ESSO จับมือ Starbucks จะรุ่งจริงหรือ ?


เมื่อปั๊มน้ำมัน ไม่ได้แค่ขายน้ำมันอีกต่อไป


เพราะพื้นที่ที่เปิดให้บริการปั๊มน้ำมัน หากคิดดูแล้วมันเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูด traffic หรือผู้คนเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนสามารถสร้างโอกาสในการขายได้อย่างมหาศาล อย่างที่เราอาจเห็นกันแล้วกับโมเดลของ  PTT  ที่เปิดทั้งเซเว่นและอเมซอนภายในปั๊ม จนกลายเป็นแหล่งกำไรที่มีความสำคัญไม่แพ้กำไรจากการขายน้ำมัน


และสำหรับตอนนี้ ก็ถึงคราวของ  ESSO  ที่จับมือกับ Starbucks เพื่อเปิดสาขาภายในปั๊มน้ำมันของตัวเองแล้ว


แต่มันจะรุ่งสักแค่ไหน ? เราลองมาวิเคราะห์กัน




เริ่มเปิด 3 สาขา


ในช่วงเริ่มต้น การเปิดร้าน Starbucks จะเริ่มที่ปั๊ม ESSO จำนวน 3 สาขาเท่านั้น โดยเปิดที่จังหวัดนนทบุรี เพชรบุรี และกาญจนบุรี หากดูจากตำแหน่งที่ตั้งแล้ว คนที่ได้ประโยชน์จะไม่ใช่แค่ปั๊มที่ได้ค่าเช่าเท่านั้น แต่ Starbucks ก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย เนื่องจากโซนที่เปิดนั้นคือต่างจังหวัด หากจะตั้งร้านค้าแบบ Standalone ก็อาจมีความเสี่ยงมากไปหรือต้องใช้เงินลงทุนสูง สู้เปิดในปั๊มน้ำมันที่ดึงดูดคนเข้ามาได้ยังจะง่ายซะกว่า




แต่คนจะเข้าไหม


ปั๊มน้ำมันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรต่างกัน แต่หากมีปั๊มน้ำมันทุกแบรนด์ตั้งใกล้ๆ กันให้พรึ่บ มั่นใจได้ว่าคนเกินครึ่งที่จะเลี้ยวรถเข้าปั๊มของ PTT เพราะโดยส่วนมากแล้วปั๊มปตท.มีความครบครันที่สุดในหลายๆ เรื่อง ทั้งร้านสะดวกซื้อ ห้องน้ำ ร้านอาหาร กาแฟราคาไม่แพง สิ่งเหล่านี้ทำให้อารมณ์ของคนรู้สึกว่าปั๊มปตท.น่าเข้ามากกว่า


หากปั๊ม ESSO ตั้งใกล้กับปั๊ม PTT ก็มีความเสี่ยงสูงว่าคนอาจจะเข้าปั๊มของปตท.มากกว่า แต่หากเราดูจากปั๊มของ ESSO ที่มีแผนเตรียมเปิด Starbucks จะพบว่าบริเวณโดยรอบสาขานั้นไม่มีปั๊มของปตท.อยู่เลย ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนเข้าปั๊มมากขึ้น


แผนที่ในภาพคือโซนบางบัวทอง จ.นนทุบรี ที่เป็นหนึ่งในสาขาที่จะเปิด Starbucks จะเห็นว่าบริเวณโดยรอบไม่มีปั๊มของปตท.




แล้วใครจะซื้อ


อีกเรื่องที่สำคัญคือราคา เนื่องจากกาแฟของ Starbucks มีราคาที่สูงหากเทียบกับ Cafe Amazon ที่เป็นคู่แข่งโดยตรงและขายเพียงแก้วละประมาณ 50 บาท ซึ่งราคาที่ถูกกว่า แน่นอนว่าคนซื้อก็จ่ายเงินได้ง่ายกว่ามาก นี่จึงเป็นคำถามสำคัญว่าคนที่เข้ามาเติมน้ำมัน จะยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อกาแฟราคากว่า 150 บาทได้ขนาดไหน


ยกเว้นเสียแต่ว่า 1) สาขา Starbucks ที่เข้าไปเปิดนั้นไม่มี Starbucks สาขาอื่นอยู่ใกล้ๆ จนเป็นการแย่งลูกค้า และ 2) ทำให้คนรู้สึกว่าสามารถเข้ามาจอดรถและซื้อกาแฟได้โดยไม่ต้องเติมน้ำมันเสมอไป หากมีสองสิ่งนี้ ก็จะทำให้คนเข้ามาใช้ซื้อกาแฟภายในปั๊มได้




คุ้มค่ากับ ESSO
แค่ไหน


นอกจากค่าเช่าที่ปั๊ม ESSO จะได้รับ ก็อาจมีรายได้จากส่วนแบ่งรายได้ที่แบ่งกับ Starbucks อีกช่องทางหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับการตกลงกัน) . . . หากว่ากันตามตรง รายได้ส่วนนี้คงไม่สูงนักเมื่อเทียบกับรายได้รวมกว่า 150,000 ล้านบาทในปี 2561
แต่หากคิดถึงผลตอบแทนที่ไม่ใช่ตัวเงิน การนำร้านกาแฟที่มีภาพลักษณ์ระดับโลกเข้ามาเสริมภายในปั๊มของตัวเอง มันอาจเป็นการเสริมภาพลักษณ์ทางอ้อมให้กับปั๊ม ESSO ไปในตัวว่าเป็นปั๊มน้ำมันที่ดูดีและน่าเข้าใช้บริการ หากลูกค้ากลุ่มเดิมได้เจอกับปั๊มของบริษัทในอนาคต ก็อาจเลือกเข้าเติมน้ำมันแทนปั๊มอื่นๆ ก็ได้


ในระยะยาว กลยุทธ์การจับมือร่วมกันทางธุรกิจครั้งนี้อาจได้ผลดี แต่ใครที่หวังให้ ESSO ประสบความสำเร็จเหมือน PTT และกาแฟ Cafe Amazon ในระยะเวลาสั้นๆ บอกเลยว่ายาก

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

การประเมินมูลค่าหุ้น : www.investing.in.th/product/61595/การประเมินมูลค่าหุ้น-

“Starbucks” ควงเอสโซ่ เปิดสาขาในปั๊ม ประเดิม 3 สาขา นอกกรุงเทพฯ : https://positioningmag.com/1167878