เราควรดูราคาหุ้นบ่อยแค่ไหน

Last updated: Aug 25, 2018  |  428 จำนวนผู้เข้าชม  |  Mindset

 

ราคาหุ้นคือสิ่งที่เกิดจากแรงซิ้อแรงขายของคนในตลาด ฉะนั้นแล้วราคาจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะเป็นนักลงทุนสายพื้นฐาน ที่อยากจะถือหุ้นสัก 20 ปี หรือเป็นนักลงทุนสายเทคนิคอลที่ถือหุ้นเพียง 2 นาที ก็ต้องประสบพบเจอกับราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้


ราคาที่ขึ้นลงทุกบาททุกสตางค์ จะแปรเปลี่ยนเป็นกำไร (หรือขาดทุน) หลักแสนหลักล้านในพอร์ตโฟลิโอได้ทุกวินาที เราอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า “ถ้าอยากเล่นหุ้นแล้วกำไร ก็ซื้อแล้วปิดจอซะ” แต่คำถามคือ มันเป็นวิธีการที่ดีจริงหรือ แล้วดูหุ้นบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าบ่อยเกินไปล่ะ




ดูทุกวันก็ไม่ผิด


ประโยชน์ของการติดตามราคาหุ้นอย่างสม่ำเสมอก็คือ บ่อยครั้งที่ตลาดมักจะเสนอโอกาสดีๆ ในการซื้อหรือขายหุ้นมาให้ หุ้นที่เราสนใจอาจย่อตัวลงมา ก็จะทำให้เราซื้อหุ้นได้ในราคาที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้ตามตลาด หรือบางครั้งราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปสูง นักลงทุนก็สามารถขายได้ราคาดีกว่าคนอื่นๆ


ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุนคนหนึ่งซึ่งลงทุนแบบเน้นปัจจัยพื้นฐาน ได้วิเคราะห์แล้วว่าหุ้นตัวนี้มีมูลค่าที่เหมาะสมคือ 50 บาท ขณะที่ราคาตลาดในปัจจุบันอยู่ที่ 40 บาท แปลว่าเขามีโอกาสทำเงินได้ 20% แต่แล้ววันต่อมา ราคาหุ้นกลับตกฮวบเหลือ 35 บาทเนื่องจากภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่แย่ นักลงทุนคนนี้ก็จะซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ติดตามตลาดทุกวัน


ในกรณีที่เป็นนักลงทุนสายเทคนิค หากเป็นคนที่ซื้อขายหุ้นรายวันอยู่แล้วก็ต้องติดตามราคาหุ้นทั้งวันเสมอ แต่คนที่เป็นสายซื้อแล้วถือ การดูราคาหุ้นทุกวัน หรือกระทั่งระหว่างวัน ก็จะทำให้เรามีโอกาสซื้อและขายหุ้นในราคาพิเศษได้ หุ้นตัวที่เราสนใจกำลังเป็นขาขึ้นอยู่ แต่ระหว่างวันที่เราเฝ้าติดตาม อยู่ๆ หุ้นกลับขึ้นชนซิลลิ่งเพราะผลประกอบการเพิ่งออกมาดีกว่าคาด นักลงทุนก็สามารถใช้โอกาสนี้ขายหุ้นได้ ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลดลงเพราะซึมซับข่าวดีไปแล้ว


บริเวณกรอบสีฟ้าที่วงไว้คือช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง หากนักลงทุนไม่ได้ติดตามตลาด ก็อาจพลาดโอกาสขายทำกำไรในจุดที่ดีไปก็ได้




ดูตลอดก็ได้
ถ้าใจถึง


การที่มีหุ้นอยู่ในพอร์ตแล้วต้องติดตามราคาเสมอ มันก็ส่งผลเสียตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องไม่ลืมความจริงข้อหนึ่งก็คือ สมองของมนุษย์มักจะประมวลผลแบบ automatic หุ้นตัวหนึ่งเราซื้อมา 10 บาท ถืออยู่สัก 100,000 หุ้น พอราคาลงมาเหลือ 9 บาทในช่วงเช้า สมองเราจะคิดเลขอัตโนมัติว่าเราขาดทุนไปแล้ว 100,000 บาท ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลให้จิตใจของนักลงทุนไขว้เขวได้ง่ายๆ


ดังนั้น ตราบใดที่การดูราคาหุ้นไม่ได้ทำให้งานหลักและสุขภาพจิตเสีย ก็ไม่มีคำว่าบ่อยเกินไป

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง