สีเฟเบอร์คาสเทล เกิดที่เยอรมันแต่ซื้อหุ้นได้ที่ตุรกี

 

ถ้าพูดถึงสียอดฮิตในตำนาน ที่เราในวัยเด็กต่างก็ต้องการครอบครอง ยี่ห้อ Faber-Castell มักจะเป็นยี่ห้อแรกที่นึกถึง กล่องเหล็กสีแดงสด สีไม้ที่สามารถระบายเป็นสีน้ำได้ เรียกได้ว่าใครพกไปโรงเรียนในวัยเด็ก จะต้องเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ ทั้งห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้


เมื่อเราโตขึ้นมาถึงตอนนี้ ความอยากได้สีไม้ก็อาจน้อยลงไป แปรผันตรงข้ามกับอายุที่เพิ่มขึ้น คราวนี้ความน่าสนใจของสี Faber-Castell ไม่ได้อยู่ที่กล่องเหล็กสีแดงอีกต่อไป แต่เป็นหุ้นของมันต่างหาก แม้บริษัทแม่ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเยอรมนีจะไม่ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้น แต่ก็มีบริษัทเครื่องเขียนแห่งหนึ่งในประเทศตุรกี ได้เข้ามาร่วมทุนกับ Faber-Castell เมื่อปี 1995 ก่อนจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์อิสตันบูล ชื่อของบริษัทนั้นคือ Adel Kalemcilik ซึ่งใช้ตัวย่อคือ  ADEL 




Adel
Kalemcilik


บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ก่อนจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ตุรกีในปี 1996 ปัจจุบันนี้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) อยู่ที่ราวๆ 50 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาทเท่านั้น น้อยกว่าเงินสดที่ปตท.มีเสียอีก (ในงบการเงินไตรมาสล่าสุด ปตท.มีเงินสดอยู่ประมาณ 212,000 ล้านบาท)


นอกจากจะร่วมทุนกับ Faber-Castell บริษัทยังเป็นเจ้าของแบรนด์ Adel, Adeland, Graf Von Faber-Castell, Eberhard Faber และ Max เพียงแต่ชื่อเหล่านี้คนไทยเราอาจไม่คุ้นหูเสียเท่าไหร่




รายได้โต
ปีละ 20%


ถ้าคิดว่าบริษัทนี้จะต้องมีรายได้ที่เติบโตขึ้นทุกปี นั่นแปลว่าเราคิดถูก แม้จะเป็นบริษัทเล็กๆ ที่ทำธุรกิจง่ายๆ อย่างการขายสีไม้ระบายน้ำและเครื่องเขียนอื่นๆ แต่รายได้ของบริษัทก็เติบโตขึ้นเกือบปีละ 20% จาก 186 ล้านลีรา (สกุลเงินของตุรกี) ในปี 2013 มาอยู่ที่ 322 ล้านลีราในปี 2017 แถมบริษัทยังมีอัตรากำไรขั้นต้นกว่า 50% ความหมายง่ายๆ ก็คือ สินค้าราคาชิ้นละ 100 บาท จะมีต้นทุนในการผลิตเพียง 50 บาทเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ดีมาก




หุ้น 20 เด้ง


ในส่วนของราคาหุ้น ตั้งแต่ช่วงปี 2008 จนถึงปี 2016 ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2 ลีรา ไปที่จุดสูงสุดคือเกือบ 24 ลีรา ก่อนที่จะปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นตุรกีที่ชะลอตัวลง


ราคาหุ้นของ ADEL ที่เป็นขาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 ก่อนจะปรับตัวลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา


ซึ่งเหตุการณ์ตอนนี้ อย่างที่เราทุกคนรู้กันว่าตุรกีกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จนทำให้ตลาดหุ้นตุรกี (BIST Index) ปรับตัวลดลงเกือบ 20% ตั้งแต่ต้นปี หุ้นของ ADEL ก็ปรับตัวลดลงเกือบๆ 1/3 เช่นกัน จนอัตราส่วนราคาต่อกำไร (PE) อยู่ที่ 14.5 เท่า และทำให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (dividend yield) สูงถึง 7%




ตลาดพัง
หุ้นดีก็พังได้


หุ้นบริษัท ADEL เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ต่อให้หุ้นจะมีพื้นฐานแข็งแกร่งแค่ไหน มีโอกาสทำกำไรมากเพียงใด ตลาดหุ้นที่พังก็ทำให้หุ้นตัวนั้นพังตามได้ หากนักลงทุนอย่างเราๆ เข้าซื้อหุ้น ADEL ตั้งแต่ต้นปี แม้พื้นฐานดีก็จริง แต่นักลงทุนก็จะขาดทุนไปแล้วกว่า 30%


แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง ราคาหุ้นที่ลดลงเพราะตลาดหุ้นมีปัญหา ก็เป็นเหมือนกับโอกาสอันดีที่ทำให้เราได้ซื้อของดีราคาถูก ไม่เฉพาะตลาดหุ้นตุรกี ช่วงที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ก็มีหุ้นหลายตัวที่พื้นฐานดีมาก แต่ให้เงินปันผลตอบแทนถึงกว่า 20% และท้ายสุดหุ้นเหล่านี้ก็ฟื้นกลับมาได้ เมื่อทุกอย่างเป็นปกติ


Faber-Castell ของบริษัท ADEL แม้เป็นธุรกิจง่ายๆ แต่คุณภาพของธุรกิจนับว่าเจ๋งไม่เบา

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

งบการเงิน ADEL : https://quotes.wsj.com/TR/XIST/ADEL/financials/annual/income-statement

Corporate Information : http://www.adelexport.com/en/corporate-information