การขาดทุน 600% ของจอห์น เนฟฟ์

Last updated: Nov 7, 2018  |  899 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


ขึ้นชื่อว่าสงคราม ย่อมมีแพ้มีชนะ


ไม่มีแม่ทัพคนไหนที่ไร้พ่ายในสนามรบ กระทั่งสนามแห่งการลงทุนเอง ต่อให้เป็นนักลงทุนที่มีฝีมือระดับโลกแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน ผลตอบแทนในอดีตจะดีเพียงใด ก็ยังมีโอกาสขาดทุนได้เฉกเช่นนักลงทุนทั่วไปอย่างเราๆ


กระทั่งอดีตผู้จัดการกองทุน Windsor ที่บริหารกองทุนตั้งแต่ช่วงปี 1964-1995 โดยทำผลตอบแทนได้กว่า 13% ต่อปี ด้วยระยะเวลาขนาดนี้ เงินลงทุนที่อยู่กับเขาจึงเพิ่มมูลค่าขึ้นถึง 57 เท่า จนเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่มีฝีมืออันดับต้นๆ ของโลก


แม้จะเก่งกาจเพียงนี้ แต่ จอห์น เนฟฟ์ ก็ไม่อาจรอดพ้นช่วงเวลาแห่งหายนะได้ จนต้องเผชิญกับการขาดทุนที่สาหัสสากรรจ์ถึง 600% ในช่วงฟองสบู่หุ้นดอทคอมเมื่อปี 2000 กับหุ้นที่ชื่อว่า ICGE




หุ้น ICGE


หรือ Internet Capital Group เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยเข้าไปลงทุนในบริษัท eCommerce อื่นๆ แล้วนำมารวมกันเพื่อเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 ด้วยเงินทุนราวๆ 40 ล้านเหรียญ แต่หลังจากนั้นเพียง 3 ปี บริษัทก็สามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ได้ในปี 1999


ในส่วนของงบการเงิน นับจากปี 1997 รายได้ของบริษัทก็เติบโตขึ้นจาก 8 แสนเหรียญไปเป็น 16 ล้านเหรียญได้ในปี 1999 หรือคิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า อีกทั้งช่วงเวลานั้น มีบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากที่แห่กันจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ และนักลงทุนก็ชื่นชอบหุ้นเทคโนโลยีกันมาก หุ้นที่โตเร็ว แถมทุกคนต่างก็อยากเป็นเจ้าของ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บริษัทจะจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นด้วยเวลาเพียงแค่ 4 ปีนับจากวันก่อตั้ง


ผลงานหนังสือของจอห์น เนฟฟ์


แต่ที่แปลกคือ ตลาดหุ้นกลับให้ราคาบริษัทนี้ถึงเกือบๆ 1 หมื่นล้านเหรียญ ทั้งที่ผลประกอบการในปีล่าสุดขาดทุนเกือบ 30 ล้านเหรียญด้วยซ้ำ และในที่สุด จอห์น เนฟฟ์ ก็สังเกตเห็นถึงความไม่สมเหตุสมผลนี้




ชอร์ทมันซะ


ทั้งผลประกอบการที่ขาดทุน ตลาดให้ค่าแพงไป และใครๆ ก็มองว่ามันคือหุ้นแห่งอนาคต ตัวของเนฟฟ์เองที่เป็นนักลงทุนสไตล์สวนกระแส ใครชอบอะไรเขาจะขาย ใครขายอะไรเข้าจะซื้อ ดังนั้น เนฟฟ์จึงตัดสินใจเข้าชอร์ทหุ้นของ ICGE ในช่วงเดือนกันยายนปี 1999 ที่ราคาหุ้นเกือบๆ 40 เหรียญ


(ขายชอร์ท คือการที่เรายืมหุ้นคนอื่นมาขายก่อน แล้วซื้อกลับคืนให้กับคนๆ นั้น ถ้าราคาหุ้นตอนที่เราซื้อคืนมีราคาต่ำกว่าตอนที่ยืมมา เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่างราคา แต่ถ้าราคาพุ่งขึ้น เราก็จะต้องซื้อคืนในราคาที่แพงกว่าเดิม)




