หุ้น THE -40% ต้องทำอย่างไร จุดจบของหุ้นสายรันเทรนด์

 

 THE  หรือ บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจจำหน่ายเหล็กทั้งที่แปรรูปแล้วและยังไม่ได้แปรรูป


หุ้นตัวนี้อาจไม่ค่อยคุ้นหูนักลงทุนสักเท่าไหร่ ทั้งจากช่วงที่ผ่านมาคนไม่ค่อยเล่นหุ้นกลุ่มเหล็กกันด้วย และมูลค่าตลาดก็อยู่ที่ราวๆ 2,800 ล้านบาทเท่านั้น แต่ราคาหุ้นก็สามารถผ่านจุดสูงสุดเดิมที่ 3.80 บาทได้แบบเงียบๆ และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4.30 บาทได้ในเวลาเพียงไม่ถึงสองสัปดาห์ คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 10% ในระยะเวลาอันสั้น


ก่อนที่จะร่วงลงมาเหลือ 2.50 บาทในเวลา 5 วัน (บทความนี้เขียนเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2561)


เกิดอะไรขึ้นกับหุ้น THE ?




ราคาหุ้น
ทำ new high



หากพิจารณาด้วยเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วัน (เส้นสีน้ำเงิน) หรือกระทั่ง 200 วัน (เส้นสีฟ้า) จะเห็นว่าราคาหุ้นก็สามารถยืนอยู่เหนือเส้นได้อย่างสวยงาม อีกทั้งเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันก็ตัดขึ้นเหนือเส้น 200 วันด้วย และก่อนหน้านี้ ราคาหุ้นก็เคยย่อตัวลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ก่อนที่จะเด้งกลับไปทำจนทะลุ 3.80 บาท ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมในเวลาไม่นานนัก


หนังสือที่เกี่ยวข้อง : เทคนิคอล อนาไลซิส, คัดหุ้นชั้นยอดด้วยระบบชั้นเยี่ยม




แต่ไม่ได้ขึ้น
อย่างแข็งแกร่ง



แต่ถ้าวิเคราะห์จากอินดิเคเตอร์ MACD Histogram เพิ่มอีกหนึ่งตัว จากในภาพจะเห็นว่าเกิดสัญญาณเตือน Bearish Divergence ซึ่งบ่งบอกว่า การที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ ในอนาคตก็มีโอกาสที่ราคาจะย่อตัวได้




วอลุ่ม
ที่น่าสนใจ



อีกส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือปริมาณการซื้อขายหรือวอลุ่ม ในช่วงที่ราคาพักตัว (วงสีเหลือง) ปริมาณการซื้อขายก็ควรจะหดตัวลงเหมือนหุ้นที่เคยเป็นขาขึ้นตัวอื่นๆ แต่สำหรับ THE วอลุ่มกลับไม่ลดลง แต่กลับมีการซื้อขายที่หนาแน่นและสม่ำเสมอมาก




ตัวการ
อาจเป็นงบ


ปัจจัยสุดท้ายคืองบการเงิน หุ้น THE อาจทำทรงขาขึ้นที่สวยงามแต่ผิดเวลาไปหน่อย เพราะมันตรงกับช่วงที่บริษัทเริ่มประกาศผลประกอบการ สำหรับ THE งบการเงินล่าสุดนั้นระบุว่าบริษัทมีผลขาดทุนที่สูงถึง -100 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีผลกำไร 137 ล้าน และไตรมาสก่อนที่มีกำไร 9 ล้าน มองยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับงบที่ออกมาแบบนี้ จึงอาจเป็นผลให้ราคาร่วงจาก 4.30 บาทมาเหลือเพียง 2.40 บาทในเวลาแค่ 5 วัน




แล้วต้องทำ
อย่างไร



การที่หุ้นซึ่งเป็นขาขึ้นอยู่ดีๆ เปลี่ยนเป็น -20% ได้ภายในวันเดียว (เส้นแนวตั้งสีฟ้า) เทรดเดอร์อาจมีข้ออ้างมากมายในการที่จะไม่ขายตัดขาดทุน "มันลงมาเยอะแล้วเดี๋ยวก็เด้ง" หรือไม่ก็ "ก่อนหน้านี้มันขึ้น ครั้งนี้อาจเป็นแค่อาการตกใจของตลาด" แต่หากเลือกที่จะถือต่อ วันต่อมาเราจะต้องทนทรมานกับราคาที่ร่วงไปอีก 8%


ดังนั้นหากเราเป็นเทรดเดอร์ตัวจริง การตัดขาดทุนคือสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะเจ็บปวดสักเพียงไหน แต่การเสียแขนย่อมดีกว่าการเสียชีวิต




กราฟแบบนี้
รันเทรนด์ต้องระวัง


เทรดเดอร์ที่เป็นสาย Trend Following ผู้ชื่นชอบหุ้นขาขึ้นเป็นชีวิตจิตใจ อาจต้องระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนหุ้น THE อยู่เสมอ ราคาอาจจะทำทรงสวยงาม อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ อาจเป็นใจ แต่ขึ้นชื่อว่าราคา มันสามารถเปลี่ยนขาขึ้นให้ติดฟลอร์ได้แบบไม่คาดคิด


โดยเฉพาะช่วงงบออก เทรดเดอร์สายตามแนวโน้มยิ่งต้องระวังให้มาก การเข้าซื้อหุ้นก่อนผลประกอบการถูกประกาศไม่กี่วัน เราอาจเจอเรื่องเซอร์ไพร์ส เช่น บริษัทขาดทุน หรือผลกำไรน้อยกว่าที่คาด จนทำให้ราคาถูกทิ้งดิ่งได้ เทศกาลงบออกจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง


โดยสรุปแล้ว หุ้น THE ร่วงหนักกว่า 40% ภายในเวลาสั้นๆ อาจมาจากทั้งเทรนด์ขาขึ้นที่อ่อนแอ วอลุ่มการซื้อขายที่ดูน่าสงสัย หรืองบการเงินที่ขาดทุนแบบถล่มทลายก็ได้ ทางออกเดียวคือการทำตามแผน ขายคือขาย บอกตัวเองว่าหุ้นทุกตัวมีเรื่องไม่คาดคิดเสมอ อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง


และหุ้น THE จะไม่ใช่หุ้นตัวสุดท้ายที่ลงไม่คาดคิดแบบนี้แน่นอน

 

 

 


ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

เทคนิคอล อนาไลซิส : www.investing.in.th/product/64838/เทคนิคอล-อนาไลซิส

CANSLIM คัดหุ้นชั้นยอด ด้วยระบบชั้นเยี่ยม : www.investing.in.th/product/27105/-canslim-คัดหุ้นชั้นยอด-ด้วยระบบชั้นเยี่ยม

งบการเงิน THE : https://www.finnomena.com/stock/the