ซื้อหุ้น 0.01 บาทจะขาดทุนได้ยังไง


ย้อนไปสัก 3-4 ปีก่อน มีหุ้นอยู่ตัวหนึ่งที่ราคาแกว่งตัว 0.01-0.02 บาทมาเป็นเวลาหลายปี ชื่อของหุ้นตัวนั้นคือ  IEC  หรือ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ด้วยความที่ราคาต่ำเพียง 1 สตางค์ ดูยังไงก็ไม่มีทางที่ราคาหุ้นจะต่ำไปกว่านี้ได้ (ต่ำกว่านี้ก็คือ 0.00 ไม่มีมูลค่า) การเข้าไปซื้อเก็บที่ 1 สตางค์ก็ไม่น่ามีความเสี่ยงมากนัก


และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะหลังจากนั้นไม่นานนัก ราคาหุ้น IEC ก็วิ่งขึ้นไปถึงเกือบ 0.10 บาท เป็นหุ้น 10 เด้งในเวลาไม่กี่เดือน สร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนได้อย่างมากมาย


กราฟราคาหุ้น IEC ในช่วงที่ปรับขึ้นเป็นเท่าตัว

 

แต่อย่าเพิ่งฝันหวานและไล่หาหุ้น 0.01 บาทในตอนนี้ เพราะ IEC อาจเป็นแค่ 1 ใน 100 ที่ราคาวิ่งกลับขึ้นมาได้ หุ้นที่ดูเหมือนไม่เสี่ยง ความจริงแล้วมันอาจทำให้เราเจ๊งแบบไม่รู้ตัว แล้วการซื้อหุ้นที่ราคา 0.01 บาท มันจะขาดทุนได้ยังไงล่ะ ?




โดน SP


เครื่องหมาย SP หรือ Trading Suspension เมื่อหุ้นตัวใดก็ตามถูกขึ้นเครื่องหมายนี้แล้ว เราจะไม่สามารถซื้อขายหุ้นตัวนั้นได้เลย และหุ้นที่มีราคาต่ำขนาด 0.01 บาท (รวมถึงหุ้นต่ำบาทตัวอื่นๆ) ก็มักจะเป็นกิจการที่มีปัญหาอยู่แล้ว ทำให้มีโอกาสโดนขึ้นเครื่องหมาย SP ได้ไม่ยาก


นั่นแปลว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไป แม้จะได้ราคาที่ 0.01 บาท มันก็จะเหลือ 0 บาทได้หากถูกสั่งห้ามซื้อขาย




โดนรวมพาร์


พาร์ (Par) คือตัวเลขที่กิจการได้แจ้งเมื่อตอนจดทะเบียนบริษัท อย่างเช่นหุ้น  SCC  บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีราคาพาร์อยู่ที่ 1 บาท และหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด 1,200 ล้านหุ้น เท่ากับว่า ทุนจดทะเบียนของหุ้น SCC นั้นอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท โดยที่ราคาตลาดในปัจจุบันคือ 452 บาทต่อหุ้น (อย่าสับสนระหว่างราคาพาร์และราคาตลาดนะครับ)


นักลงทุนอาจคุ้นเคยกับคำว่า "แตกพาร์" กันมาบ้าง สมมติหุ้น SCC ทำการแตกพาร์จาก 1 บาท มาเหลือ 0.10 บาท (แตกลงมา 10 เท่า) แปลว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายตอนนี้ 452 บาท ก็จะเหลือหุ้นละ 45.20 บาท และจำนวนหุ้นจะเพิ่มขึ้นจาก 1,200 ล้านหุ้น เป็น 12,000 ล้านหุ้น


แต่การ "รวมพาร์" คือการกระทำในทางตรงข้าม สมมติหุ้นตัวหนึ่งมีราคา 0.01 บาท และพาร์อยู่ที่ 0.25 บาท (ราคาพาร์สามารถสูงกว่าราคาหุ้นในตลาดได้) มีหุ้นจดทะเบียนทั้งสิ้น 400 ล้านหุ้น วันดีคืนดี บริษัทบอกว่าจะทำการรวมพาร์ จาก 0.25 บาท มาเป็น 1 บาท (เพิ่ม 4 เท่า) สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จำนวนหุ้นจะลดลงเหลือ 100 ล้านหุ้น (400 หาร 4) และราคาหุ้นจะเปลี่ยนเป็น 0.04 บาท (0.01 คูณ 4)


ดังนั้นเมื่อเกิดการรวมพาร์ จากราคาหุ้น 0.01 บาท ก็สามารถเพิ่มสูงขึ้นได้แบบงงๆ (แต่จำนวนหุ้นที่น้อยกว่าเดิม) จากตัวอย่างเดิมที่ราคาเป็น 0.04 บาท หุ้นตัวนี้ก็สามารถปรับตัวลดลงต่อได้อีก นักลงทุนอาจหมดตัวได้จากเพลงดาบท่านี้




อยากเล่นกับไฟ


อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของหุ้นเหล่านี้มันก็คือ ทำให้นักลงทุนอย่างเราๆ ได้ลุ้นกันว่า "เมื่อไหร่มันจะขึ้นนะ" เพราะเพียงแค่ราคาขึ้นไปช่องสองช่อง ก็สามารถทำกำไรได้เป็นเด้งแล้ว รวมถึงหุ้นเหล่านี้มักมี story มาเสมอๆ สร้างความหวังและความฝันให้กับนักลงทุนได้ตลอด


ถ้าอยากจะลงทุนกับหุ้นเหล่านี้ ไม่มีใครห้าม แต่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ในการวิเคราะห์อย่างสูง และต้อง "กระจายความเสี่ยง" ในระดับที่เหมาะสม นักลงทุนอาจแบ่งเงินซื้อหุ้นมหาโหดเหล่านี้สัก 10 ตัว อาจมี 5 ตัวที่เจ๊งจนติดเครื่องหมาย SP แตอีก 5 ตัวที่สามารถขึ้นไปได้ 10 เด้ง ก็มากพอที่จะชดเชยการขาดทุนได้ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเจ๊งทั้ง 10 ตัวไม่ได้)


หรือถ้ามันยากเกินไป ก็ไม่ผิดถ้าเราจะไม่ไปเล่นกับไฟที่ร้อนแรงขนาดนั้น หุ้นในตลาดตัวอื่นมีอีกมาก ราคาอาจแพงหน่อยเมื่อเทียบกับความรู้สึก แต่หุ้นราคา 0.01 บาท เมื่อเทียบกับมูลค่าของมันจริงๆ แล้ว อาจแพงกว่าหุ้นราคาหลายร้อยบาทด้วยซ้ำไป

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing