลุ่ม "JD.com" เปิดให้บริการ แน่นอนว่าผู้บริโภคอย่างเราได้ประโยชน์กันอย่างเต็มที่ เพราะมีช่องทางการซื้อสินค้าที่หลากหลายกว่าเดิม แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจแล้ว สมรภูมินี้กำลังกลายเป็นมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยเลือด ! (Red Ocean) ที่มีรางวัลเป็นรายได้หลายแสนล้านบาท


ผมลองมาไล่ๆ ดูแล้ว ปัจจุบันในประเทศไทยมีแพลตฟอร์มซื้อสินค้าออนไลน์ 3 เจ้าใหญ่ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย


Lazada (ของ Alibaba)
Shopee (ของ Sea หรือเดิมชื่อ Garena)
11Street (จากประเทศเกาหลี)


ดังนั้นการเข้ามาของ JD.co.th จึงกลายเป็นผู้เล่นรายที่ 4 อย่างเป็นทางการ และดูเหมือนเซ็นทรัลเองก็จริงจังมากเสียด้วย เพราะการลงทุนครั้งนี้ใช้เม็ดเงินไปกว่า 17,500 ล้านบาท มากกว่ากำไรสุทธิของหุ้น CPN ในปี 2560 เสียอีก


เชื่อว่าผู้อ่านคงรู้ถึงความเป็นเจ้าตลาดของเซ็นทรัลดีอยู่แล้ว แต่ฝั่ง JD.com ล่ะ เขาคือใคร ? และเขาเก่งพอที่จะมาท้าชนกับเจ้าตลาดอีคอมเมอร์ซอีก 3 รายได้หรือ ?


JD.com หรือบริษัท จิงตง มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ก่อตั้งโดยคุณ Liu Qiangdong ในปี 1998 หรือประมาณ 20 ปีก่อน โดยแต่เดิมนั้นบริษัทมีการขายเพียงแค่อุปกรณ์บางส่วนของคอมพิวเตอร์ แต่ก็เริ่มขยับขยายไปสู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในตอนแรก จิงตงใช้ชื่อเว็บไซต์ว่า 360buy.com ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็น JD.com ในปี 2007



จดทะเบียนเข้า NASDAQ


หลังจากนั้น 16 ปีต่อมา นับตั้งแต่วันที่ก่อตั้งบริษัท บริษัทจิงตงก็จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ (ตัวย่อ JD) ด้วยราคา IPO ที่ $19 โดยมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนประมาณ 1,200 ล้านหุ้น เท่าว่า บริษัทจิงตงมีมูลค่าตลาดเมื่อเข้าเทรดวันแรกประมาณ 22.8 พันล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็เกือบๆ 7.3 แสนล้านบาท


กราฟราคาหุ้นของ JD


แค่เข้าตลาดวันแรก มูลค่าตลาดก็มากกว่าหุ้น CPALL ในปัจจุบันซะอีก


ซึ่งล่าสุดนั้น (18 มิถุนายน 2561) หุ้น JD มีการซื้อขายกันอยู่ที่หุ้นละ $43 คิดเป็นมูลค่าตลาดได้ประมาณ 62 พันล้านเหรียญ หรือ 1.9 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าหุ้นปตท.ของเราเป็นที่เรียบร้อย



รายได้ของ JD มหาศาลแค่ไหน



แม้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ แต่รายได้และกำไรของบริษัทกลับโตแบบติดจรวดมาก ในปีที่ผ่านมา JD.com มีรายได้รวมอยู่ที่ 56 พันล้านเหรียญ โตขึ้นจากปีก่อนถึง 50% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7.8 พันล้านเหรียญ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14%


นั่นแปลว่า ของทุกชิ้นที่ JD ขายได้ 100 บาท จะเก็บเป็นกำไรเข้ากระเป๋าเหนาะๆ ได้ 14 บาท แค่รายได้ของ Jd.com ในปี 2017 เพียงปีเดียว ก็มากกว่ามูลค่าตลาดของหุ้น AOT และ CPALL รวมกันแล้ว



ถ้าเทียบกับคู่แข่งล่ะ ?


