George Soros เคยขาดทุนไหม

Last updated: Jul 23, 2018  |  1839 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน Mindset

 

คนไทยกว่าค่อนประเทศน่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ George Soros เป็นอย่างดี เพราะเขาเองนั้นเป็นหนึ่งในนักเก็งกำไรที่ฝีมือฉกาจระดับต้นๆ ของโลก และเป็นผู้ที่เข้ามาทำเงินจากการล่มสลายของค่าเงินบาทบ้านเราในช่วงปี 40 อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ชื่อ Quantum Fund ซึ่งมีขนาดหลายหมื่นล้านดอลล่าร์


เขาเองเป็นชาวฮังการีโดยกำเนิด โชคร้ายของเขาที่ในวัยเด็กต้องหลับหนีจากฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ด้วยเรื่องราวเหล่านี้เอง ทำให้นิสัยการกลัวความเสี่ยงของเขาฝังรากลึกลงไปในใจ และกลายเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในตลาด


ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา โซรอสสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 26.3% ต่อปี ดูยังไงเขาก็ไม่น่าเป็นคนที่ทำอะไรผิดพลาดได้ง่ายๆ แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น




ฟองสบู่ดอทคอม


โซรอสก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากฟองสบู่ดอทคอมที่เกิดในปี 2000 (วิกฤตครั้งนี้เกิดจากคนให้ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมากไป สุดท้ายราคาหุ้นเหล่านั้นก็ปรับตัวลงมากกว่า 90% บางบริษัทถึงขั้นถูกถอดออกจากตลาด) แน่นอนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ขาดทุนจากการที่ซื้อตรงยอดดอย แต่สำหรับโซรอส เขาไม่ได้เป็นคนที่ซื้อตรงยอด แต่เขา “ขายชอร์ท” ก่อนที่ราคาจะไปถึงยอด




ขายชอร์ทคืออะไร


ความหมายของการขายชอร์ทก็คือ สมมติเราเห็นว่าหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ล (AAPL) ที่ราคา $100 ต่อหุ้น มีราคาแพงเกินไปแล้ว แต่ตอนนี้เราไม่มีหุ้นเลย เราก็แค่ไปยืมหุ้นของคนอื่นมาขายก่อน จนได้เงินมา $100 หากผ่านไปสักเดือนหนึ่ง ราคาหุ้น AAPL อยู่ที่ $80 เราก็ไปซื้อหุ้นในตลาด เพื่อคืนให้กับคนที่เราไปยืมมา ทำให้นักลงทุนได้กำไร $20 ต่อหุ้น หรือ 20% ของต้นทุน นี่คือการขายชอร์ท


ในทางกลับกัน หากราคาหุ้น AAPL ที่เราขายชอร์ท กลับมีราคาพุ่งขึ้นเป็น $300 เราก็ต้องยอมซื้อหุ้นในตลาด เพื่อไปคืนให้กับคนที่ยืมมาขายด้วยเช่นกัน นั่นเท่ากับว่า เราจะขาดทุนถึง $200 ($100 - $300) เงินต้นหายแถมยังเป็นหนี้อีกด้วย




700 ล้านเหรียญ


สิ่งสำคัญของการขายชอร์ทนั้นมี 2 อย่าง เดาทิศทางให้ถูก และจังหวะเวลาต้องแม่น โซรอสเองคาดการณ์ได้ถูกต้องว่าหุ้นดอทคอมมีราคาแพงเกินไปแล้ว ยังไงก็ต้องลง เขาจึงขายชอร์ทหุ้นกลุ่มนี้ในปี 1998 แต่สิ่งที่พลาดคือ หลังจากเขาขายชอร์ทไปแล้ว หุ้นกลับขึ้นแรงต่อเนื่องไปอีก 2 ปี


ดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นภาพรวมของหุ้นส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา กรอบสีแดงคือช่วงที่ Soros ได้ทำการขายชอร์ท จะเห็นได้ว่าแม้ดัชนีจะอยู่สูงแล้ว แต่มันก็ยังขึ้นต่อไปอีกได้


เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โซรอสสูญเงินไปกว่า 700 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 22,000 ล้านบาท นอกจากนั้นกองทุนของเขายังขาดทุนจากการเก็งกำไรในตลาดหุ้นฮ่องกงและค่าเงินรูเบิลของรัสเซีย อีกประมาณ 2 พันล้านเหรียญ หรือราว 62,000 ล้านบาท ส่งผลให้ในปีนั้นขาดทุน 14% แต่ก็ยังดีเมื่อเทียบกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์อื่นๆ เพราะในปี 1998 มีถึง 5 กองทุนที่ขาดทุนกว่า 99%




ชนะวันวาน
วันนี้ก็แพ้ได้


George Soros และนักลงทุนชั้นครูอีกหลายคน เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ว่าทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้แพ้ในตลาดได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า คนอย่างโซรอสเองมีทั้งกำลังเงินและมันสมอง แต่ก็ยังทำพลาดได้ และการเทรดในปีหลังๆ ของเขาก็มีทั้งได้และเสีย ไม่ได้มีแต่กำไรอย่างที่นักลงทุนหลายคนเชื่อกัน


ทุกคนเคยขาดทุนแม้กระทั่งพ่อมดการเงินอย่างโซรอส แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนผู้ชนะต่างกับผู้แพ้ก็คือ ผู้ชนะจะเรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นอยู่เสมอ

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing




  แหล่งอ้างอิง  

Chaipat Nengcommahttps://www.facebook.com/chaipat.ncm/posts/10156602505099511

Hedge funds win and losehttps://money.cnn.com/1998/09/16/investing/q_hedgefunds/