จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ เทรดเดอร์ผู้โชคร้ายแห่งตลาด FOREX

Last updated: Aug 23, 2018  |  5022 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน

 

ใครที่เคยเรียนเศรษฐศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จะต้องคุ้นเคยกับชื่อของบุคคลผู้นี้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่เคยได้ยินมาก่อน จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อดังที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 (เสียชีวิตเมื่อปี 1987) ชื่อเสียงของเขาโด่งดังจากแนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบใหม่ ที่กล่าวว่ารัฐบาลควรเข้าไปแทรกแซงระบบเศรษฐกิจบ้างตามสมควร จนแนวคิดของเขาถูกนำมาใช้วางแผนนโยบายการเงินและการคลังอย่างแพร่หลายจนถึงทุกวันนี้


เราอาจติดภาพว่านักเศรษฐศาสตร์ที่ฉลาดเป็นกรด จะต้องสวมแว่นหนาเตอะ เอะอะก็มุ่งแต่วิชาการ ทำแต่งานวิชาการ ใช้ชีวิตน่าเบื่อ แต่สำหรับเคนส์แล้ว อีกมุมหนึ่งของชีวิตที่น้อยคนจะรู้นักก็คือ เขาเป็นเทรดเดอร์ เป็นเทรดเดอร์ในตลาดค่าเงิน (FOREX) แถมเป็นเทรดเดอร์ที่มีพอร์ทใหญ่ซะด้วย




ก้าวแรกสู่
FOREX Trader


FOREX ย่อมาจาก Foreign Exchange เป็นตลาดสำหรับการเทรดค่าเงินสกุลต่างๆ ซึ่งถ้าเทียบกับตลาดหุ้นไทยแล้ว ตลาดค่าเงินนั้นมีความผันผวนสูงกว่ามาก เพราะเป็นแหล่งรวมนักลงทุนจากทั่วโลก ทั้งนักลงทุนรายย่อย รายใหญ่ ธนาคาร กองทุน วาณิชธนกิจ หรือกระทั่ง AI นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการใช้อัตราทด (leverage) เข้ามาเกี่ยวข้อง คนที่คุมตัวเองไม่ดีก็สามารถหมดตัวได้ง่ายๆ


ถ้าเป็นตลาดหุ้น สิ่งที่ส่งผลต่อราคา (ถ้าไม่นับเจ้ามือ) ก็คือผลประกอบการของบริษัท ภาวะเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ ส่วนตลาดค่าเงิน สิ่งที่ส่งผลโดยมากจะเป็นปัจจัยเชิงมหภาคเกือบทั้งหมด จะเรียกว่าเข้าทางเคนส์ก็ว่าได้ เพราะเขาเองมีความเชี่ยวชาญในเศรษฐศาสตร์มหภาคอยู่แล้ว 


ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงเริ่มต้นสู่การเป็นเทรดเดอร์ในตลาด FOREX ในปี 1920 (รวมถึงตลาดหุ้นด้วย แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนมากนักว่าเขาลงทุนมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับการเทรดค่าเงิน) และกลยุทธ์ที่เขาใช้ในการเทรด จะเน้นไปที่การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ และช่วงสูงสุดนั้น พอร์ทโฟลิโอของเขาเติบโตขึ้นไปถึง 250,000 ปอนด์ หรือถ้าเทียบเป็นเงินปัจจุบันก็ราวๆ 24 ล้านเหรียญ




กำไร
แต่เกือบไม่รอด


ผลการเทรดของเคนส์อยู่ที่เฉลี่ยปีละ 8% ตั้งแต่ปี 1920-1927 ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้ แต่หากเราดูกราฟผลตอบแทนของเขา จะเห็นว่ามีความเหวี่ยงของผลตอบแทนที่สูงมาก บางช่วงติดลบหนัก ก่อนที่จะกลับมาเป็นกำไร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อัตราส่วนผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง อยู่ที่เพียง 0.16 นั่นหมายความว่า ทุกๆ ความเสี่ยงที่เคนส์ใช้ไป 1 หน่วย จะได้ผลตอบแทนกลับมาเพียง 0.16 หน่วย


กราฟผลตอบแทนสะสมของเขา จะเห็นว่าบางช่วงนั้นขาดทุนแบบมโหฬารมาก ก่อนที่จะกลับขึ้นมาเป็นกำไรได้ ถ้านักลงทุนอย่างเราเจอความผันผวนขนาดนี้อาจถึงขั้นหัวใจวายได้เลยทีเดียว


หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้ามาเทรดอีกครั้งในช่วงปี 1932-1939 ซึ่งในรอบนี้เขาได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 2.5% แต่อาจจะเป็นเพราะบทเรียนรอบก่อนหน้า ทำให้รอบนี้ผลตอบแทนของเขาไม่หวือหวาเท่าครั้งก่อนมากนัก




เทรดเดอร์
ผู้โชคร้าย


ในภาพรวม นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกผู้นี้อาจพอทำเงินได้บ้าง แต่หากเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้น หรือเทียบกับกลยุทธ์การลงทุนแบบอื่นๆ ที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้เทรดในตลาดค่าเงิน ณ ช่วงเวลานั้น (Carry Trade และ Momentum) จะพบว่าผลตอบแทนของเคนส์แพ้แบบราบคาบ ขนาดตลาดหุ้นลอนดอนที่ได้รับผลประทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐ (Great Depression) ก็ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 6.40% ขณะที่เคนส์ได้ผลตอบแทน 5.39% เท่านั้นเอง


ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงของกลยุทธ์แบบเคนส์และกลยุทธ์อื่นๆ สำหรับ Carry Trade และ Momentum กลยุทธ์แรกคือ ขายชอร์ทในสกุลเงินของประเทศที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ และลอง (ซื้อ) ในสกุลเงินของประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ส่วนกลยุทธ์ที่สองคือ การขายชอร์ทในสกุลเงินที่อ่อนค่า และลอง (ซื้อ) ในสกุลเงินที่แข็งค่า


นอกจากผลตอบแทนแล้ว หากดูเรื่องของความเสี่ยงด้วย (บรรทัดที่ 3 ในกรอบสีแดง) จะพบว่าวิธีการของเคนส์นั้นมีความเสี่ยงมากที่สุด (ค่านี้ยิ่งมาก แปลว่ายิ่งผันผวนสูง) เมื่อเทียบกับกลยุทธ์อื่นๆ หรือเทียบกับตลาดหุ้น ทั้งผลตอบแทนที่ต่ำ และความผันผวนที่สูงมาก มองแบบผ่านๆ ก็พอจะรู้ได้ว่าผลการลงทุนของเขานั้นไม่ได้โดดเด่นเหมือนความสามารถทางด้านเศรษฐศาสตร์ของเขาแม้แต่น้อย




บทเรียน
จากเคนส์


เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะ แต่ต่อให้อัจฉริยะแค่ไหนก็มีวันที่พ่ายแพ้ตลาดแบบย่อยยับได้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ แต่เป็นเรื่องของการควบคุมความเสี่ยง ทำยังไงถึงจะมีชีวิตรอดในวันที่ตลาดไม่เป็นไปอย่างที่คิด


และอีกเรื่องคือ เคนส์เป็นเทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องปัจจัยพื้นฐานมาก แต่เขาไม่ได้มีความช่ำชองเท่าไหร่ในเรื่องของการจับจังหวะตลาดหรือ timing แม้เขาจะคิดถูกก็จริงว่าค่าเงินที่เข้าไปเล่นจะอ่อนหรือแข็งค่า แต่การเข้าออกผิดเวลา ก็ทำให้เทรดเดอร์ขาดทุนหนักได้ ซึ่งคุณสมบัติของเทรดเดอร์ที่ดี นอกจากจะต้องรู้ว่าสิ่งที่เข้าไปเทรดนั้นจะมีทิศทางเป็นอย่างไร ควรต้องรู้จังหวะเวลาด้วยว่าตอนไหน ยิ่งสำหรับตลาดใดก็ตามที่มีเรื่องของอัตราทดเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งต้องมีความเฉียบคมในการเทรดเป็นอย่างสูง


สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แม้แต่จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ ก็ยังผิดพลาดได้แม้เขาจะเป็นถึงบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ก็ตาม

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

If You’re So Smart: The Currency Trading Record of John Maynard Keynes : https://www.valuewalk.com/2015/01/youre-smart-currency-trading-record-john-maynard-keynes/

John Maynard Keynes 'a great economist but poor currency trader' : https://www.theguardian.com/business/2016/jan/12/john-maynard-keynes-a-great-economist-but-poor-currency-trader

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง