อยากลงทุนหุ้น ต้องเก่งเลขแค่ไหน

 

ขึ้นชื่อว่าการลงทุน เชื่อว่าหลายคนอาจนึกถึงศาสตร์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นราคาหุ้น งบกำไรขาดทุนของบริษัท ผลกำไรขาดทุนจากการเทรด และอื่นๆ อีกมากมาย จนคนที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน อาจสงสัยว่าถ้าอยากรู้เรื่องหุ้น จำเป็นต้องเก่งเลขแค่ไหนกัน ?




บวกลบคูณหาร


ในการเลือกหุ้นเบื้องต้น การใช้เพียงแค่บวกลบคูณหารก็สามารถวิเคราะห์หุ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน อัตรากำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่เท่าไหร่ หนี้สินของบริษัทมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นกี่เท่า ฯลฯ ขอเพียงแค่เข้าใจความหมายของค่าต่างๆ ว่าต้องตีความอย่างไร ก็เข้ามาลงทุนได้ไม่ยาก


แม้ในปัจจุบันจะมีโปรแกรมฟรี หรือเครื่องมือดีๆ มากมายที่สรุปข้อมูลทางการเงินแบบคำนวณมาให้แล้ว แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น อยากแนะนำให้ลองคำนวณตัวเลขเหล่านี้ด้วยมือ หรือจะลองใส่สูตรลงใน Excel ก็ได้ เพื่อให้จดจำสมการต่างๆ ได้ รวมถึงเอาไปใช้ในอนาคต


ตัวอย่างของหน้าเว็บจากสรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน (Factsheet) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จะมีการคำนวณอัตราส่วนทางการเงินหลายตัวมาให้แล้ว


สำหรับนักเทคนิคอล การวิเคราะห์กราฟหุ้นอาจไม่ต้องใช้การคำนวณตัวเลขมากเท่าไหร่นัก แต่จะมีในส่วนของการควบคุมความเสี่ยง ว่าจะต้องซื้อกี่หุ้นถึงจะไม่เสี่ยงเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดเงินทุนที่เรามี ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเพียงการบวกลบคูณหารธรรมดา ขอแค่เข้าใจคอนเซปของมัน การเริ่มต้นสู่การลงทุนก็ไม่ไกลเกินเอื้อม




วิเคราะห์ละเอียด
ใช้เลขเยอะหน่อย


แต่ก็มีวิธีการลงทุนบางอย่างเช่นกันที่ต้องอาศัยการคำนวณแบบละเอียด อย่างเช่น การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (discount cash flow) ซึ่งวิธีนี้จำเป็นต้องใช้ความรู้เรื่องเลขยกกำลัง การทบต้น และอื่นๆ แม้จะดูยากสำหรับคนที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน แต่เมื่อลงทุนมาสักพัก นักลงทุนก็สามารถเข้าใจวิธีการเหล่านี้ได้ไม่ยาก รวมถึงการใช้ Excel ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ




สิ่งที่ยาก
ไม่ใช่การคำนวณ


สิ่งที่ยากจริงๆ ของการลงทุนไม่ใช่เรื่องของการคำนวณเลข แต่มันคือการเข้าใจคอนเซป รวมถึงที่มาของค่าต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น บริษัทนี้มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.20 เท่า (อัตราส่วนนี้แสดงถึงสภาพคล่องของกิจการ มาจากการนำสินทรัพย์หมุนเวียนหารหนี้สินหมุนเวียน ยิ่งค่าสูง แปลว่ามีสินทรัพย์หมุนเวียนมาก และโอกาสที่บริษัทจะขาดสภาพคล่องก็น้อยลง) เราจะตีความว่ายังไง ?


หนังสือบางเล่มอาจบอกว่าต้องเกิน 2 เท่าถึงจะดี แต่ในความจริงแล้ว บริษัทนั้นๆ อาจมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ระหว่าง 1-1.50 เท่ามานานแล้วก็ได้ ซึ่งเป็นปกติของกิจการประเภทนั้น นี่คือการเข้าใจตัวเลข ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์


เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครที่สามารถคำนวณเลขในเบื้องต้นก็ลงทุนในหุ้นได้ทั้งนั้น แต่สิ่งที่จะทำให้แต่ละคนได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันคือ การตีความค่าต่างๆ การหาวิธีในการลงทุนที่เหมาะสม และการควบคุมอารมณ์ตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยากกว่าการคำนวณเลขมากมายนัก อาจยากกว่าการคิดลดกระแสเงินสดด้วยซ้ำไป


แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม ตลาดหุ้นเปิดโอกาสให้ทุกคนเสมอ

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing