มูลค่าที่แท้จริงคืออะไร

 

มูลค่าที่แท้จริง (instrintic value) เปรียบเสมือนได้กับราคาเป้าหมายของหุ้นตัวนั้นว่าราคาที่มันควรจะเป็นคือเท่าไหร่ สำหรับนักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐาน หากราคาหุ้นที่ซื้อขายกันในตลาด มีราคาถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริง เท่ากับว่านั่นคือโอกาสซื้อ แต่ถ้าราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง คนที่มีหุ้นอยู่แล้วก็อาจต้องพิจารณาขาย


จะเห็นได้ว่ามูลค่าที่แท้จริง คือสิ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในโลกของการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน เพราะถ้าไม่มีมัน หรือเราไม่รู้ว่าหุ้นตัวนั้นมีมูลค่าที่แท้จริงเท่าไหร่ ก็ยากที่เราจะตัดสินใจลงทุนได้ เนื่องจากนักลงทุนจะไม่รู้เลยว่าราคาที่เข้าซื้อไปนั้นถูกหรือแพงกันแน่




แล้วมันคืออะไร


มูลค่าที่แท้จริงคือราคาที่ควรจะเป็นของหุ้นหรือกิจการนั้นๆ โดยอิงตามผลการดำเนินงาน และโอกาสการเติบโตในอนาคต หลักคิดคร่าวๆ ก็คือ หุ้นตัวไหนก็ตามที่มีผลประกอบการดี คาดการณ์ได้ไม่ยาก และมีโอกาสเติบโตสูง หุ้นเหล่านั้นก็จะมีมูลค่าที่แท้จริงสูง แต่ถ้าหุ้นตัวไหนที่ผลประกอบการไม่สู้ดีนัก ผันผวนจนคาดการณ์ได้ยาก และไม่มีโอกาสโตเท่าไหร่ มูลค่าที่แท้จริงก็จะต่ำลงตามไปด้วย


และมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นสามารถเปลี่ยนไปได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมที่กิจการหนึ่งมีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วอยู่ๆ ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจกลับลดลง ก็ทำให้มูลค่าที่แท้จริงลดลงได้




หายังไง
แล้วใช้ยังไง


วิธีในการหามีมากมายหลายแบบ แต่ถ้าแบ่งประเภทใหญ่ๆ จะสามารถแบ่งได้สามประเภท คือการเปรียบเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ ที่คล้ายกัน การคิดลดเงินปันผล และการคิดลดกระแสเงินสด ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีความยากง่ายต่างกันไป และแต่ละวิธีก็เหมาะสมกับหุ้นคนละแบบด้วย


เมื่อหามูลค่าที่เหมาะสมออกมาได้แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะต้องประเมินว่า ราคาในปัจจุบันกับมูลค่าที่วิเคราะห์ออกมาได้ ห่างกันมากน้อยแค่ไหน เช่น หากปัจจุบันหุ้น X มีราคา 10 บาท และมีมูลค่าที่แท้จริง 15 บาท นั่นแปลว่า ราคาตลาดตอนนี้มีส่วนลดถึง 50% เมื่อเทียบกับมูลค่าที่ควรจะเป็น ทำให้มี "ส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย" หรือ margin of safety ที่สูงพอ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในอนาคต ราคาหุ้นอาจไปไม่ถึง 15 บาท แต่อย่างน้อยด้วยราคาที่เราเข้าซื้อมันมีส่วนลดเยอะมาก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้


ภาพตัวอย่างของมูลค่าที่แท้จริง (เส้นสีแดง) และราคาตลาด (เส้นสีดำ) จะเห็นว่าบางช่วงที่ราคาตลาดขึ้นไปเหนือกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ ท้ายสุดก็กลับลงมาที่มูลค่าที่แท้จริง กลับกัน ถ้าราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ ท้ายสุดราคาก็กลับขึ้นมาที่มูลค่าที่แท้จริงเช่นกัน


ในทางกลับกัน ราคาหุ้นปัจจุบันคือ 10 บาท แต่มูลค่าที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 11 บาท เท่ากับว่าเรามีส่วนเผื่อความปลอดภัยเพียง 10% เท่านั้น แค่ราคาตอนนี้ก็ใกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริงของมันแล้ว ส่วนลดที่เราได้มันอาจน้อยเกินไปจนไม่คุ้มกับความเสี่ยงหากราคาหุ้นลดลง เป็นต้น




จุดอ่อน


แม้มูลค่าที่แท้จริงจะสะท้อนภาพจริงๆ ของกิจการว่าควรมีราคาเท่าไหร่ แต่จุดอ่อนสำคัญของมันมีอยู่สองประการ อย่างแรก เราอาจประเมินมูลค่าผิดไป เพราะอย่างไรเสียมันก็คือการคาดการณ์อนาคต และอย่างที่สอง เราไม่รู้ว่าราคาจะวิ่งไปหามูลค่าเมื่อไหร่ หากต้องใช้เวลา 10 ปีกว่าที่ราคาจะวิ่งไปหามูลค่า ผลตอบแทนที่ได้เฉลี่ยต่อปีอาจไม่ต่างอะไรกับการฝากธนาคารก็ได้


กล่าวโดยสรุปก็คือ มูลค่าที่แท้จริงคือราคาที่ควรจะเป็นของกิจการนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ของเราอาจผิด ตลาดอาจไม่ให้ราคากับหุ้นตัวนั้นอย่างที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้น ในการใช้งานมูลค่าที่แท้จริง เมื่อวิเคราะห์ออกมาได้แล้ว สิ่งสำคัญคือส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยที่ต้องมากพอจนคุ้มกับความเสี่ยงนั่นเอง

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing