Lou Simpson วีไอภายใต้เงาบัฟเฟตต์

Last updated: Sep 3, 2018  |  1363 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน

 

วอร์เรน บัฟเฟตต์ มักจะเป็นชื่อบุคคลแรกๆ ที่ทุกคนจะต้องนึกถึงหากมีคนถามว่าใครเป็นนักลงทุนชั้นเซียนของโลก นอกจากผลตอบแทนกว่า 20% ต่อปีที่ทำได้แล้ว การทำมันได้ต่อเนื่องกว่า 50 ปีก็เป็นเรื่องยากที่ใครจะเลียนแบบได้


ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสามารถประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ นอกจากฝีมือของตัวเอง ก็ยังมาจากเพื่อนรอบๆ ตัว ทั้งชาร์ลี มังเจอร์, เท็ด เวชเลอร์, ทอดด์ คอมบ์ ซึ่งทั้งสามคนนี้มีส่วนร่วมในการบริหาร Berkshire Hathaway ของบัฟเฟตต์


แต่ยังมีอีกคนหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงก็ไม่ได้ เพราะชายผู้นี้ เป็นอดีต CEO ของบริษัท GEICO บริษัทประกันที่สร้างกระแสเงินสดแล้วนำไปลงทุนต่อได้อย่างมากมาย และเป็นบริษัทลูกของ Berkshire ด้วย นอกจากนั้น ช่วงที่เขาดูแล GEICO ก็ยังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้กว่า 20% ต่อปี แน่นอนว่า ผลตอบแทนที่เขาทำให้ GEICO ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนใน Berkshire และทำให้บัฟเฟตต์ร่ำรวยขึ้น


ชื่อของเขาคือ Lou Simpson




จุดเริ่มต้น


ปัจจุบัน ลู ซิมป์สัน มีอายุอานาม 82 ปีแล้ว (เกิดในปี 1932 อายุน้อยกว่าบัฟเฟตต์เพียง 2 ปี) เขาเองจบด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตัน เคยเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ และเคยทำงานอยู่ในบริษัทซึ่งเป็นนายหน้ากองทุนรวมแห่งหนึ่งด้วย ก่อนที่สุดท้ายจะมาลงหลักปักฐานด้วยการเป็นผู้บริหาร GEICO (หนึ่งในบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ) ในปี 1979


ภาพของ Lou Simpson (ขอบคุณภาพจาก marketwatch.com)




ไม่แพ้บัฟเฟตต์


ธรรมชาติของธุรกิจประกันนั้นสามารถสร้างเงินสดได้มาก (เงินจากค่าเบี้ยประกัน เรียกว่า float) ดังนั้นกำไรของบริษัทจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารเงินลงทุนของผู้บริหาร และซิมป์สันเองก็ทำผลตอบแทนได้สูงจนน่าตกใจ โดยอยู่ที่ 20% ในระหว่างปี 1980 ถึง 2004 เงินที่ลงทุนกับเขา 10,000 บาทในตอนต้น จะกลายเป็นเงินถึง 800,000 บาทเมื่อผ่านไป 24 ปี


ที่น่าตกใจไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข เพราะต้องไม่ลืมว่าเงินที่เขาบริหารนั้นมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำเงินหลายพันล้านให้โตขึ้นในระดับสองหลัก แต่นี่คือสิ่งที่ซิมป์สันทำได้ ก่อนที่เขาจะลาออกจาก GEICO ในปี 2010 เพื่อไปก่อตั้งกองทุนของตนเองชื่อ SQ Advisers




แนวทาง
ที่เรียบง่าย


สไตล์การลงทุนของซิมสันมีความคล้ายคลึงกับบัฟเฟตต์เป็นอย่างมาก ซื้อธุรกิจที่ดี ผู้บริหารใช้ได้ จ่ายในราคาที่เหมาะสม และไม่เน้นการกระจายการลงทุนมากนัก จนทำให้มีคนบอกว่าทั้งคู่เหมือนกันราวกับแกะ แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างเขาและบัฟเฟตต์ (ซิมสันบอกเอง) นั่นก็คือขนาดของเงินทุน เพราะบัฟเฟตต์ต้องบริหารเงินทุนหลัก 1 แสนล้านเหรียญ ซึ่งเป็นงานที่ยากกว่าที่ซิมสันทำอย่างมาก


แต่ด้วยความเหมือนนี้เองคือสิ่งที่บัฟเฟตต์ต้องการ ถึงขั้นที่ว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขาและมังเจอร์ ซิมป์สันจะได้สามารถมาทำหน้าที่แทนต่อได้ (บัฟเฟตต์เขียนไว้ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นในปี 1995) แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งบัฟเฟตต์ มังเจอร์ และซิมป์สัน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาแต่อย่างใด




เก่งแค่ไหน
ก็ปิดไม่อยู่


สิ่งที่เราสัมผัสได้จากชีวิตของซิมป์สันก็คือ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขานั้นแทบไม่ได้ปรากฎผ่านสื่อที่ใดนัก กระทั่งความสามารถในการลงทุนทั้งหมดก็ยังไม่ได้บอกใครด้วยซ้ำไป แทบจะเรียกได้ว่า พยายามอยู่เงียบๆ ภายใต้ชื่อของบัฟเฟตต์อยู่เสมอ


แต่ด้วยผลตอบแทนถึง 20% ติดต่อกัน 24 ปี ต่อให้เงียบแค่ไหน ท้ายที่สุดทุกคนก็รู้ว่าเขาคือ "ของจริง" ที่มีฝีมือไม่แพ้ชายผู้เป็นนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก


ท้ายที่สุด ผลตอบแทนจะเป็นตัวพิสูจน์เองว่าเราคือของจริงแค่ไหนโดยที่ไม่ต้องบอกใคร เฉกเช่น Lou Simpson

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

ทายาทบัฟเฟตต์ : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร : https://www.sarut-homesite.net/ทายาทบัฟเฟตต์-ดร-นิเวศน/

Warren Buffett On Lou Simpson And His Successful Investing Strategy : https://www.valuewalk.com/2017/10/warren-buffett-lou-simpson-successful-investing-strategy/

“One of the Investment Greats” Explains His Portfolio Strategy : https://insight.kellogg.northwestern.edu/article/investment-great-lou-simpson-explains-portfolio-strategy

Berkshire Hathaway Annual Report 2004 : http://www.berkshirehathaway.com/letters/2004ltr.pdf


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง