รอซื้อหุ้น CPALL ตอน PE ไม่เกิน 10 เท่า

 

ค่า PE หรืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings per Shares Ratio) เป็นอีกอัตราส่วนที่มีนักลงทุนนิยมใช้งานมากที่สุดในการดูความถูกหรือแพงของหุ้นแบบคร่าวๆ ยิ่งค่ามาก ก็เสมือนว่าราคาหุ้นยิ่งแพงเมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้ ยิ่งค่าน้อย ก็เสมือนว่าราคาหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้


ด้วยความที่มันดูง่าย อัตราส่วนนี้เองจึงถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นอีกอัตราส่วนที่ถูกนำไปใช้แบบผิดๆ อย่างแพร่หลายเช่นกัน




หุ้น CPALL


ทุกคนรู้ว่า  CPALL  นั้นเป็นเจ้าของเซเว่นและเป็นเจ้าของห้างแม็คโครด้วย และทุกคนก็รู้เช่นกันว่านี่เป็นหนึ่งในหุ้นที่แข็งแกร่งมากๆ ของตลาดหุ้นไทย ลักษณะธุรกิจที่ดี มีความผูกขาด รายได้โตต่อเนื่อง กำไรโตต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เอง หุ้น CPALL จึงได้รับความนิยม และซื้อขายกันด้วยค่า PE ที่มักเกินกว่า 30 เท่าเสมอ



แต่ในช่วงปลายปี 2558 บริษัทต้องประสบกับข่าวด้านลบของผู้บริหารท่านหนึ่งที่ใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น จนส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดจากราวๆ 50 บาท เหลือเพียง 40 บาทในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน (วงกลมสีเหลืองขวามือสุด) จนทำให้ค่า PE หล่นจาก 40 เท่ามาเหลือเพียง 28 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่า PE ต่ำสุดของ CPALL นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา (วงกลมสีเหลืองด้านล่างกราฟ)




รอซื้อที่
PE ต่ำกว่า 10


แม้ราคาจะถูก discount ลงมาถึง 20% พร้อมกับค่า PE ที่แทบจะต่ำสุดในรอบหลายๆ ปี แต่ก็มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ยัง "ไม่กล้า" เข้าลงทุนในหุ้น CPALL บางคนถึงขั้นบอกว่าจะรอซื้อเมื่อค่า PE ต่ำกว่า 10 เท่าเท่านั้น ด้วยเหตุผลเพียงเพราะ หนังสือที่เคยอ่านบอกไว้ว่าหุ้นราคาถูกต้องมีค่า PE ต่ำกว่า 10


ฟังดูก็สมเหตุสมผลที่จะซื้อหุ้นชั้นดีในราคาถูกมาก แต่ต้องไม่ลืมว่า ณ ตอนนั้น ค่า PE ของหุ้น CPALL แทบจะต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีแล้ว อีกทั้งตัวธุรกิจเองก็ยังไม่ได้เกิดปัญหาใดๆ จนส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าจะรอซื้อหุ้น CPALL ที่ PE 10 เท่า นั่นแปลว่า ราคาหุ้นจะต้องร่วงลงมาเหลือเพียง 14 บาท หากเป็นเช่นนั้นจริง ตลาดหลักทรัพย์อาจเกิด Circuit Breaker ไปแล้วก็ได้




ท้ายที่สุด
ราคาก็กลับมา



หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งปี ราคาหุ้น CPALL ก็กลับมาใกล้เคียงกับจุดสูงสุดเดิมก่อนที่จะมีข่าวจนทำให้หุ้นตก และเมื่อผ่านมาอีกสองปี ราคาหุ้นก็วิ่งจาก 40 บาท จนไปทำจุดสูงสุดที่เกือบๆ 90 บาทได้ นั่นเท่ากับว่า นักลงทุนผู้โชคร้ายที่รอซื้อหุ้น CPALL ที่ PE ต่ำขนาดนั้น ก็จะไม่มีโอกาสได้เข้าซื้อและทำกำไรจากส่วนต่างราคากว่า 1 เท่าตวแม้แต่น้อย (ผลตอบแทนยังไม่รวมปันผล)


บทเรียนนี้ยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนแต่ละรุ่นพบเจอเสมอ ของดีราคาถูกมันมีให้ซื้อตลอดเวลา แต่คำว่าราคาถูก ไม่ได้หมายความว่าหุ้นต้องร่วงเป็นประวัติการณ์ อย่างค่า PE ของหุ้นแต่ละตัวก็ไม่เหมือนกัน สำหรับหุ้น CPALL คำว่าราคาถูกอาจหมายถึง PE ต่ำกว่า 30 เท่า ในขณะที่หุ้นอีกตัว ค่า PE 5 เท่าก็อาจถือว่าแพงก็ได้


และไม่ว่าจะถูกหรือแพง แต่ถ้าเชื่อในความรู้ที่คนอื่นบอกมาแบบผิดๆ เราจะต้องจ่ายค่าบทเรียนด้วยราคาที่แพงเสมอ

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  สัมมนา  

ไม่ต้องเรียนก็อ่านงบการเงินได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอ่านงบได้ขาด และเห็นโอกาสมากกว่าคนอื่น

แต่หลักสูตร FFTC101 จะฝึกให้นักลงทุนอ่านงบการเงินได้อย่างเหนือชั้น ตั้งแต่ไม่มีความรู้ใดๆ จนสามารถเลือกหุ้นอย่างมือโปรได้ด้วยตัวเอง

รับจำนวนจำกัด ลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/FFTC101