After You จาก 15 เหลือ 8 บาท อนาคตหุ้นตัวนี้ยังหวานอยู่หรือไม่

 

 AU  หรือ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นที่เราทุกคนรู้จักกันดีว่าทำธุรกิจขนมหวานสุดแสนอร่อย ทั้งฮันนี่โทสต์ บิงซู เครื่องดื่ม ฯลฯ หากใครยังจำได้ หุ้นตัวนี้ขายในราคา IPO ที่ 4.50 บาท และขึ้นไปอีก 200% ในวันแรกที่เข้าเทรดในตลาดหุ้น จนปิดที่ 13.50 บาท กลายเป็นร้านขนมหวานหมื่นล้านในชั่วข้ามคืน


ณ เวลานั้น ทุกคนเชื่อมั่นใน After You เป็นอย่างมากว่านี่คือ growth stock ตัวต่อไป ซึ่งผลประกอบการของบริษัทก็ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง รายได้เติบโตขึ้นจาก 414.93 ล้านบาทในปี 2558 มาอยู่ที่ 735.38 ล้านบาทในปีล่าสุด พร้อมกับกำไรสุทธิที่โตขึ้นจาก 57.51 ล้าน มาเป็น 128.90 ล้าน ดูแล้วเป็นหุ้นที่ไม่เลวเลยทีเดียว


ภาพบรรยากาศการเข้าตลาดหุ้นวันแรกของ After You และราคาหุ้นที่เตรียมจะเปิดสื่อขายวันแรกฝั่งขวามือ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในหุ้นตัวนี้ได้เป็นอย่างดี (ขอบคุณภาพจากคมชัดลึก)


แต่ราคาหุ้นกลับลดลงจาก 15 บาทมาเหลือเพียง 7.50 บาท สวนทางกับผลประกอบการที่เกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง อะไรกันที่ทำให้หุ้นดาวเด่นกลายเป็นดาวตกกว่า 50% ได้ในเวลาเพียงหกเดือนเศษเท่านั้น




PE เกือบ 80 เท่า


ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หุ้น AU ที่ซื้อขายกันด้วยค่า PE ที่สูงเกือบ 80 เท่านั้นเป็นราคาที่แพงมาก แม้หุ้นที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสูง จะสามารถชดเชยได้หากกิจการมีการเติบโตของกำไรและรายได้ที่สูงขึ้นตาม แต่ในกรณีของ AU รายได้อาจเติบโตอย่างต่อเนื่องก็จริงอยู่ แต่อัตราการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (Same Store Sales Growth หรือ SSSG) อยู่ที่ราวๆ 2% เท่านั้นเอง


นั่นเท่ากับว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการขยายสาขาอย่างหนักเสียมากกว่า นักลงทุนส่วนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับยอดขายของสาขาเดิม ก็อาจมองว่าความสามารถในการแข่งขันของ After You ลดลงไปแล้ว (เพราะรายได้สาขาเดิมไม่โตมากนัก) จึงพากันเทขายและทำให้ราคาหุ้นลดลง ซึ่งตอนนี้ PE ของหุ้นก็หล่นมาเหลืออยู่ที่ราวๆ 50 เท่า




คู่แข่ง


After You อาจเป็นธุรกิจที่ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์สูงมาก แต่ตลาดขนมหวานนั้นมันใหญ่มากและกำไรดีมากเสียจนใครๆ ก็อยากลงมาเล่นด้วย โดยคู่แข่งของ AU สามารถแบ่งได้เป็นสองประเภท แบบแรกคือร้านขนมหวานทั่วไปที่อาจมี 1-2 สาขา กับร้านขนมหวานของบริษัทใหญ่ๆ ที่มีหลายร้อยสาขา (แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงสเวนเซ่นส์ของหุ้น  MINT ) การที่มีคู่แข่งมากทั้งรายเล็กรายใหญ่ เท่ากับว่าลูกค้ามีอิสระที่จะเลือกบริโภคมากขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่กดดันให้ผลประกอบการชะลอตัว และทำให้ราคาหุ้นลดลงได้


บิงซู เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้กับ After You ไม่น้อย การที่สเวนเซ่นส์ทำบิงซูออกมาขายเหมือนกัน ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างเลี่ยงไม่ได้




ไขมันทรานส์


เจ้าไขมันตัวร้ายที่ถูกกล่าวถึงในช่วงนี้ แม้ทาง AU จะออกมาบอกว่าวัตถุดิบกว่า 90% ของบริษัทจะปราศจากไขมันทรานส์ ต่อให้บริษัทเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงขึ้นนิดหน่อย (เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น) แต่ตลาดที่พร้อมซึมซับข่าวร้าย และราคาที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาก่อนแล้ว ข่าวร้ายเพียงนิดเดียวก็สะกิดให้ราคาหุ้นร่วงลงต่อได้ทันที


