ทำไมหุ้น Growth Stock เวลาลงถึงลงแรง

 

Growth stock คือนิยามของหุ้นที่มีกำไรเติบโตในระดับสูง ธุรกิจกำลังไปได้สวย และราคากำลังปรับตัวเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อยากรู้ว่าหุ้น growth stock ของแท้เป็นยังไง อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ซึ่งราคาทุกบาทที่เพิ่มขึ้น ย่อมมาพร้อมความคาดหวังของนักลงทุนว่า ผลประกอบการที่ออกมาจะต้องดีอย่างที่หวังไว้ เราย่อมสังเกต growth stock ได้ไม่ยาก เพราะมักจะมีลักษณะกราฟที่คล้ายๆ กันดังนี้


 

 

 


ท่ามกลางข่าวดีและเสียงเชียร์ของนักวิเคราะห์มากมาย เมื่อมีข่าวร้ายเข้ามาเพียงเล็กน้อย หรือมี "อะไรบางอย่าง" ที่ทำให้ตลาดผิดหวัง ราคาหุ้นก็พร้อมที่จะสะท้อนข่าวไม่ดีนั้นอย่างรุนแรง อย่างที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดหุ้นต่างประเทศด้วย


หุ้นของ Facebook (ตัวย่อ FB) เป็นหนึ่งในหุ้นยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ราคาก็สามารถโดนทิ้งดิ่งได้เพราะความคาดหวังของนักลงทุน




เพราะอะไร
ถึงลงแรง


Growth stock เหล่านี้ ก่อนที่ราคาของมันจะปรับตัวขึ้นสูงหลายๆ เด้งได้ แน่นอนว่าย่อมมีนักลงทุนบางกลุ่มที่ชาญฉลาดมากๆ เข้าซื้อเก็บตั้งแต่ราคายังแน่นิ่ง และสื่อไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนวันหนึ่งที่ตลาดได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงออกมา ราคาก็ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อตั้งแต่ช่วงแรก ได้กำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ


เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ราคาเริ่มเต็มมูลค่าที่แท้จริงของมัน นักลงทุนผู้ชาญฉลาดเหล่านั้นก็พร้อมที่จะเทขายทำกำไรทุกราคา ช่วงแรกนั้นราคาหุ้นอาจปรับตัวลดลงไปบ้าง แต่ก็สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นมาได้ เพราะมีนักลงทุนอีกกลุ่มที่เห็นว่า "ราคานี้มันถูกเมื่อเทียบกับเดือนก่อนนะ" ก็เข้ามาซื้อ จนดันให้ราคาไปได้อีกครั้ง


 

 


แต่อย่าลืมว่า เม็ดเงินก้อนใหญ่ซึ่งเป็นเงินของนักลงทุนผู้ชาญฉลาดได้ขายหุ้นออกไปแล้ว ทำให้หุ้นตัวนั้นมีสภาพคล่องมากขึ้น หุ้นหมุนเวียนในตลาดและอยู่ในมือรายย่อยมากขึ้น ราคาจึงเริ่มแกว่งตัวกว้างกว่าปกติ จนกระทั่ง เมื่อราคาหุ้นเริ่มหลุดเส้นค่าเฉลี่ย หรือหลุดแนวรับที่สำคัญ ทุกคนในตลาดที่เห็นก็พร้อมใจกันทิ้งทุกราคา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อหุ้น growth stock จบรอบ มันจะทิ้งตัวแรงเสมอ


 




ลงแรงแล้ว
ก็ขึ้นอีกได้


หุ้นที่ปรับตัวลงมาแรงมากๆ ก็ใช่ว่าจะกลับมาขึ้นอีกไม่ได้ แต่เราต้องแยกออกเป็นสองกรณี กรณีแรกคือ ปรับตัวขึ้นมาแล้ววิ่งไปต่ออย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากนักลงทุนบางกลุ่มที่เห็นว่ามูลค่าของกิจการมันไปได้ไกลกว่านี้ ก็พร้อมใจกันเข้าซื้่อจนทำให้ราคาปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยได้


ส่วนกรณีที่สองคือ ปรับตัวขึ้นแล้วลงต่อ อันเนื่องมาจากราคาหุ้นที่เต็มมูลค่าไปแล้ว หุ้นที่ลงมาหนักแต่ยังสามารถเด้งกลับได้ก็เพราะมันลงมามากเกินไป นักลงทุนระยะสั้นที่เห็นจังหวะก็เข้ามาซื้อและเทขายทำกำไรเป็นรอบๆ ซึ่งหุ้นเหล่านี้สังเกตไม่ยาก หุ้นตัวไหนที่เด้งแต่ไม่ผ่านแนวต้านเดิม มันก็คือหุ้นที่เตรียมจะลงต่อนั่นเอง


หนึ่งในหุ้นที่เคยเป็น growth stock อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะซึมยาวสักพัก แล้วกลับมาเป็นขาขึ้นจนวิ่งไปได้ไกลอีกครั้ง

 

 

 

รับมือยังไง


หุ้นเติบโตเหล่านี้เป็นดาบสองคม มันอาจสร้างผลกำไรหลายเด้งให้กับบางคน ขณะเดียวกันก็ปล้นเงินของนักลงทุนอีกคนจนหมดตัวได้ วิธีรับมือก็ไม่ยาก แค่เราต้องเป็นผู้เล่นในช่วงต้นเทรนด์ ที่ราคากำลังปรับตัวขึ้นแบบ growth stock แล้วขายออกเมื่อมันจบรอบ


อย่าฝืนเข้าไปรับเพียงเพราะคิดว่าราคามันถูก อันที่จริงก็ทำได้ เพียงแต่ต้องมาพร้อมกับการคุมความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่าเดิม เพราะการเข้าไปเล่นในช่วงที่หุ้นกำลังจบรอบ ราคาย่อมผันผวนกว่าปกติ การเข้าซื้อแบบจัดหนักเหมือนเดิม หากเจอเหตุการณ์หุ้นติด floor ในวันเดียว ก็สร้างความเสียหายต่อพอร์ตการลงทุนได้


แต่ที่สำคัญ หากราคาเป็นขาลงอย่างชัดเจน อย่าเข้าไปรับเด็ดขาด ไม่งั้นมือจะขาดโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing