ตลาดลงหนักแบบนี้ เจอ Drawdown กันเท่าไหร่

Last updated: Jun 26, 2018  |  656 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยก็ลงมากว่า 10% นับตั้งแต่ช่วงจุดสูงสุดของดัชนีแถว 1,800 จุด ขนาดตลาดหุ้นยังลงหนัก หุ้นรายตัวเกือบทั้งตลาดก็ปรับตัวลดลงด้วย คนที่ถือหุ้นอยู่ก็ต้องเจอกับการขาดทุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ บางคนอาจ -5% แบบขำๆ แต่บางคนอาการหนักจนขาดทุนไปกว่า -50% ก็มี เรียกได้ว่าตลาดช่วงนี้ ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้




แล้วเคยรู้หรือไม่ว่า Drawdown คือเท่าไหร่


Drawdown คือการวัดผลขาดทุนนับจากจุดสูงสุดที่พอร์ตเคยวิ่งไปถึง เพราะตามปกติแล้ว ตัวเลขกำไรขาดทุนรวมที่เห็นใน Streaming จะเป็นกำไรขาดทุนนับจากฐานเงินในแต่ละรอบ ดังนั้น หากมีใครสักคนที่บอกว่า "ตลาดลงแบบนี้ ฉันขาดทุนแค่ 3% เอง" คำว่า 3% ที่เขาอ้างถึง อาจมาจากการขายซื้อขายหุ้นทุกวัน แล้วขาดทุนวันละ 3% ก็ได้


แต่ในส่วนของ drawdown นั้นจะวัดจากจุดสูงสุดที่มูลค่าพอร์ตเคยไปถึง เช่น สมมติตอนนี้พอร์ตการลงทุนของเราคือ 100,000 บาท ในเวลาต่อมา เราสามารถปั้นพอร์ตให้ขยับเป็น 200,000 บาทได้ เท่ากับว่า ผลกำไรขาดทุนของเราจะอยู่ที่ 100%


หลังจากนั้น ตลาดหุ้นไม่เป็นใจสักเท่าไหร่นัก มูลค่าพอร์ตได้ลดลงจาก 200,000 บาท มาอยู่ที่ 150,000 บาท แม้ภาพรวมจะยังมีกำไรอยู่ 50% เมื่อเทียบจากเงินต้น แต่ในส่วนของ drawdown นั้นจะอยู่ที่ -25% เพราะนับจากจุดสูงสุดที่พอร์ตเคยได้ถึง (200,000 บาท) จนมาถึงมูลค่าพอร์ตในปัจจุบัน (150,000 บาท) มูลค่าที่หายไปนั้นคิดเป็นเงิน 50,000 บาท หรือ 25% ของฐานเงิน 200,000 บาทนั่นเอง


จากรูปนี้ ขีดสีดำที่ขีดไว้คือช่วงที่พอร์ตเจอ drawdown สูงที่สุด (maximum drawdown) โดยวิธีการลงทุนนี้มีช่วงที่ขาดทุนหนักสุดคือ 40% นับจากยอดสูงสุดที่พอร์ตเคยได้ถึง ซึ่งก็คือตรงเส้นสีดำที่ขีดเป็นระยะทางกำกับไว้ (ขอบคุณภาพจาก cwayinvestment.com)




ไว้ใช้ทำอะไร


Drawdown นั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง ยกตัวอย่างเช่น เราอาจเห็นวิธีการของเซียนคนหนึ่งที่สามารถสร้างเงินจาก 1 ล้านเป็น 10 ล้านได้ในเวลาอันสั้น ถ้าพิจารณาเฉพาะผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว นักลงทุนอาจให้ความสนใจวิธีการนี้มาก เนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูง แต่ในความเป็นจริง จุดสูงสุดที่พอร์ตของเซียนคนนั้นเคยทำได้คือ 20 ล้านบาท การที่ปัจจุบันพอร์ตของเขาเหลือเพียง 10 ล้านบาท แปลว่าวิธีการที่เซียนคนนี้ใช้ ต้องเจอกับ drawdown ที่สูงถึง 50%


คำถามคือ เราทนได้ไหมที่จะใช้วิธีการซึ่งอาจทำกำไรได้สูง แต่เวลาต้องคืนกำไรให้ตลาด มูลค่าพอร์ตก็ลดลงเยอะเหมือนกัน


หรือการใช้ประโยชน์อีกอย่างก็คือ นักลงทุนอาจรู้ว่า วิธีการลงทุนที่ตัวเองใช้อยู่นั้น ในช่วงที่ตลาดเลวร้าย การคืนกำไรให้ตลาดเป็นเรื่องที่พบเจอได้ไม่ยาก แต่โดยทั่วไปวิธีการลงทุนที่เราใช้จะต้องเจอ drawdown ไม่เกิน -10% ดังนั้น หากช่วงเวลาใดที่นักลงทุนขาดทุนอย่างต่อเนื่อง (เพราะหุ้นลงตลอด หรือซื้อขายแล้วเสียตลอด) จน drawdown มากกว่า -10% นักลงทุนคนนั้นอาจต้องหยุดเทรดสักพัก เพื่อกลับมาวางแผนใหม่ ไม่ให้พอร์ตมีความเสียหายไปมากกว่าปกติ


Drawdown จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่บอกว่าพอร์ตเราขาดทุนไปมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับจุดสูงสุด แต่ยังคอยบอกเราด้วยว่า เมื่อไหร่ที่ควรเทรด เมื่อไหร่ควรถอย หากถึงจุดหนึ่งที่พอร์ตขาดทุนหนักเกินไป การหยุดเทรดก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากตลาดที่ไม่เป็นใจได้เสมอ

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th -- Happy Investing