Philip Morris บริษัทบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Last updated: Sep 2, 2018  |  1489 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

หากพูดถึงอุตสาหกรรมบุหรี่ เราอาจนึกถึงความเลวร้ายของสิ่งที่คร่าชีวิตคนในแต่ละปีเป็นจำนวนหลายล้านคน แต่หากมองในมุมการลงทุน ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่ามันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นสินค้าที่คนต้องซื้อซ้ำบ่อยๆ จึงทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละปีนับล้านล้านบาท


สำหรับในประเทศไทย โรงงานยาสูบนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยในปี 2560 นั้นสามารถผลิตบุหรี่ได้ถึง 18,000 ล้านมวน สร้างรายได้ได้มากกว่า 69,000 ล้านบาท (อ่านบทความเกี่ยวกับโรงงานยาสูบได้ที่นี่) นับว่าเป็นรายได้ก้อนใหญ่ แต่หากเทียบกับบริษัทผลิตบุหรี่อีกแห่งหนึ่งที่มีรายได้เกือบ 1 ล้านล้านบาทในปีที่แล้ว โรงงานยาสูบของเราดูเป็นเด็กน้อยไปเลย


ชื่อของบริษัทดังกล่าวคือ Philip Morris




จุดกำเนิด
ของควัน


Philip Morris ก่อตั้งขึ้นช่วงปี 1847 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยชายผู้หนึ่งซึ่งแน่นอนว่าเขาชื่อ Philip Morris แต่เดิมนั้นเป็นเพียงร้านขายบุหรี่เล็กๆ ทั่วไป ก่อนที่จะขยายธุรกิจไปสู่สหรัฐอเมริการาวปี 1902 จนถึงตอนนี้ บริษัทก็มีฐานลูกค้ามากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก


ร้านค้าของ Philip Morris ในยุคแรกๆ (ขอบคุณภาพจาก Altria.com)


ซึ่งในตอนแรก Philip Morris เป็นเพียงบริษัทในเครือของ Altria Group ผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะแยกตัวออกมาจากบริษัทแม่ แล้วจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อปี 2008 หรือราวๆ 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้นเอง โดยใช้ตัวย่อหลักทรัพย์  PM 




ควันบุหรี่
ครอบโลก


เพียงแค่ในปีล่าสุด บริษัทสามารถผลิตบุหรี่ได้มากเกือบ 800,000 ล้านมวน (ขณะที่ประชากรโลกมี 7,000 ล้านคน) และเป็นเจ้าของแบรนด์บุหรี่นับสิบ ซึ่งยี่ห้อที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือ Malboro และ LM อย่างที่กล่าวในตอนต้น Philip Morris มีกำไรในปีที่ผ่านมาประมาณ 6,000 ล้านเหรียญ รายได้อีกเกือบ 29,000 ล้านเหรียญ (คิดเป็นเงินไทยราว 9 แสนล้านบาท) ส่งผลบริษัทกลายเป็นผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ที่สุดในโลกโดยปริยาย


ในส่วนของราคาหุ้นนั้น มีการซื้อขายกันที่ค่า PE เพียงแค่ 15 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทนถึงเกือบ 6% หากมองเผินๆ แล้วไปเทียบกับหุ้นเบอร์ 1 ในดวงใจใครหลายคนอย่าง CPALL ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมค้าปลีก ซึ่งเทรดด้วย PE ราว 30 เท่า และเงินปันผลตอบแทนไม่ถึง 2% หุ้น Philip Morris ที่เป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจบุหรี่ของโลก อาจนับว่าเป็นหุ้นที่มีราคาถูกมากเลยก็ได้




หุ้นบุหรี่
ที่เริ่มมอด


อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นบริษัทผู้ผลิตบุหรี่รายใหญ่ สร้างยอดขายได้เกือบหลักล้านล้านบาท แต่รายได้และกำไรกลับค่อยๆ ลดลงมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว (สวนทางกับโรงงานยาสูบของไทยที่รายได้และกำไรเพิ่มเรื่อยๆ) แม้จะเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ต้องไม่ลืมว่าสินค้าที่บริษัทจำหน่ายนั้นเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ อีกเพียบ ทั่วโลกจึงรณรงค์ให้คนงดสูบบุหรี่ และคนสูบบุหรี่น้อยลง ก็เป็นสาเหตุให้รายได้ของ Philip Morris ลดลง


รายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิของบริษัท Philip Morris (หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐ) จะเห็นว่าทั้งรายได้และกำไรมีแนวโน้มที่ลดลง


ทั้งรายได้และกำไรที่ลดลงนี้ ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาเกือบ 2 ปีติดต่อกัน และไม่ใช่แค่ Philip Morris เท่านั้น Altria Group ซึ่งเป็นรายใหญ่รองลงมา ก็กำลังประสบปัญหานี้ด้วย


 

ราคาหุ้นของบริษัท Philip Morris (PM) และ Altria Group (MO) ซึ่งหุ้นทั้งสองตัวนี้เริ่มปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ 1-2 ปีก่อน

 

 

 

จุดบุหรี่
ให้ติดอีกครั้ง


ท้ายที่สุดแล้วคนทั่วโลกจะลดการสูบบุหรี่ลงเพราะมันเป็นตัวทำลายสุขภาพ และแน่นอนว่าทีมผู้บริหารของ Philip Morris ย่อมเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ดี บริษัทจึงได้คิดค้นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เรียกว่า IQOS ซึ่งใช้สำหรับการสูบบุหรี่รูปแบบใหม่ที่ "ไร้ควัน" เพราะสารพิษในบุหรี่ส่วนมากมาจากควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่อุปกรณ์ IQOS นี้ จะให้ความร้อนแก่บุหรี่ที่มากพอจนทำให้สารนิโคตินและกลิ่นต่างๆ ออกมาได้ แต่ไม่มากไปจนทำให้บุหรี่เกิดการเผาไหม้ ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ใช้งาน IQOS กว่า 5.6 ล้านคนแล้ว



แต่เทคโนโลยีตัวใหม่นี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน และสัดส่วนลูกค้าที่ใช้ก็ยังน้อยเมื่อเทียบกับลูกค้าทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราต้องตามต่อว่า IQOS จะสามารถจุดบุหรี่ให้กลับมาโชติช่วงได้อีกครั้ง หรือ Philip Morris จะกลายเป็นเพียงบริษัทถดถอยที่รอวันดับสูญ




ใหญ่แค่ไหน
ต้องปรับตัว


การสูบบุหรี่ของคนเราแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานับร้อยปี แต่ถ้า Philip Morris รวมถึงบริษัทผู้ผลิตบุหรี่รายอื่นไม่คิดจะปรับตัวตามกระแสการงดสูบบุหรี่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือหารายได้ในรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นอยู่ หายนะทางธุรกิจย่อมเกิดขึ้นในไม่ช้า


ไม่ใช่แค่เฉพาะอุตสาหกรรมบุหรี่ ธุรกิจหลายอย่างที่เรามองว่ามันยากที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งค้าปลีก การสื่อสาร รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ วันนี้เราอาจมองอนาคตไม่ออก แต่ถ้าวันนึงมันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา disrupt ต่อให้เป็นหุ้นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรมก็ยังล้มหายตายจากได้ง่ายๆ


การวิเคราะห์หุ้น จึงไม่ได้เป็นเรื่องของการเทียบค่า PE หรือเทียบกับเงินปันผลแบบง่ายๆ แต่มันคือการมองอนาคตให้ออก หุ้นของบริษัทใดก็ตามที่ขาดซึ่งการปรับตัว ไม่ว่าราคาไหนก็แพงเกินไปทั้งนั้น

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

Philip Morris International : http://media.corporate-ir.net/media_files/IROL/14/146476/2018%20AR/PMIAR2017-Final/index.html

งบการเงิน Philip Morris : https://finance.yahoo.com/quote/pm/financials?ltr=1

ประวัติ Philip Morris : https://en.wikipedia.org/wiki/Philip_Morris_International

The Biggest Big Tobacco Companies : https://www.benzinga.com/news/17/01/8917180/the-biggest-big-tobacco-companies