ใช้เส้น EMA แบบมาร์ติน ชวาทซ์ โคตรเดย์เทรดที่ทำเงินได้ 100% ต่อปี

Last updated: Oct 3, 2018  |  2992 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

หากนึกถึงเทรดเดอร์ที่เป็นสายเดย์เทรดอันดับต้นๆ ของโลก Martin Schwatz ก็เป็นหนึ่งในคนที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้อย่างที่สุด ด้วยผลลัพธ์จากการเทรดที่เขาสามารถเปลี่ยนเงินจาก 40,000 เหรียญให้กลายเป็น 20 ล้านเหรียญได้ (มีการใช้มาร์จิ้น) พร้อมทั้ง drawdown ที่ต่ำมาก เทรดเดอร์หลายคนถึงขั้นยกให้เขาเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในโลก


บทความที่เกี่ยวข้อง : มาร์ตี้ ชวาทซ์ โคตรเดย์เทรด ที่ทำเงินได้มากกว่า 100% ต่อปี


แต่เราอาจได้ยินเฉพาะความเก่งกาจของเขา แล้วกลวิธีที่ใช้ล่ะ ชวาทซ์วิเคราะห์อะไรบ้างก่อนที่จะเข้าเทรด จนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือชั้นถึงเพียงนี้




เล่นเร็ว
ดุจสายฟ้า


ชวาทซ์เองใช้ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคในการเทรดตลาด Future, Option และหุ้น (อ้างอิงจากหนังสือพ่อมดแห่งวอลสตรีท) เน้นซื้อขายภายในวัน หรืออย่างมากก็ถือสถานะไม่เกิน 2-3 วันเท่านั้น โดยจะวิเคราะห์จากภาพรวมทั้งหมดก่อนว่าวันนั้นตลาด (หรือหุ้นตัวนั้น) มีข่าวอะไรที่มากระทบบ้าง จากนั้นดูชาร์ทราคา แล้วค่อยดูพฤติกรรมการซื้อขายหน้างาน


หนังสือพ่อมดตลาดหุ้น คลิกที่รูปเพื่อสั่งซื้อ


ซึ่งในชาร์ทราคา ก็จะมีอินดิเคเตอร์อยู่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเพื่อดูว่าแนวโน้มของราคาเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ในสภาวะที่มีโอกาสขึ้นหรือลงมากกว่ากัน และหนึ่งในเครื่องมือที่เขาใช้นั้นก็ไม่ได้แปลกพิสดารแต่อย่างใด นั่นคือเส้นค่าเฉลี่ยแบบเอ็กโพเน็นเชียล หรือเส้น EMA




EMA


ชวาทซ์จะดูว่าราคาสินทรัพย์ที่เขาต้องการเทรดนั้น อยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าเส้น EMA โดยตัวเขาเองจะใช้เส้น EMA ย้อนหลัง 10 แท่งราคาเป็นหลัก หากราคาอยู่เหนือเส้น เขาก็จะเทรดในหน้า Long เท่านั้น แต่ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้น เขาก็จะเทรดในหน้า Short เท่านั้น ด้วยหลักการที่ว่าราคามันย่อมมีโอกาสไปตามแนวโน้มหลักที่มันเป็นอยู่เสมอ


กราฟราคา S&P500 ราย 15 นาที ส่วนเส้นสีฟ้าคือเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 แท่ง ชวาทซ์จะใช้เส้นดังกล่าวเพื่อกำหนดว่าควรเทรดฝั่งไหน ถ้าราคาอยู่เหนือเส้น EMA ก็จะเทรดหน้า Long แต่ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA ก็จะเทรดหน้า Short


และเขาเองยังชื่นชอบช่วงที่ราคาวิ่งพาดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยด้วย ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้ราคาของหุ้น IBM อยู่ต่ำกว่าเส้น EMA10 มาตลอด แล้วอยู่มาวันนึง ราคาเปิดตลาดมาแล้ววิ่งขึ้นเส้นค่าเฉลี่ยไปได้ ช่วงที่ราคาเคลื่อนตัวผ่านนี้เอง หากปัจจัยอื่นๆ บ่งบอกว่าหุ้นตัวนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ เขาก็จะเข้าไปซื้อหุ้น IBM ในช่วงที่ราคาวิ่งผ่านเส้นค่าเฉลี่ย เป็นต้น


กราฟราคาหุ้น IBM รายวัน จะเห็นว่ามีหลายจุดที่แท่งราคาได้เคลื่อนตัวผ่านเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งบริเวณเหล่านี้เองที่ชวาทซ์จะเข้าไปเก็งกำไร



สิ่งที่ต้องระวัง


การเทรดในแบบชวาทซ์จะเน้นเข้าและออกไว หากราคาไม่ได้วิ่งไปตามทิศทางที่คิดไว้เพียงแค่เล็กน้อย เขาก็พร้อมจะขายตัดขาดทุนโดยทันที แต่ถ้านักลงทุนคนไหนต้องการใช้เส้น EMA10 เข้าเทรดแล้วถือสถานะยาวๆ (เช่น นานเกินกว่า 1 สัปดาห์) ก็อาจต้องระวังว่าราคามีสิทธิ์เหวี่ยงกลับมาจนขาดทุนได้ทุกเมื่อ เพราะธรรมชาติของเส้นค่าเฉลี่ยแล้วไม่ได้เป็นสัญญาณที่ให้ความแม่นยำมากนัก


และเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลังเพียงแค่ 10 แท่งราคา นั่นแปลว่าเรากำลังเล่นอยู่กับแนวโน้มราคาระยะสั้น การกำหนดจุดตัดขาดทุนให้แคบอาจเหมาะสมมากกว่า เพื่อเก็บกำไรในระยะสั้นเอาไว้ ไม่ให้กำไรเปลี่ยนเป็นขาดทุน


เพราะฉะนั้น การใช้เส้นค่าเฉลี่ยในแบบของชวาทซ์จึงใช้หาทิศทางหลักของราคาเป็นหลัก รวมถึงเทรดตอนที่ราคาวิ่งผ่านเส้นค่าเฉลี่ยนั่นเอง

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  แหล่งอ้างอิง  

หนังสือพ่อมดแห่งวอลสตรีท : https://www.investing.in.th/product/27106/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97