แน่นอนว่าคู่แข่งที่ท้าชนกับ JD.com ตรงๆ ก็คือ Alibaba และ Sea โชคดีที่บริษัททั้งหมดต่างก็จดทะเบียนในตลาดหุ้น ข้อมูลจึงหาได้ไม่ยากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง Alibaba และ Sea อาจมีรายได้อย่างอื่นที่ไม่ได้มาจากการขายของเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากเปรียบเทียบเพื่อให้ดูความ "ใหญ่" ของบริษัทเหล่านี้ครับ


รายได้

Alibaba (BABA) 22,965 ล้านเหรียญ
Sea (SE) 414 ล้านเหรียญ
JD.com (JD) 55,640 ล้านเหรียญ


กำไร

Alibaba (BABA) 14,334 ล้านเหรียญ
Sea (SE) 87 ล้านเหรียญ
JD.com (JD) 7,803 ล้านเหรียญ


เห็นได้ชัดว่า การเข้ามาของ JD.com ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือเป็นแค่เว็บไซต์ขายของธรรมดาอย่างแน่นอน นี่คือการเข้ามา "ท้าชน" กับ Alibaba, Sea และ 11Street อย่างจัง


เกือบลืมบอกเรื่องสำคัญ JD.com มีบริษัท Tencent ถือหุ้นอยู่ 20% นะครับ นี่ล่ะคือยักษ์ใหญ่ของวงการค้าโลกเลย



เซ็นทรัลจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง


ต้องยอมรับว่า จุดแข็งของเซ็นทรัลคือการค้าปลีกแบบ offline ที่ยังคงเป็นเจ้าตลาดอยู่ และประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่คนยังมาเดินห้าง ถึงขนาดชาวต่างชาติยังต้องมาดูงานที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองไทย (ก็แหงล่ะ บ้านเรามันร้อน ไปเดินห้างตากแอร์ฟรีดีกว่า) แต่ในส่วนของช่องทางออนไลน์ พูดตรงๆ ก็คือ ยังห่างชั้นจากคู่แข่งเจ้าอื่นอยู่หลายขุม


ภาพการร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและ JD.com ขอบคุณภาพจาก BrandInside


แต่การเปิดตัว JD.co.th ที่เซ็นทรัลและ JD ซุ่มพัฒนามาสักพัก ผมเชื่อว่านี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถเพิ่ม growth ให้กับเซ็นทรัลได้ และเซ็นทรัลเองก็ต้องการชูจุดแข็งว่า "เว็บนี้มีแต่ของแท้" เพื่อวางภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นแบบพรีเมี่ยม เหมือนกับที่เซ็นทรัลทำมาเสมอ และในอนาคต ก็เป็นไปได้ว่าทางเซ็นทรัลเองจะนำผู้ค้าซึ่งเช้าพื้นที่ในห้าง เอาของมาขายผ่านเว็บไซต์ JD.co.th ด้วย


แม้เซ็นทรัลและ JD.com จะก่อตั้งมานานหลายสิบปี มีมูลค่าตลาดหลายแสนล้าน ยังต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้กับคู่แข่งตลอดเวลา แล้วคนตัวเล็กๆ อย่างเรา หากไม่ปรับตัวเลย ก็คงถูกทิ้งไว้ข้างหลังในไม่ช้าเช่นกัน




- เอก -

#FidelityPublishing #หนังสือหุ้นVI

 


  แหล่งอ้างอิง  

งบการเงิน JD.com : https://www.nasdaq.com/symbol/jd/financials?query=income-statement

งบการเงิน Alibaba : https://www.nasdaq.com/symbol/baba/financials?query=income-statement

งบการเงิน Sea : https://www.nasdaq.com/symbol/se/financials?query=income-statement

ประวัติบริษัทจิงตง : https://en.wikipedia.org/wiki/JD.com

เปิดแล้ว! JD.co.th อีคอมเมิร์ซจาก JD Central ภายใต้ความร่วมมือ JD.com+Central Group : https://brandinside.asia/jd-central-online-platform-in-thailand/