หาหุ้น PE ต่ำกว่าสิบ กุญแจสู่ความสำเร็จแบบ จอห์น เนฟฟ์

Last updated: Oct 9, 2018  |  1984 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

ค่า PE หรือ อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to earnings per shares ratio) เป็นอีกอัตราส่วนที่มีนักลงทุนนิยมใช้งานมากที่สุดในการดูความถูกหรือแพงของหุ้นแบบคร่าวๆ ยิ่งค่ามาก แปลว่าราคาหุ้นยิ่งแพงเมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้ ยิ่งค่าน้อย แปลว่าราคาหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับกำไรที่ทำได้


แต่ด้วยความที่ค่า PE เป็นที่นิยมอย่างมาก จึงมีผู้ที่ทำการศึกษาอย่างจริงจังและเอาไปใช้ลงทุน บางคนพบว่า มันไม่ได้เป็นอัตราส่วนที่มีประสิทธิภาพขนาดนั้น เพราะหุ้นบางตัวที่มีค่า PE หลักร้อยเท่า ทั้งๆ ที่ควรจะลง แต่ราคาก็ยังปรับตัวขึ้นไปอีกได้ ขณะที่หุ้นบางตัวมีค่า PE ต่ำ ทั้งๆ ที่ควรจะขึ้นเพราะราคาถูกเกินไป มันกลับร่วงลงอย่างต่อเนื่อง


แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่อดีตผู้จัดการกองทุนอันดับต้นๆ ของโลกและผู้เขียนหนังสือขายดีอย่าง จอห์น เนฟฟ์ ก็ยังเน้นหาหุ้นที่มีค่า PE ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี เนฟฟ์เองก็เคยซื้อหุ้นของ Ford  F  ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ตอนที่ค่า PE เพียงแค่ 2.5 เท่าด้วยซ้ำไป พร้อมกับทำกำไรไปเล็กน้อยประมาณ 500 ล้านเหรียญ


บทความที่เกี่ยวข้อง : จอห์น เนฟฟ์ นักลงทุนชาวสวนมือฉมัง กับผลตอบแทน 13% ติดต่อกัน 31 ปี


หนังสือลงทุนแบบ จอห์น เนฟฟ์ คลิกที่รูปเพื่อสั่งซื้อ


แต่นั่นมันคือปี 1984 แล้วตอนนี้ปี 2018 มันจะยังใช้ได้อยู่หรือ ?




Seagate


ในปี 2008 ที่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐฯ เนฟฟ์ผู้ซึ่งเกษียณตนเองจากผู้จัดการกองทุน Windsor แต่ก็ยังหาหุ้นลงทุนจนได้ ในครั้งนั้นเขาได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท Seagate  STX  ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลก ในราคาราวๆ 4 เหรียญต่อหุ้น ซึ่งในช่วงเวลานั้น ราคาหุ้น STX ได้ปรับตัวลดลงจาก 20 เหรียญมาเหลือเพียง 4 เหรียญ อีกทั้ง PE ยังหล่นลงมาเหลือเพียง 4 เท่า และอัตราเงินปันผลตอบแทนที่สูงถึง 12%


แม้ช่วงนั้นบริษัทจะมีผลการขาดทุน 1 ไตรมาส แต่เนฟฟ์ก็เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลพวงมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ ในระยะยาวผลกำไรตามปกติจะต้องกลับมา และราคาหุ้นก็จะต้องฟื้นตัว ซึ่งเขาคิดถูก เพราะหลังจากนั้นเพียงปีเดียว ราคาหุ้น STX ก็วิ่งกลับมาที่ 20 เหรียญเหมือนเดิม


กราฟราคาหุ้น STX รายสัปดาห์ บริเวณที่วงไว้คือจุดที่คาดว่าเนฟฟ์ได้เข้าลงทุนเมื่อปี 2008 หลังจากนั้นไม่นานนัก ราคาก็ปรับตัวขึ้นมาประมาณ 5 เท่า




มาดูหุ้นไทยกันบ้าง


แล้วถ้าเป็นตลาดหุ้นไทยล่ะ ? การซื้อหุ้นที่ PE ต่ำมากๆ จะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้หรือไม่ เราลองมาย้อนกลับไปในปี 2015 หากใครยังจำได้ มีช่วงหนึ่งที่หุ้น  SVI  หรือ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ถูกเทขายอย่างหนักเนื่องจากโรงงานไฟไหม้ ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้ค่า PE ลดลงมาเหลือเพียง 4 เท่านิดๆ ราคาหุ้นก็วนเวียนอยู่ประมาณ 4 บาท


และหลังจากผ่านมา 1 ปี ราคาหุ้นก็ฟื้นตัวกลับไปที่เกือบ 6 บาทได้ หรือคิดเป็นผลตอบแทน 50% ในปีเดียว


กราฟราคาหุ้น SVI รายสัปดาห์ บริเวณที่วงไว้คือช่วงที่บริษัทประสบเหตุไฟไหม้โรงงาน จนทำให้ราคาร่วงลงมาและเหลือค่า PE เพียง 4 เท่า


แต่ขณะเดียวกัน หุ้นที่ PE ต่ำก็ไม่ได้สร้างผลตอบแทนได้เป็นกอบเป็นกำเสมอไป อย่างเช่นหุ้น  SC  หรือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในปี 2015 มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ค่า PE ของหุ้นลดลงไปเหลือ 5 เท่า และราคาหุ้นเองอยู่ที่ประมาณ 3 บาท ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมา 4 บาทในอีกสองสามเดือนให้หลัง ซึ่งอันที่จริง ทั้ง SVI และ SC ในเรื่องผลตอบแทนนั้นไม่อาจเทียบได้กับหุ้น STX ของเนฟฟ์เลยแม้แต่น้อย


กราฟราคาหุ้น SC รายสัปดาห์ แม้จะมีค่า PE ที่ต่ำมากในจุดที่วงไว้ แต่ราคาก็ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมามากนัก




หุ้นต่างประเทศ
ดีกว่าหุ้นไทยหรือ


สาเหตุที่หุ้น STX ให้ผลตอบแทนได้รวดเร็วและเป็นกอบเป็นกำ ก็เพราะช่วงนั้นคือวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ทำให้หุ้นชั้นยอดปรับตัวลดลงมาเป็นจำนวนมาก ถ้าเป็นหุ้นไทยอย่างเช่น หุ้น  TVO  หรือ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ในช่วงปี 2008 ก็มีค่า PE เหลือเพียงแค่ 2 เท่า ก่อนที่ราคาหุ้นจะทะยานจาก 7 บาทไป 21 บาทได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ปี


กราฟราคาหุ้น TVO รายสัปดาห์ จุดที่วงไว้คือช่วงที่ค่า PE เหลือเพียงแค่ 2 เท่า และราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นมาประมาณ 3 เท่าในช่วงเวลา 2 ปี


ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในหุ้น PE ต่ำสามารถใช้งานได้ แต่มักจะได้ผลตอบแทนที่สูงก็ต่อเมื่อเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ค่า PE ลงมาต่ำมากๆ รวมถึงหุ้นตัวนั้นก็ควรเป็นกิจการที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตด้วย


และจอห์น เนฟฟ์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลตอบแทนจากการซื้อของดีราคาถูก มันคุ้มค่าขนาดไหน

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing


 

  แหล่งอ้างอิง  

ลงทุนแบบ จอห์น เนฟฟ์ : www.investing.in.th/product/64133/ลงทุนแบบ-จอห์น-เนฟฟ์

Seagate Technology PE Ratio 2006-2018 | STX : https://www.macrotrends.net/stocks/charts/STX/seagate-technology/pe-ratio

Neff goes bargain hunting : https://money.cnn.com/2009/01/02/magazines/fortune/levenson_neff.fortune/


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง