วิธีใช้งานเส้นค่าเฉลี่ย ทำเงินในแบบ จอห์น เมอร์ฟี

 

จอห์น เมอร์ฟี เป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ค่อยมีใครรู้ประวัติเชิงลึกของเขามากมายเท่าไหร่นัก สิ่งที่ทุกคนรู้เกี่ยวกับเขาก็คือ เขาเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เป็นหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เทคนิคประจำเว็บไซต์ stockchart.com และยังปรากฎตัวตามสื่อต่างๆ ทั้ง CNN, Bloomberg CNBC ฯลฯ


แต่สิ่งที่สร้างชื่อให้เขาที่สุด ก็หนีไม่พ้นงานเขียนอันโด่งดังของเขาอย่าง Technical Analysis of The Financial Markets หรือ "เทคนิคอล อนาไลซิส" ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงเทคนิคแบบครบครัน จนบางคนขนานนามว่านี่คือไบเบิ้ลแห่งหนังสือการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค และยังถูกใช้เป็นหนังสืออ้างอิงในการสอบใบอนุญาต CMT อีกด้วย


หนังสือเทคนิคอล อนาไลซิส คลิกที่รูปเพื่อสั่งซื้อ


แม้จะเขียนคู่มือการใช้เครื่องมือทางเทคนิคมากมาย แต่ในการเทรดส่วนตัว เขากลับใช้งานจริงเพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และกลับใช้มันในแบบที่ไม่ซับซ้อนเสียเท่าไหร่ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การใช้เส้นค่าเฉลี่ย




เส้น 200 วัน


สำหรับหุ้นรายตัว คุณเมอร์ฟีชอบที่จะใช้เส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วันเพื่อแบ่งเทรนด์ของราคาหุ้น หากราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน นั่นหมายถึงทุกอย่างยังดูดี แต่ถ้าไม่ใช่ หุ้นตัวนั้นอาจกำลังมีปัญหาบางอย่างจนทำให้ราคามีโอกาสร่วงลงไปอีก


หากราคายังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว 200 วันได้ การเทรดในฝั่งซื้อก็มีโอกาสที่จะทำเงินได้มากกว่าขาดทุน แต่ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้น 200 หากมีสัญญาณอินดิเคเตอร์ใดๆ บ่งบอกให้ซื้อ การเทรดครั้งนั้นอาจจะมีความเสี่ยง เพราะในภาพใหญ่นั้นยังเป็นขาลงอยู่




เส้น 50 วัน
ในอุตสาหกรรม


แต่นอกจากจะดูหุ้นรายตัวแล้ว เขายังใช้การดูเส้นค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมร่วมด้วย หากหุ้นที่เขาสนใจนั้นอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แต่ถ้าดัชนีอุตสาหกรรมนั้นอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วัน การเทรดหุ้นรายตัวในช่วงนั้นก็อาจมีความเสี่ยง


ดังนั้น ถ้าหุ้นตัวหนึ่งที่มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้น แต่ดัชนีอุตสาหกรรมอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วัน มันก็มีความเสี่ยงที่ราคาจะไม่ขึ้นไปอย่างที่คิด




ลองใช้กับ
หุ้นไทย


เรามาดูกันที่ชาร์ทของดัชนีอุตสาหกรรมค้าปลีกกันก่อนดีกว่า COMM



กราฟดัชนีอุตสาหกรรม COMM รายสัปดาห์ พร้อมกับเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันย้อนหลัง จะเห็นได้ชัดเจนว่าดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้เส้นค่าเฉลี่ยมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และยังคงเป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าว่ากันตามกฎการเทรดของเมอร์ฟีแล้ว เขาชื่อว่าภาวะอุตสาหกรรมที่แย่ก็จะทำให้หุ้นที่อยู่ในกลุ่มนั้นย่ำแย่ตามไปด้วย


ซึ่งก็จริงอย่างที่เขาว่า





กราฟหุ้น  CSS  รายวัน ตรงกลางของกราฟราคาเราจะเห็น MACD Histogram ที่ส่งสัญญาณ Bullish Divergent เนื่องจากราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่แท่ง MACD Histogram ไม่ได้ทำจุดต่ำใหม่ตามไปด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณของการกลับตัวของราคา แต่จนแล้วจนรอด ราคาหุ้น CSS ก็ยังร่วงต่อไป





กราฟหุ้น  COL  รายวัน เครื่องมือ MACD Histogram ก็ส่งสัญญาณ Bullish Devergent เช่นเดียวกับหุ้น CSS แต่ราคาหุ้น COL นั้นสามารถสร้างจุดสูงใหม่ได้ด้วย (วงกลมสีเหลือง) แต่ราคาก็ยืนอยู่ได้แค่วันสองวัน แล้วก็กลับตัวเป็นขาลง





กราฟหุ้น  FTE  รายวัน มาทรงเดียวกับหุ้น COL เป๊ะๆ มีทั้งสัญญาณกลับตัวและราคาทำจุดสูงใหม่ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด





กราฟหุ้น  MEGA  รายวัน ที่ทำรูปแบบคล้ายๆ หุ้น CSS





กราฟหุ้น  GLOBAL  รายวันที่นับว่าแปลกไปจากเพื่อน แม้ดัชนีอุตสาหกรรมโดยรวมจะอยู่ในช่วงขาลง หุ้น GLOBAL ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง นั่นแสดงให้เห็นว่า มันยังมีหุ้นที่เป็นพระเอกเสมอในช่วงเวลาที่แย่ แต่ก็มีแค่น้อยตัวเท่านั้น คำถามคือมันคุ้มเสี่ยงหรือไม่ อันนี้คือสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องตอบตัวเองให้ได้


โดยสรุปแล้ว การใช้เส้นค่าเฉลี่ยแบบ จอห์น เมอร์ฟี จะเป็นการดูทั้งแนวโน้มภาพใหญ่ของราคาด้วยเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วัน และดูแนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยเส้นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วัน ซึ่งนับเป็นตัวช่วยในการกรองสัญญาณหลอกได้ดีไม่น้อยเลย

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

เทคนิคอล อนาไลซิส : www.investing.in.th/product/64838/เทคนิคอล-อนาไลซิส

Simplicity Has Sharpened John Murphy’s Skills : https://jimwyckoff.com/simplicity-has-sharpened-john-murphys-skills/