จากกำไร 30 ล้านเป็นขาดทุน 30 ล้าน ทำไมหุ้นอิชิตันถึงขาดทุน

 

 ICHI  หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจน้ำชาเขียวพร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์สินค้าที่เราทุกคนคุ้นเคยกันดี "อิชิตัน" นับว่าเป็นหุ้นที่สร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่ตอนเข้าตลาด ด้วยการเปิดให้ประชาชนทั่วไปต่อแถวเพื่อจองซื้อหุ้น IPO ได้ อีกทั้งบริษัทยังมีจอมทัพ "คุณตัน ภาสกรนที" ทำให้ช่วงแรก นักวิเคราะห์และนักลงทุนจำนวนมากต่างก็เชื่อว่านี่คือบริษัทที่จะเป็น growth stock


ซึ่งผลงานในปี 2558 ก็ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง รายได้กว่า 6,200 ล้านบาท และกำไรสุทธิอีก 1,000 ล้านบาท แต่มาวันนี้ ICHI กำลังมีรายได้ที่ลดลงติดต่อกัน 3 ปี พร้อมกับงบการเงินไตรมาสล่าสุดที่ขาดทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท




เกิดอะไรขึ้น


หากยังจำกันได้ เราเพิ่งจะได้ยินข่าวการขึ้นภาษีน้ำตาลกันมาไม่นานนัก นั่นส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ต่างปรับขึ้นราคากันถ้วนหน้า (โค้กขวดแก้วไซส์เล็กสุด จากเดิม 10 บาทก็ปรับขึ้นเป็น 12 บาท) ชาเขียวของอิชิตันเองก็มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ราคาที่ปรับขึ้นก็ทำให้ผู้ซื้อบริโภคน้อยลง


และอิชิตันเองก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องงบทางการตลาดสูงมาก ในช่วงแรกที่บริษัทเพิ่งทำแคมเปญก็ยังส่งผลดีอยู่ แต่เมื่อทำการตลาดแบบเดิมๆ ก็ยากที่จะขายดีขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคก็มีเครื่องดื่มอื่นๆ ให้เลือกมากกว่าเดิม จึงส่งผลให้รายได้ลดลงในที่สุด




ธุรกิจใน
อินโดนีเซีย


ภาพข่าวตอนประกาศขยายธุรกิจไปลงทุนในอินโดนีเซีย (ขอบคุณภาพจาก news.mthai.com)


สาเหตุสำคัญอีกประการมาจากการขายในต่างประเทศ อิชิตันเองมีการจำหน่ายชาเขียวในประเทศอินโดนีเซียด้วย แต่ผลตอบรับก็ยังไม่สู้ดีนัก ทำให้ในไตรมาสนี้บริษัทมีผลขาดทุนจากกิจการร่วมค้า (ซึ่งก็คือบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย) กว่า 55 ล้านบาท จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลการดำเนินงานของ ICHI ขาดทุน




หุ้น growth
ที่อาจไม่ growth


ตอนช่วงที่ ICHI เข้าตลาดไม่นาน ราคาหุ้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบผิดหูผิดตาเมื่อเทียบกับหุ้น IPO ตัวอื่น จากราคาเข้าตลาด 13 บาท ไปสูงสุดที่เกือบ 30 บาทในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงเรื่อยๆ


ช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปถึงเกือบ 30 บาท (กรอบสีฟ้าด้านซ้าย) ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลดลงมาเรื่อยๆ ถึงปัจจุบัน


จนกระทั่งมีข่าวว่า ICHI ไปขยายธุรกิจสู่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในอาเซียน หลายคนจึงเชื่อว่านี่จะเป็นปัจจัยที่ drive ราคาหุ้นให้ไปอีกได้ แต่ราคาหุ้นกลับไม่ได้ตอบสนองมากนัก และผลลัพธ์วันนี้เราก็เห็นกันแล้วว่า การขยายธุรกิจก็ไม่ได้กำไรเสมอไป


เป็นเรื่องธรรมดาที่หุ้นทุกตัวจะต้องมีการขยายธุรกิจ ซึ่งประเด็นเหล่านี้มักจะถูกสื่อหยิบขึ้นมาประโคมข่าวอยู่เสมอ (ดีไม่ดีเจ้าของบริษัทอาจช่วยประโคมข่าวเองด้วย) ในฐานะนักลงทุน เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า การขยายธุรกิจดังกล่าวนั้น มีนัยต่อผลการดำเนินงานแค่ไหน และมีโอกาสแค่ไหนที่จะทำเงินได้


เพราะไม่ว่าใครก็ขยายธุรกิจได้ แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะขยายธุรกิจแล้วมีกำไรทุกครั้ง และวันนี้เราก็เห็นเคสตัวอย่างแล้ว จากหุ้น ICHI

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

งบการเงิน ICHI : https://www.finnomena.com/stock/ichi

คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561 : https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15341981673131&language=th&country=TH