คิดถูก
เร็วไปหน่อย


แน่นอนว่าเนฟฟ์คิดถูก ท้ายที่สุดแล้วราคาหุ้นของ ICGE ก็ร่วงอย่างหนักจนถึงขั้นถูกถอดออกจากตลาด แต่ที่น่าสะพรึงกลัวก็คือ หลังจากที่เนฟฟ์ขายชอร์ทไปแล้ว ราคาหุ้นกลับขึ้นไปสูงสุดที่ 212 เหรียญในช่วงธันวาคม 1999 หากเนฟฟ์ปิดสถานะขายตอนนั้น เขาจะต้องขาดทุนเป็นเงินกว่า 600% จากเงินต้น


แผนภาพแสดงจังหวะการเข้าชอร์ทของเนฟฟ์ หมายเลข 1 คือจุดที่เขาเปิดสถานะชอร์ท หมายเลข 2 คือจุดที่ราคาทำจุดสูงสุด และหมายเลข 3 คือจุดที่เนฟฟ์ปิดสถานะ ขอบคุณภาพจาก capitalwealthadvisors.com


โชคดีที่หลังจากนั้น ราคาหุ้น ICGE ก็ร่วงลงมาอย่างหนัก และเมื่อราคาร่วงมาต่ำกว่าต้นทุนที่เนฟฟ์เปิดสถานะขาย เขาก็ปิดสถานะพร้อมกับกำไร 25% และหลังจากนั้นราว 2 ปี ราคาหุ้น ICGE ก็ร่วงต่อไปอีกจนราคาต่ำกว่า 1 เหรียญ (บริษัทเพิ่งปิดกิจการไปจริงๆ เมื่อเดือนเมษายน 2018)




คิดถูก
ใช่ว่ากำไร


เนฟฟ์อาจคิดถูกเกี่ยวกับหุ้น ICGE แต่สิ่งที่เขาทำพลาดคือ เขาคิดถูกเร็วเกินไป และประเมินความบ้าคลั่งของฝูงชนต่ำเกินไป เนื่องจากยุคนั้นคือช่วงที่ฟองสบู่ดอทคอมกำลังขยายตัวถึงขีดสุด หลายๆ บริษัทเทคโนโลยีซื้อขายกันด้วยราคาที่แพงมาก กระทั่ง ICGE ตอนที่ราคา 212 เหรียญ บริษัทนั้นมีมูลค่าตลาดกว่า 60 พันล้านเหรียญ ใหญ่ยิ่งกว่า General Motor  GM  หรือ Gillette ด้วยซ้ำไป


แม้จะวิเคราะห์อย่างถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าการลงทุนครั้งนั้นจะปลอดภัยและสามารถทำเงินได้เสมอ นับว่ายังดีที่เนฟฟ์ไม่ได้ขายชอร์ทด้วยเงินที่มากเกินไปนัก ลองคิดดูว่า หากเขาชอร์ทด้วยเงินทุนสัก 50% ของเงินที่มีทั้งหมด เขาอาจกลายเป็นคนล้มละลายไปเลยก็ได้ เพราะการขายชอร์ท นักลงทุนสามารถขาดทุนได้อย่างไม่จำกัด


นั่นทำให้นักลงทุนอย่างเราๆ ต้องตระหนักอีกครั้งว่าการควบคุมความเสี่ยงนั้นสำคัญขนาดไหน กระทั่งเซียนที่ทำเงินได้ 57 เท่ายังเกือบขาดทุน 600%


คุมความเสี่ยงให้ดี ก่อนที่จะไม่เหลือเงินให้คุมความเสี่ยง




ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

ลงทุนแบบ จอห์น เนฟฟ์ : www.investing.in.th/product/64133/ลงทุนแบบ-จอห์น-เนฟฟ์

Annual Report : http://icge.ir.edgar-online.com/efxapi/EFX_dll/EDGARpro.dll?FetchFilingCONVPDF1?SessionID=cqoZUyLO3HMzRvj&ID=483204

Following The Money Some 680 men, women, techies, and, yes, schools got pre-IPO shares of Internet highflier ICG. Here's how they became insiders and what they did as the stock crashed. : http://archive.fortune.com/magazines/fortune/fortune_archive/2001/09/17/310278/index.htm

Legendary Value Investor John Neff: Investing into the Peak : http://blog.capitalwealthadvisors.com/trends-tail-risks/2017/08/legendary-value-investor-john-neff-investing-peak