เทรดสั้นก็ต้องมองยาว

Last updated: Jul 18, 2018  |  3293 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน Mindset

 

เทรดสั้น ในที่นี้จะหมายถึงการซื้อขายหุ้นในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ไปจนถึงการซื้อขายแบบจบในวันหรือ daytrade ขึ้นชื่อว่าเทรดสั้น ย่อมเป็นเกมที่เน้นความรวดเร็ว เข้าออกไวราวกับปิศาจ เพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรจากความผันผวนของราคาให้ได้มากที่สุด บางคนอาจถนัดดูอินดิเคเตอร์ หรือบางคนอาจถนัดดูเฉพาะวอลุ่มการซื้อขาย ก็สุดแล้วแต่ว่าใครชอบอะไรมากกว่ากัน

 

ในเกมเทรดสั้น ชาร์ทราคาที่ใช้โดยมากมักจะไม่เกินกราฟรายวัน (daily chart) หรือเล็กสุดก็อาจเป็นกราฟราย tick ซึ่งจะมีการพล็อตกราฟราคาทุกครั้งเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ยิ่งกราฟราคามีขนาดเล็ก ก็จะยิ่งตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ได้ไว

 

แต่ถึงแม้จะเทรดสั้นแค่ไหน สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ ต้องมองภาพในระยะยาว เพื่อดูว่าอีกหลายเดือนต่อจากนี้จะสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

 

 

 

ทำไมต้องดู

 

โดยมากแล้ว คนที่เล่นสั้นมักจะเป็น fulltime trader เสียส่วนใหญ่ (คนที่ลงทุนเต็มเวลา) และการที่จะออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มเวลาได้ เราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าผลการเทรดที่ผ่านมานั้นดีพอจนเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ บางคนอาจบอกว่า ผมทำการบ้านย้อนหลังมาแล้ว ไมมีพลาดหรอก แต่ขึ้นชื่อว่าตลาดหุ้น สิ่งที่ไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เทรดหุ้นอยู่ดีๆ ไม่ว่าหุ้นใหญ่ขนาดไหนก็ติด floor แบบไม่รู้ตัวได้

 

หรือกระทั่งเทรดเดอร์ระดับเซียนที่อยู่ในหนังสือ Market Wizards บางคนสามารถทำผลตอบแทนได้ถึง 4 เท่าตัว แต่สุดท้ายก็ต้องเสียมันไปทั้งหมด ตลาดหุ้นไม่เคยมีความแน่นอนอยู่แล้ว

 

เพราะฉะนั้น นักลงทุนที่เทรดสั้น (หรือเทรดยาวก็แล้วแต่) จำเป็นต้องดูผลการลงทุนของตนเองในระยะยาวด้วย ว่าทำกำไรได้สม่ำเสมอแค่ไหน อาจเก็บข้อมูลการเทรดสัก 6 เดือนขึ้นไป และเมื่อมั่นใจในฝีมือแล้ว มีการคุมความเสี่ยงที่ดีพอ ผลลัพธ์ที่เป็นตัวเงินมันจะสะท้อนออกมาเองว่าเราอยู่รอด

 

 

 

แล้วถ้าไม่รอดล่ะ

 

ไม่ใช่ทุกคนที่ผลการเทรดในระยะยาวจะอยู่รอดได้ เพราะตลาดหุ้นเป็นเกมที่ผู้ชนะมีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น หากวิธีการที่ใช้อยู่ไม่สามารถทำเงินได้อย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนมีทางเลือกอยู่สองทาง

 

ทางแรก เปลี่ยนวิธีการลงทุนใหม่ ให้เหมาะสมและเข้ากับตัวเราเองมากที่สุด ส่วนวิธีการไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับการทำการบ้านของนักลงทุนเอง สมมติว่า เราถนัดใช้ MACD เป็นสัญญาณในการเทรด ก็ควรทำการบ้านย้อนหลังพอประมาณว่า MACD นั้นสามารถใช้ทำเงินได้จริงหรือไม่ ถ้าทำได้ ก็ค่อยฝึกใช้วิธีนั้นจนช่ำชอง หากมันเป็นวิธีที่ดี ผลกำไรก็จะตามมาเอง

 

ส่วนทางที่สอง สำหรับคนที่ไม่มีเวลา หรือพยายามแล้วแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะตลาดได้ การเลิกเทรดหุ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมากๆ ตลาดหุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดเสมอ การเก็บเงินในกองทุนดัชนี (index fund) ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ อาจใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเห็นผลลัพธ์ แต่อย่างน้อยผลตอบแทนก็ชนะเงินเฟ้อได้ อีกทั้งการเลือกวิธีนี้ ทำให้เรามีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย

 

โดยสรุปก็คือ ไม่ว่าจะเล่นสั้นหรือยาวก็แล้วแต่ การจะพิสูจน์ว่าใครคือผู้ที่มีความสามารถ ย่อมต้องอาศัยการมองในเกมระยะยาวเท่านั้น เพราะในระยะสั้น บางคนอาจเพียงแค่โชคดีจนสามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ แต่มีไม่น้อยเลยที่หลังจากนั้นต้องคืนกำไรให้แก่ตลาดทั้งหมด

 

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ยังเป็นคำที่ใช้ได้จริงเสมอ

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  หนังสือที่เกี่ยวข้อง  

พ่อมดแห่งวอลสตรีท : https://www.investing.in.th/product/27106/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97

 link

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง