บทเรียนจาก มาร์ค วีนสไตน์ เทรดเดอร์ผู้เสียปราสาททั้งหลังในวันเดียว

Last updated: Oct 1, 2018  |  4605 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน

 

ขึ้นชื่อว่าการเทรด ย่อมต้องมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนแฝงอยู่เสมอ ปกติเราจะมีศัพท์ที่ใช้วัดความแม่นยำในการเทรดที่เรียกว่า hit rate (หรือบางทีอาจเรียกว่า winning chance) ซึ่งค่านี้ยิ่งมากยิ่งดี เพราะนั่นหมายความว่า เรามีโอกาสชนะในแต่ละการเทรดที่สูง


ซึ่งโอกาสชนะสำหรับเทรดเดอร์แต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน คนที่เน้นเทรดกินคำเล็กๆ รอบสั้นๆ อาจมี hit rate ราวๆ 50-60% ส่วนคนที่เน้นซื้อแล้วถือนานหน่อยก็อาจอยู่ที่ราว 30% แต่ถ้าวันนึง มีใครสักคนเดินมาหาเราพร้อมกับบอกว่าเขามี hit rate ถึง 99% เราจะเชื่อในสิ่งที่เขาบอกหรือไม่


เชื่อหรือไม่เชื่อคงต้องแล้วแต่วิจารณญาณ แต่ย้อนไปราว 30 ปีก่อน มีนักลงทุนที่สามารถทำเงินจาก 1 แสนเหรียญในกลายเป็น 9 แสนเหรียญได้ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน และจากการเทรดนับพันครั้งของเขา ก็มีการขาดทุนที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สิบครั้งเท่านั้น

 

แล้วเกี่ยวอะไรกับปราสาท บ้านเขาอยู่ปราสาทหรืออย่างไร มาทำความรู้จักกับชายคนนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า Mark Weinstein




เขาโม้รึเปล่า


มาร์ค วีนสไตน์ เป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือ Market Wizard ของ Jack Schwager (แปลเป็นภาษาไทยในชื่อพ่อมดแห่งวอลสตรีท) กระทั่ง Schwager เองยังรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากในความสามารถของวีนสตีน เพราะมองยังไง โอกาสชนะที่ 99% มันก็เป็นเรื่องที่ยาก แต่จากการที่เขาได้ไปสอบถามเพื่อนเทรดเดอร์หลายๆ คนที่ไว้ใจได้ และสนิทสนมกับวีนสไตน์พอสมควร ก็ได้รับการยืนยันว่าทั้งหมดเป็นความจริง


หนังสือพ่อมดตลาดหุ้น คลิกที่รูปเพื่อสั่งซื้อ


วีนสไตน์นั้นเทรดทั้งหุ้น ฟิวเจอร์ และออปชั่น เขาเริ่มก้าวเข้าสู่ตลาดด้วยคำชวนของเพื่อนที่รู้จักกัน แม้จะเพิ่งเข้าตลาด แต่ Weinstein ก็ยังสามารถสร้างเงินที่เริ่มต้นจาก 20,000 เหรียญไปสู่ 1 ล้านเหรียญได้ ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉา


ด้วยเงินกว่า 1 ล้านเหรียญ ตัวเขาเองสามารถวางแผนเกษียณได้อย่างสบายๆ หรือเอาเงินไปซื้ออะไรเพื่อเป็นรางวัลแห่งความสุขให้ตัวเองก็ได้ Weinstein จึงตัดสินใจที่จะซื้อปราสาทหลังหนึ่งที่ขายในราคาเพียง 350,000 เหรียญ แต่ครั้นจะนำเงินในพอร์ตมาซื้อก็กะไรอยู่ เขาจึงเตรียมที่จะเทรดเพื่อทำเงินให้ได้ 350,000 เหรียญ ก่อนจะไปซื้อปราสาทดังกล่าว




ปราสาท
ทำประสาท


วีนสไตน์ได้เข้าไปเปิดสถานะซื้อในฟิวเจอร์ถั่วเหลือง (long) จนในวันถัดมาเข้าสามารถทำเงินได้เกือบ 25% ของเงินทุน หรือคิดเป็นเงินกว่า 250,000 เหรียญ ถ้าตามกฎการเทรดของเขาเอง เขาจะต้องออกจากสถานะเพื่อเก็บกำไรเข้ากระเป๋า แต่เนื่องจากเป้าหมายคือปราสาทที่มีราคา 350,000 เหรียญ เขาจึงเลือกที่จะถือสถานะต่อไป


ปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาของฟิวเจอร์ถั่วเหลืองเกิดการกลับตัวอย่างรุนแรง จนทำให้ราคา limit down (คล้ายๆ กับ curcuit breaker ในตลาดหุ้นไทย ที่ตลาดหุ้นจะหยุดซื้อขายเป็นชั่วระยะเวลาหนึ่งเมื่อราคาลงมาถึงจุดที่กำหนดไว้) และไม่ใช่แค่วันเดียวเท่านั้น แต่ราคาถั่วเหลืองยัง limit down ติดต่อกันเกือบ 4-5 วัน จนส่งผลให้เขาขาดทุนเป็นเงินกว่า 600,000 เหรียญ มากพอที่จะซื้อปราสาทได้เกือบ 2 หลัง


กราฟราคาถั่วเหลือง จุดที่ล้อมกรอบไว้คือบริเวณที่คาดว่าเขาได้ทำการเปิดสถานะ long


ปราสาทนั้นทำเขาประสาทจนไม่กลับเข้าไปที่โบรคเกอร์สักพักใหญ่ๆ ถึงขนาดที่ว่าเขากุมมือหญิงแปลกหน้าในสวนสาธารณะและร้องไห้อย่างหนัก แต่โชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยมาร์เก็ตติ้งคนสนิทก็ช่วยเรียกสติเขากลับมาได้ จนทำให้ Weinstein นั้นกลับมาเป็นคนเดิม และเริ่มที่จะเทรดอีกครั้ง




เอาคืนถั่วเหลือง


หลังจากนั้น ในช่วงราวๆ ปี 1988 เขาเห็นสัญญาณว่าราคาถั่วเหลืองจะเกิดการกลับตัวครั้งใหญ่หลังจากที่เป็นขาลงมาอย่างยาวนาน ซึ่งในครั้งนี้นับว่า Weinstein เข้าเทรดได้ถูกจังหวะมาก เพราะเข้าเปิดสถานะ long ในถั่วเหลือง ก่อนที่สหรัฐฯ จะเกิดภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก จนทำให้ราคาถั่วเหลืองพุ่งขึ้นแบบติดจรวด


กราฟราคาถั่วเหลือง และกรอบที่วงไว้คือบริเวณที่เขาได้กลับเขามาเทรดอีกครั้ง


แม้จะเสียเงินกว่าครึ่งล้านเหรียญไปกับถั่วเหลือง แต่ท้ายที่สุดเขาก็กลับมาทำเงินจากมันได้สำเร็จ และไม่ใช่แค่เฉพาะถั่วเหลือง สินค้าอื่นๆ ที่เขาเทรดก็ยังสามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง จนนับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา เขาก็กลายเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่มีผลขาดทุนเลยแม้แต่สัปดาห์เดียว




เชื่อได้แค่ไหน


อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีผลการเทรดมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานแต่อย่างใด มีอยู่เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่พอจะบอกได้ว่า Weinstein มีความสามารถเจ๋งจริง อย่างแรกก็คือ จากคำบอกเล่าของเพื่อนเทรดเดอร์ที่เห็นในทุกการเทรดของเขา และสอง ตัวเขาเองเคยแข่งรายการเทรดแห่งหนึ่ง จนสามารถทำเงินจาก 100,000 เหรียญไปสู่ 900,000 เหรียญได้ โดยไม่มีผลขาดทุนให้เห็นเลย


ดังนั้น บทเรียนใดที่นักลงทุนเห็นว่ามีประโยชน์ก็นำมาประยุกต์ใช้ หากเรื่องใดที่ฟังดูแล้วยังน่าสงสัยก็ค่อยหาทางพิสูจน์ เพราะอย่าลืมว่า ไม่มีใครรู้ว่าใครเก่งจริงนอกเสียจากเจ้าตัวเท่านั้น




บทเรียนจาก
Weinstein


Weinstein ค่อนข้างเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดเกิดตัวไปมาก เห็นได้จากการเปิดสถานะซื้ออย่างหนักในถั่วเหลือง พอราคา limit down หลายวันติดกันก็ขาดทุนหนัก ถ้าเขาไม่เทรดเกินตัวแต่แรก หรือไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องทำเงินให้ได้ 350,000 เหรียญ เหตุการณ์เช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น


อีกทั้งช่วงก่อนที่จะขาดทุนอย่างหนัก เขายอมรับว่ามันอาจเป็นเพียงเพราะโชคช่วยที่ทำให้เขาสร้างเงินจาก 20,000 เหรียญเป็น 1 ล้านเหรียญได้ แน่นอนการได้กำไรมากขนาดนั้น ความหยิ่งยโสหรือ Ego ก็โตขึ้นตามไปด้วย แต่ถึงจะโชคดีแค่ไหน หากความรู้และประสบการณ์ไม่มากพอ ตลาดมันก็พร้อมเอาคืนจากเราจนหมดตัวได้เสมอ


สำหรับนักลงทุนอย่างเรา บทเรียนจากชายผู้นี้นับว่าน่าสนใจอย่างมากในเรื่องของโชคกับการลงทุน ขนาดตัวเขาที่ทำผลตอบแทนได้มหาศาลขนาดนั้น ยังโดนตลาดซัดกลับจนแทบจะเลิกเทรด


เราเองก็มีโอกาสเจอบทเรียนราคาแพงเช่นนี้ได้

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  แหล่งอ้างอิง  

หนังสือพ่อมดแห่งวอลสตรีท : https://www.investing.in.th/product/27106/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง