โคตรหุ้นเด้งของ จอห์น เนฟฟ์ นักลงทุนแบบวีไอผู้ชอบซื้อสวน

Last updated: Sep 25, 2018  |  2177 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน

 

จอห์น เนฟฟ์ คืออดีตผู้จัดการกองทุน Windsor ที่บริหารกองทุนตั้งแต่ช่วงปี 1964-1995 โดยผลตอบแทนของเขานั้นอยู่ที่ราวๆ 13% ต่อปี และความต่อเนื่องที่เขาทำได้ตลอดระยะเวลา 31 ปีติดต่อกัน จะทำให้เงินที่ลงทุนกับเขาเพิ่มมูลค่าได้ถึง 57 เท่า เนฟฟ์จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่มีฝีมืออันดับต้นๆ ของโลก (อ่านประวัติของเขาแบบเต็มได้ที่นี่)


บทความที่เกี่ยวข้อง : จอห์น เนฟฟ์ นักลงทุนชาวสวนมือฉมัง กับผลตอบแทน 13% ติดต่อกัน 31 ปี


สไตล์การลงทุนของเขาจะเน้นไปที่หุ้น PE ต่ำมากๆ เป็นหุ้นของกิจการที่มีกำไรเติบโตต่อเนื่อง เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง และสำคัญที่สุดคือมันต้องอยู่นอกสายตาของคนทั่วไป เมื่อทุกคนบอกให้ขาย นั่นคือเวลาทองของเนฟฟ์ในการเข้าซื้อ จนเขาได้รับสมญานามว่าเป็นถึงบิดาแห่งชาวสวน เพราะเขามีความกล้าพอที่จะคิดต่างจากคนอื่น


และตลอดระยะเวลาที่เขาลงทุน มีหุ้นอยู่ 2 ตัวที่สามารถสร้างเงินก้อนโตให้กับเขาได้อย่างงาม ประกอบด้วยหุ้น Citigroup  และ Ford Motors 


เขาเห็นอะไรในหุ้นเหล่านี้กันนะ




Ford Motors


Ford Motors ทำธุรกิจผลิตรถยนต์ยี่ห้อ Ford ที่เราทุกคนรู้จักกันดี ในช่วงปี 1980 นั้นบริษัทเริ่มมีปัญหาเนื่องจากผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 1982 ฟอร์ดมีผลขาดทุนสูงถึง 658 ล้านเหรียญ และปีก่อนหน้าก็ขาดทุนมาอีกกว่าปีละพันล้านเหรียญ ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากต้นทุนการผลิตที่ไม่สามารถสู้รถยนต์จากทางญี่ปุ่นได้ จนทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงเหลือ 16.6% (จากเดิมอยู่ที่ 23.60%)


กราฟราคาหุ้น F รายสัปดาห์ วงกลมสีเหลืองคือจุดที่คาดว่าเนฟฟ์ได้เข้าลงทุนซื้อหุ้น F


ในเวลานั้นทุกคนต่างก็เชื่อว่านี่คือจุดจบของ Ford ราคาหุ้นเองก็ร่วงลงมากว่า 60% นับจากจุดสูงสุดในปี 1977 จนค่า PE เหลือเพียงแค่ราวๆ 2.5 เท่า ท่ามกลางเสียงของทุกคนที่บอกให้ขาย แต่เนฟฟ์เองเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้วฟอร์ดจะสามารถลดต้นทุนและกลับมามีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นได้ จึงเข้าซื้อมาเรื่อยๆ และได้ทุนเฉลี่ยที่ราว 14 เหรียญต่อหุ้น ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 50 เหรียญในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น และกองทุนของเนฟฟ์ก็ทำเงินไปได้กว่า 500 ล้านเหรียญ




Citicorp


โอกาสทองของเนฟฟ์มาอีกครั้งในปี 1991 กับหุ้นของ Citigroup ในช่วงเวลานั้นธนาคารดังกล่าวประสบปัญหาเป็นอย่างมากจากสินเชื่อที่บริษัทปล่อยไปกว่า 13 พันล้านเหรียญ แต่เกือบครึ่งนั้นเป็นหนี้เสีย (หนี้เสียโดยทั่วไปของประเทศไทยอยู่ที่ราว 3-4% เท่านั้น) ปัญหาที่ใหญ่ขนาดนี้จึงทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมามากกว่า 60% และเช่นเคย ตอนนั้นกองทุน Windsor เข้าซื้ออย่างหนัก จนกลายเป็นนักลงทุนสถาบันที่ถือหุ้น Citicorp มากที่สุดเลยทีเดียว


แต่ในรอบนี้ ไม่มีข้อมูลจากแหล่งใดๆ เปิดเผยว่าเนฟฟ์ได้ขายหุ้นไปเมื่อไหร่ แต่ก็พอคาดเดาได้ว่า ต้นทุนเฉลี่ยที่เขาเข้าซื้อนั้นจะต้องต่ำกว่า 20 เหรียญ (เนื่องจากข่าวได้เขียนถึงเขาว่าเป็นนักลงทุนสถาบันที่ถือหุ้น Citicorp เยอะที่สุด และในตอนนั้นราคาหุ้นอยู่ที่ราว 17 เหรียญ) และพอคาดเดาได้เช่นกันว่า เนฟฟ์น่าจะขายหุ้นออกไปที่ราคามากกว่า 40 เหรียญเป็นอย่างน้อย เพราะนั่นเป็นมูลค่าที่เหมาะสมที่เขาประเมินได้


บทความจากนิตยสาร Star Power Network ฉบับวันที่ 17 มิถุนายน 1991 ฝั่งซ้ายมือที่มีไฮไลต์สีเหลืองคือส่วนที่พูดถึง จอห์น เนฟฟ์




ทำไมเรา
ต้องสนใจ


ไม่ใช่เพียงแค่ผลตอบแทนที่เขาทำได้ เรื่องที่ทำให้เราต้องสนใจในตัวชายคนนี้เป็นพิเศษก็คือ ความคิดต่าง ที่คิดต่างจากคนอื่นอย่างสุดขั้วพอสมควร เพราะในเวลาที่ทุกคนในตลาดบอกให้ขายหุ้นตัวนั้น เนฟฟ์กลับกล้าที่จะเข้าซื้อแบบหนักๆ กระทั่งในช่วงวิกฤตการณ์ Black Monday ที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ติดลบถึง 20% ในวันเดียว เขายังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มด้วยซ้ำไป


นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะทำตามได้โดยง่าย เพราะทุกวันนี้เรามีสื่อรอบตัวมากมาย ที่พร้อมจะบอกเราว่าหุ้นที่ได้เข้าซื้อไปนั้นมีแต่ข้อเสีย หรือหุ้นที่เราขายไปนั้นมีแต่ข้อดี จนทำให้เราไขว้เขวได้ง่าย ทั้งที่เพียงแค่เรายึดมั่นในข้อเท็จจริง ท้ายที่สุดแล้วราคาย่อมต้องวิ่งไปหามูลค่าที่แท้จริงในไม่ช้า


แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เราต้องรู้ด้วยว่าข้อเท็จจริงที่เราเชื่อ มันเป็นความจริงหรือเพียงแค่มุมมองส่วนตัวที่มีแต่อคติเท่านั้น นักลงทุนอาจมองว่า หุ้นที่เราเข้าซื้อเพราะราคาลงมากว่า 50% เป็นหุ้นที่ดีมาก แต่ถ้ามันสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจไปแล้ว มันก็ยากที่จะเป็นหุ้นที่ดีได้ และถ้าเรายังเชื่ออคติส่วนตัวของเราต่อไป มันก็ไม่ใช่การลงทุนที่ดี และไม่ใช่การคิดสวนกระแสในแบบของเนฟฟ์แม้แต่น้อย


คิดต่างคือเรื่องสำคัญ แต่การคิดต่างอย่างสร้างสรรค์และถูกต้องเท่านั้นที่จะทำให้เราทำเงินได้ เหมือนกับโคตรหุ้นเด้งทั้งสองตัวของ จอห์น เนฟฟ์


 

 

 

อยากรู้จักเขามากขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ "ลงทุนแบบ จอห์น เนฟฟ์" เวอร์ชั่นใหม่ สั่งจองล่วงหน้าได้ที่นี่

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  แหล่งอ้างอิง  

Ford Motor Company : https://www.encyclopedia.com/social-sciences-and-law/economics-business-and-labor/businesses-and-occupations/ford-motor-company

John Neff Investing Screen: Contrarian Thinking mixing low PE Investing and the Total Return Ratio : https://www.businessinsider.com/john-neff-investing-screen-contrarian-thinking-mixing-low-pe-investing-and-the-total-return-ratio-2011-4

นิตยสาร Star Power Network ฉบับวันที่ 17 มิถุนายน 1991 : https://books.google.co.th/books?id=UOkCAAAAMBAJ&pg=PA16&lpg=PA16&dq=john+neff+buy+citicorp&source=bl&ots=wLVDXS_dCr&sig=ksMy6T5pqIXGuuzAIC0xPd_Nj3c&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwjN973aq8LdAhXWdCsKHTx6BT8Q6AEwBXoECAUQAQ#v=onepage&q=neff&f=false

John Neff: Buying stocks on sale : https://www.morningstar.com.au/learn/article/john-neff-buying-stocks-on-sale/163004