ค่าเทอมในตลาดหุ้น จำเป็นต้องจ่ายด้วยหรือ

Last updated: Aug 3, 2018  |  1058 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน Mindset

 

การเรียนหนังสือทุกที่จำเป็นต้องจ่าย "ค่าเทอม" เสมอ ถ้าเป็นตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ค่าเทอมก็อาจเริ่มตั้งแต่หลักไม่กี่พันบาท ไปจนถึงเทอมละหลายแสนบาท แต่แน่นอนว่าค่าเทอมที่เราจ่ายไป สิ่งที่จะได้กลับมาก็คือความรู้ ที่เราสามารถเอาไปต่อยอดทำอะไรได้อีกมาก

 

และตลาดหุ้นเองก็เป็นอีกสถานที่ที่เราต้องจ่ายค่าเทอมด้วย แต่สิ่งที่ต่างไปคือ มันไม่ได้รับประกันว่ายิ่งจ่ายมากจะยิ่งประสบความสำเร็จ

 

 

 

ค่าเทอม
ในตลาดหุ้น

 

คนที่เริ่มศึกษาเรื่องหุ้นใหม่ๆ ค่าเทอมก้อนแรกที่ต้องจ่ายก็หนีไม่พ้นค่าหนังสือ ค่าสัมมนา หรือค่าอบรมต่างๆ บางคนอาจจ่ายไปรวมๆ ไม่กี่พันบาท หรือบางคนอาจจ่ายไปหลักแสนเพื่อเรียนกับ "กูรู" หรือ "เซียน" ที่มีเคล็ดวิชาแพรวพราว ซึ่งการจ่ายค่าเทอมก้อนแรกเป็นจำนวนมากก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่นักลงทุนก็ต้องแยกให้ออกว่า ความรู้ที่เราได้รับ กับเงินที่เราจ่ายไป มันคุ้มค่าแค่ไหน หากไม่คุ้มค่า เราอาจขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเข้าตลาดด้วยซ้ำ

 

 

 

ค่าเทอม
ก้อนใหญ่

 

ส่วนค่าเทอมก้อนต่อมาที่เราต้องพบเจอก็คือ "การขาดทุน" นี่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอ แต่การขาดทุนคือส่วนหนึ่งของเกมนี้เสมอ และแต่ละคนก็จ่ายไม่เท่ากัน บางคนเริ่มเล่นหุ้นด้วยเงินหลักแสน ก็อาจจ่ายค่าเทอมตรงนี้หลักหมื่น แต่บางคนที่เข้ามาด้วยเงินหลักล้าน ก็อาจต้องจ่ายค่าเทอมตรงนี้หลายแสนบาท

 

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คนที่ขาดทุนมักจะเอาเงินที่ขาดทุนไปเทียบกับสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เราอาจขาดทุนไป 500,000 บาท และปัจจุบันเราได้เงินเดือน 25,000 บาท เราก็มักจะมานั่งคิดว่า "โห ต้องทำงาน 20 เดือนกว่าจะเอาเงินที่ขาดทุนกลับมาได้" หรือ "โห เงินขนาดนี้ซื้อ ecocar ได้คันนึงเลยนะ"

 

คนที่ทนได้ก็จะกัดฟันสู้ต่อเพื่อเอาขาดทุนคืนให้ได้ แต่โดยมากแล้ว คนที่ขาดทุนด้วยเงินหลักแสนบาทในช่วงแรก มักจบลงด้วยการออกจากตลาด เพราะจิตใจอาจยังไม่พร้อมรับการเสียเงินหลักแสนได้ พร้อมกับตีตราว่าตลาดหุ้นคือแหล่งการพนันถูกกฎหมาย

 

 

 

แล้วต้องจ่าย
ค่าเทอมด้วยหรือ

 

กว่าที่นักลงทุนคนนึงจะเริ่มตั้งไข่และทำกำไรได้ ก็ต้องผ่านการจ่ายค่าเทอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข่าวร้ายคือ ไม่ว่าเราจะอ่านหนังสือมาแค่ไหน หรือมีกูรูมาแนะนำขนาดไหน ก็ไม่อาจหลีกหนีการขาดทุนได้ เข้าทำนองไม่เจ็บก็ไม่จำ (no pain no gain)

 

แต่สิ่งที่นักลงทุนเลือกทำได้ คือเราเลือกขนาดของค่าเทอมได้ว่าอยากจ่ายแค่ไหน ตั้งแต่เริ่มต้นที่ศึกษาหาความรู้ เราเลือกได้ว่าอยากจ่ายค่าหนังสือแค่ไหน เพราะหนังสือหุ้นดีๆ ก็มี หนังสือหุ้นไม่ดีก็มี หรือคอร์สสัมมนาด้านการลงทุน คอร์สฟรีและดีก็มีเยอะ แต่คอร์สเสียเงินแพงๆ และไม่ได้คุณภาพก็มีเหมือนกัน

 

รวมถึงค่าเทอมก้อนที่สองคือการขาดทุนในตลาด ถ้าไม่อยากเสียเยอะ การเข้ามาลงทุนในช่วงแรก ก็ไม่มีใครบังคับว่าต้องเริ่มต้นด้วยเงินหลายแสนหรือหลายล้านบาท นักลงทุนอาจเข้ามาด้วยเงินหลักแสนต้นๆ หรือหลักหมื่นกลางๆ ก็ได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือขาดทุนจนหมดตัว เราก็ยังมีเวลาและกำลังใจในการหาเงินทุนก้อนใหม่ได้ไม่ยากนัก

 

ค่าเทอมคือสิ่งที่ทุกคนต้องจ่าย แต่คนที่จะอยู่รอดในตลาดหุ้นต่อไปได้ คือคนที่จ่ายในราคาที่เหมาะสม และได้บทเรียนจากทุกการขาดทุนที่เกิดขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ค่าเทอมที่จ่ายก็ไม่ต่างอะไรกับการเผาเงินทิ้งเท่านั้นเอง

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing