Long Term Capital กองทุนใหญ่แค่ไหนก็ล้มได้

 

กองทุนรวม หลายคนอาจรู้จักคำนี้ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้เสียภาษี และต้องซื้อกองทุนรวม LTF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีทุกปี คำว่ากองทุนรวม คือการนำเงินทุนของหลายๆ คนมารวมกัน แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถ เป็นผู้บริหารเงินลงทุนเหล่านั้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม


ซึ่งคนที่มีความสามารถดังกล่าว ก็ต้องผ่านการสอบใบอนุญาตมามากมาย มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3-5 ปี หรือบางคนอาจเป็นนักการเงินระดับโลกเลยก็ได้ ฟังแค่นี้ก็อุ่นใจ คงไม่มีอะไรปลอดภัยเท่ากองทุนรวมอีกเป็นแน่แท้


แต่เชื่อหรือไม่ มีอยู่กองทุนหนึ่งในอดีต ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 1.5 แสนล้านเหรียญ ผู้จัดการกองทุนเป็นถึงนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รางวัลโนเบล ท้ายที่สุดกลับขาดทุนเป็นเงินเกือบ 5 พันล้านเหรียญ จนต้องปิดตัวลงในที่สุด ชื่อของกองทุนนั้นคือ Long Term Capital




LTCM


กองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 โดยมี Robert C. Merton และ Myron Scholes นักเศรษฐศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเป็นผู้จัดการกองทุน ด้วยชื่อเสียงของทั้งสองคน ทำให้ตอนจัดตั้งกองทุนก็สามารถระดมเงินได้กว่า 1 พันล้านเหรียญแล้ว


ภาพของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสองท่าน ซ้ายคือ Robert C. Merton และขวาคือ Myron Scholes (ขอบคุณภาพจาก openmarkets.cmegroup.com)


และด้วยความสามารถของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสองท่าน กองทุน LTCM จึงสร้างผลตอบแทนได้กว่าปีละ 40% ไม่แปลกใจเลยถ้ากองทุนนี้จะมีคนเอาเงินมาให้บริหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงพีคสุดนั้น กองทุนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการถึงกว่า 1.5 แสนล้านเหรียญ


แต่เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนที่กองทุนนี้ใช้ เน้นการใช้เงินทุนจากการกู้ยืมเป็นหลัก ดังนั้น เงินกว่า 1.5 แสนล้านเหรียญที่กองทุนต้องบริหาร เป็นส่วนทุนจริงๆ ของกองทุนเพียง 5 พันล้านเหรียญเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ หนี้ล้วนๆ เลย




อะไรที่คูณ 0
ผลลัพธ์จะเป็น 0


ด้วยความที่กองทุนนี้บริหารโดยนักเศรษฐศาสตร์และทีมงาน IQ สูงมากมาย ก่อนจะเข้าลงทุนครั้งใดก็ตามจึงมีการประเมินความเสี่ยงเสมอ โดยโมเดลการลงทุนของ LTCM มีการประเมินไว้ว่าจะมีโอกาสขาดทุนสูงสุดเพียง 20% และโอกาสที่จะเสียมีเพียงแค่ 1 ใน 100 เท่านั้น


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สินทรัพย์ที่ LTCM เข้าไปลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยพันธบัตรของหลายๆ ประเทศ มีทิศทางราคาที่ตรงข้ามกับที่ผู้จัดการกองทุนคิดไว้ทั้งหมด (กองทุนเข้าไปซื้อพันธบัตรของประเทศรัสเซีย ญี่ปุ่น ฯลฯ และขายชอร์ทพันธบัตรสหรัฐ ปรากฎว่าหลังจากนั้นพันธบัตรที่เข้าซื้อกลับมีราคาลดลง ส่วนพันธบัตรสหรัฐที่ขายชอร์ทไว้กลับมีราคาสูงขึ้น อยากรู้ว่าการขายชอร์ทคืออะไร อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)


แม้โอกาสเกิดจะน้อยมาก แต่เมื่อมันผิดทาง ก็ทำให้กองทุนแทบจะล้มละลายได้ ถึงรัฐบาลและสถาบันการเงินต่างๆ จะเข้ามาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ต้องปิดตัวลงไปในปี 2000 เป็นอันจบตำนานของกองทุน Long Term Capital




ฉลาดแค่ไหน
ก็พลาดได้


อันที่จริงแล้ว กองทุน LTCM อาจจะไม่ล้มละลายก็ได้หากมีการเผื่อความเสี่ยงไว้ในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้น แต่จากการประเมินโมเดลของทีมงานที่พบว่า มีโอกาสเพียง 1 ใน 100 เท่านั้นที่จะขาดทุน ทำให้กองทุนอาจละเลยความเสี่ยงนี้ไป จนอาจลืมไปว่า เจ้าความเสี่ยงที่โอกาสเกิดน้อยนี้ล่ะ ที่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว สามารถทำให้ผลกำไรที่ทำมาทั้งหมด หายวับกลายเป็น 0 ได้


กรณีที่ใกล้ตัวนักลงทุนอย่างเราที่สุดก็คงหนีไม่พ้นซื้อหุ้นแล้วติด floor ทันที แม้โอกาสมันจะเกิดน้อยมาก (ยิ่งซื้อหุ้นพื้นฐานดียิ่งโอกาสเกิดยาก) แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราควรทำอย่างไรต่อ ควรจะเข้าซื้อเพิ่ม หรือควรถอย แล้วจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ผลตอบแทนโดยรวมได้รับความเสียหายมากเกินไป นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


เกมการลงทุนไม่ใช่เกมของความฉลาด แต่เป็นเกมของการวางแผนที่รัดกุม และทำตามแผนอย่างเคร่งครัด เพียงแค่ละเลยความเสี่ยงเล็กน้อย เราอาจพบจุดจบแบบ LTCM แบบไม่รู้ตัวก็ได้

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

อันเนื่องมาจาก เรื่องยักษ์ล้มในนิวยอร์ก : http://namchiang.com/smf/index.php?topic=2329.0;wap2

Long Term Capital Management (LTCM) : https://www.facebook.com/buffettcode/posts/long-term-capital-management-(ltcm)/1302959933079602/

เฮดฟันด์..กองทุนเจ้าปัญหา (3)ย้อนรอย.. 3 วิกฤตการณ์ป่วนโลก : https://mgronline.com/mutualfund/detail/9510000024018

75: 0310: กลยุทธ์ของเฮดจ์ฟันด์ : http://www.dekisugi.net/archives/6106