เส้นสีฟ้าแนวตั้งที่ทำเครื่องหมายไว้ คือวันที่ข่าวการควบคุมไขมันทรานส์ถูกเผยแพร่ จึงทำให้หลายๆ คนกังวลว่า AU อาจได้รับผลกระทบ เพราะวัตถุดิบบางอย่างของบริษัทมีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ




ใช่ว่า AU
จะไม่โตแล้ว


ทั้งหมดนี้คือปัจจัยลบที่ส่งผลให้ราคาหุ้น After You ร่วงลงกว่า 50% แต่ใช่ว่าบริษัทจะไม่สามารถเป็น growth stock ได้อีก เพราะนอกจากจะขยายสาขาในประเทศเพิ่มต่อเนื่องทุกปี ยังมีแผนที่จะไปลงทุนเพิ่มในประเทศมาเลเซียและประเทศอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในอนาคต


อย่างที่สอง การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งที่บริษัทพยายามทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละเดือนนั้นทางร้านจะมี Menu of The Month เพื่อทดลองตลาด หากเมนูใดที่สามารถขายได้และลูกค้าชื่นชอบ ก็จะถูกบรรจุอยู่ในเมนูปกติของทางร้าน


และอย่างสุดท้าย After You ได้จับมือกับผู้ประกอบการหลายๆ รายเพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น สองเจ้าหลักที่บริษัทได้เริ่มทำธุรกิจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้วก็คือ Starbucks (ขายขนมของ After You ผ่านร้านของ Starbucks ทั้งสิ้น 11 สาขา) และสายการบิน Thai Air Asia กับสายการบิน Thai Smile (ขายขนมบนเที่ยวบิน)


(ซ้าย) ขนมของ AU บนสายการบิน Thai Air Asis (ขวา) โปสเตอร์โปรโมทขนมที่จะขายในสายการบิน Thai Smile (ขอบคุณภาพจาก Instagram @dine.out.on และเว็บไซต์ promotiontoyou.com)


เห็นได้ชัดว่า ท่ามกลางข่าวร้ายและมรสุมของราคาหุ้น ตัวธุรกิจเองก็ยังมีช่องทางขยายการเติบโตได้ แต่ต้องไม่ลืมว่า ราคาหุ้นและธุรกิจเป็นสิ่งที่ไม่ได้สัมพันธ์กันในระยะสั้น ต่อให้มีแผนการเติบโตชัดเจนเพียงใด ผลประกอบการจะดีขึ้นแค่ไหน หากจ่ายเงินเพื่อซื้อธุรกิจในราคาที่แพงไป มันก็มีความเสี่ยง


นักลงทุนอย่างเรา ไม่มีทางที่จะหลีกหนีความไร้เหตุผลของตลาดได้ หุ้น AU อาจเทรดที่ PE 100 เท่า หรือหล่นมาเหลือ 20 เท่า หรือเป็น PE เท่าไหร่ก็ได้ทั้งนั้น แต่เราต้องวิเคราะห์ให้ได้เสมอว่าราคาที่จ่ายไปมันคุ้มค่ากับผลตอบแทนและความเสี่ยงมากแค่ไหน


แล้ววันนี้ AU ก็มีข้อเสนอให้เราอีกครั้ง ราคาที่ลดลง สภาวะกดดันที่มากขึ้น แต่โอกาสการเติบโตก็พร้อมเปลี่ยนหุ้นให้เป็น growth stock ไม่มีอะไรง่ายดายในเกมการลงทุน จะซื้อ ถือ หรือขาย นี่เป็นสิ่งที่เราต้องใช้วิจารณญาณเอาเอง

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

งบการเงิน AU : https://www.finnomena.com/stock/a

เตรียมพุงให้พร้อม! Air Asia ชวนไปกินบิงซูบนฟ้ากับร้าน After You ก.ค 61 นี้ : https://promotions.co.th/travel/สายการบิน/เตรียมพุงให้พร้อม-air-asia-ชวนไ.html

ไทยสมายล์ฉลองก้าวสู่ปีที่ 7 เสิร์ฟเมนูพิเศษ Starbucks - After You : https://www.bkkmenu.com/eat/news/thai-smile-starbucks-after-you.html

เข้า Starbucks ก็กิน After You ได้แล้ว | Brand Inside : https://brandinside.asia/starbucks-x-after-you/

AU-MINT รูดหนัก! เซ่นพ.ร.บ.ห้ามขาย-นำเข้าไขมันทรานส์ หวั่นกระทบกำไรปี 62 : https://www.kaohoon.com/content/241033