How To จับจังหวะตลาด

Last updated: Sep 4, 2018  |  944 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

นี่เป็นหนึ่งในความเชื่อที่หลายคนคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ การจับจังหวะตลาด คือการหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการลงทุนกับตลาดหุ้น ถ้าตลาดหุ้นแย่ เราคงไม่อยากที่จะถือหุ้นอยู่เต็มพอร์ท เพราะตลาดที่อ่อนแอย่อมกดดันหุ้นส่วนใหญ่ให้ลง แต่ถ้าตลาดหุ้นเป็นกระทิงดุ ก็ไม่มีใครที่อยากตกรถ


แต่ปัญหาของการจับจังหวะตลาดก็คือ ลำพังแค่จับจังหวะหุ้นรายตัวก็ยากอยู่แล้ว กับตลาดหุ้นโดยรวมยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะมันประกอบด้วยการตัดสินใจของคนหลายแสนคน ที่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทิศทางตลาดจะไปทางไหน ดีไม่ดี เราอาจคาดการณ์ผิด การหา timing จึงถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้




ทำได้
ด้วยเทคนิค


อย่างไรก็ตาม เรายังพอมีวิธีการบางอย่างเพื่อหาทิศทางของตลาดได้อยู่ ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ตลาดหุ้นจะเคลื่อนตัวอย่างไร ด้วยการใช้เครื่องมือทางเทคนิค หรือง่ายๆ ก็คือ การดูกราฟนั่นเอง


นักลงทุนอาจใช้เครื่องมือพื้นฐาน อย่างเช่น เส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง หรือ MACD ก็สามารถมองตลาดได้แบบเบื้องต้นแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากปกติเราซื้อขายหุ้นอยู่ในกราฟราคารายวัน (daily chart) ก็ให้ขยับไปดูตลาดในภาพใหญ่ อย่าง SET Index ในกราฟรายสัปดาห์ (weekly chart) ก็จะช่วยให้มองภาพรวมตลาดได้ดีขึ้น


เทรดเดอร์สามารถใช้เครื่องมือทางเทคนิคมาเป็นตัววัด sentiment ของตลาดได้ อย่างในรูปนี้ เราอาจใช้เส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 35 สัปดาห์ (เส้นสีขาว) เป็นตัวแบ่งว่าตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้นหรือขาลงก็ได้ หรือจะใช้เส้น MACD (เส้นสีฟ้าในกรอบล่าง) เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ตลาดก็ได้เช่นกัน ที่กรอบสีน้ำเงินขวามือ คือจุดที่ MACD เริ่มต่ำกว่าเส้น 0 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะที่อ่อนแอของตลาดหุ้น




ทำไม
ไม่ดูพื้นฐาน


ปัจจัยพื้นฐานก็สามารถใช้วิเคราะห์สภาพตลาดในอนาคตได้ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร แต่จุดอ่อนอย่างใหญ่หลวงของการใช้ปัจจัยพื้นฐานในการวิเคราะห์นั่นคือ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตลาดมันจะขึ้นหรือลงเมื่อไหร่ ซึ่งการวิเคราะห์อย่างแม่นยำ แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็ไม่อาจช่วยให้เราจับจังหวะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก




ไม่มีอะไร 100%


ต่อให้จับจังหวะตลาดด้วยเครื่องมือแสนวิเศษขนาดไหน ก็ต้องไม่ลืมความจริงเสมอว่ามันมีโอกาสผิด แม้นักลงทุนจะรู้ว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะลงมากกว่าขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะขึ้นไม่ได้ ลองย้อนกลับไปช่วงปี 2560 ทุกคนต่างคิดว่าตลาดหุ้นไทยติดแนวต้านใหญ่ที่ 1650 จุดแล้ว มีโอกาสที่ตลาดจะลงมากกว่าขึ้น แต่ตลาดกลับพุ่งจนทะลุ 1800 จุดได้


มีเทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยที่ขายหุ้นทิ้งเมื่อตลาดหุ้นพุ่งชนแนวต้านบริเวณ 1650 จุด (เส้นสีฟ้า) เนื่องจากในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าตลาดหุ้นไทยจะพุ่งทำ new high ไปได้อีก แต่ที่สุดแล้วตลาดก็วิ่งไปได้ถึง 1800 จุด




ให้ความสำคัญ
กับหุ้นรายตัว


สิ่งสำคัญจริงๆ จึงเป็นเรื่องของคุณภาพหุ้นที่เราถือ ไม่ว่าจะลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐานหรือเทคนิคอล หากโอกาสในการเข้าซื้อมาถึง ก็ไม่มีเหตุผลให้เรากลัวเกินเหตุเพียงเพราะตลาดหุ้นไม่ดี สิ่งที่เรากำลังซื้อคือหุ้น ไม่ใช่กำลังซื้อตลาด เพียงแต่เราอาจลดสัดส่วนการถือหุ้นให้น้อยลงเมื่อเทียบกับเวลาปกติได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดโดยรวมที่อ่อนแอ


ท้ายสุดแล้ว การจับจังหวะตลาดก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราลงทุนได้อย่างเฉียบคมยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราเลือกหุ้นชั้นแย่มาลงทุน ตลาดดีแค่ไหนหุ้นก็ถูกถล่มจมดินได้ไม่ยาก

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing