ทำไมเลือกตั้งทำให้หุ้นขึ้น

Last updated: Sep 16, 2018  |  3111 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

"เราจะทำตามสัญา ขอเวลาอีกไม่นาน.." นี่เป็นเพลงที่เราได้ยินมาอย่างคุ้นเคยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คำว่า "ทำตามสัญญา" เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนรู้กันดีว่ามันคือการเลือกตั้ง ซึ่งจากข่าวที่เราได้ฟังกันในไม่กี่วันที่ผ่านมาก็คือ ประเทศไทยจะเริ่มกลับมาเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2562 ที่จะถึงนี้


สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่ นั่นคือ "ตลาดหุ้น" เพราะเมื่อวานนี้ (บทความนี้เขียนเมื่อ 14 กันยายน 2561) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นไปกว่า 2% เพียงเพราะมีการประกาศว่าจะเลือกตั้งเท่านั้น




ก่อนหน้านี้
ก็เคยเกิด


ย้อนไปช่วงตุลาคมปีที่แลัว หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยเพิ่งทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,650 จุดมาได้ไม่นานนัก ในวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ทางรัฐบาลก็ได้มีการประกาศออกมาว่าจะมีการจัดเลือกตั้งภายในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน ซึ่งข่าวนี้เองก็ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.70%


หรือย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีกหน่อย ในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พอตลาดหุ้นเปิดทำการในวันถัดมา SET index ก็เปิดโดดขึ้นไปถึงเกือบ 4% และปิดบวกเกือบ 5% ในวันนั้นด้วยเช่นกัน


ฝั่งซ้ายมือคือ SET Index หลังจากที่เลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี 2554 ส่วนภาพฝั่งขวามือ คือวันที่รัฐบาลประกาศว่าจะเลือกตั้งในปี 2560




ตลาดหุ้น
ชอบเลือกตั้ง ?



ถ้าเราไปดูตลาดหุ้นอย่างดาวโจนส์ของสหรัฐ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 (ภาพขวามือ) ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งล่าสุด ในวันนั้นตลาดหุ้นก็ไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบมีนัยเท่าไหร่นัก หรือถ้าย้อนไปอีกทั้งในช่วงปี 2555 (ภาพตรงกลาง) และ 2551 (ภาพซ้ายมือ) การเคลื่อนไหวของดาวโจนส์ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับวันอื่นเลย


ที่ต่างไปเล็กน้อยคือ ในกรณีของทรัมป์นั้น หลังจากวันที่ 8 พฤศจิกายนไปแล้ว ก็ไม่มีวันไหนที่ดาวโจนส์ร่วงกลับมาจุดเดิมตั้งแต่วันเลือกตั้งอีกเลย โดยปรับตัวขึ้นมาจาก 18,000 จุด จนอยู่ที่ 24,000 จุดในปัจจุบัน


นับตั้งแต่วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด ตลาดหุ้นก็ไม่เคยกลับไปจุดต่ำกว่าวันที่เลือกตั้งเลย นับจากวันนั้นมาดัชนี DJIA ก็ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 45%




ทำไมเลือกตั้ง
หุ้นถึงขึ้น


ความเชื่อมั่นคือสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ มีกองทุนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่สามารถเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้เพียงเพราะว่าประเทศอยู่ในช่วงรัฐประหาร แต่การที่มีข่าวเลือกตั้งออกมา นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของการรัฐประหาร และเม็ดเงินอันมหาศาลจากทั่วโลกก็จะสามารถเข้ามาลงทุนในไทยได้


หรือถ้าใกล้ตัวหน่อย นักลงทุนอย่างเราคงไม่อยากนั่งเทรดหุ้นอยู่ดีๆ แล้วเจอปิดถนนเป็นแน่ เพราะมันจะทำให้ตลาดหุ้นดิ่งหนักได้ เมื่อหลายๆ คนมองไปในทางเดียวกันว่าการเลือกตั้งคือทางออก หุ้นก็ต้องปรับตัวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้




ไม่ได้มีแค่
เลือกตั้ง


อย่างไรก็ตาม เรื่องของการเมืองไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น จริงอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนและการเมืองในบ้านเรานั้นค่อนข้างจะแนบแน่น แต่เรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างครั้งล่าสุดที่รัฐบาลประกาศว่าจะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากก่อนหน้านั้นที่ตลาดหุ้นขึ้นมาก่อนแล้ว เนื่องจาก GDP ของประเทศที่เติบโตขึ้น


เส้นสีฟ้าที่ขีดไว้คือช่วงแนวต้านอันแข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทย แต่แล้ว SET Index ก็สามารถทะลุเส้นนี้ขึ้นมาได้หลังจากที่กระทรวงการคลังประกาศการเติบโตของ GDP ที่ดีกว่าคาด ส่วนวงกลมสีเหลือง คือวันที่รัฐบาลประกาศเลือกตั้งเมื่อปี 2560


อีกทั้งการเลือกตั้งเองก็ไม่ได้บ่งบอกว่าตลาดหุ้นจะขึ้นต่อไปในอีกหลายๆ เดือน เพราะหลังจากวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นวันประกาศว่าจะเลือกตั้งครั้งก่อน ตลาดหุ้นก็ขึ้นไปอีกราวๆ 3 เดือน ก่อนที่จะร่วงหนักในปีล่าสุด


ถ้าตลาดหุ้นเป็นของง่าย เพียงแค่เราปล่อยข่าวว่าจะเลือกตั้งทุกวันก็คงรวยได้แล้ว

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  แหล่งอ้างอิง  

ส่อเลื่อนวันเลือกตั้งครั้งที่ 5 จะมีใครเป็น “โมฆะบุรุษ” : https://www.bbc.com/thai/thailand-42770720

United States presidential election, 2016 : https://en.wikipedia.org/wiki/United_States_presidential_election,_2016