ออเจ้าผ่านมาเกือบปี วันนี้หุ้น BEC เป็นอย่างไร

Last updated: Dec 3, 2018  |  598 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน


เมื่อต้นปี 2561 กระแสละครบุพเพสันนิวาสแทบจะเรียกได้ว่าเป็นละครที่ประสบความสำเร็จในรอบหลายๆ ปีของวงการสื่อไทย เว็บไซต์หลายๆ แห่งต่างพากันประมาณการรายได้จากละครเรื่องนี้ หรือบางแห่งอาจถึงขั้นประมาณผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากพี่หมื่นและแม่การะเกดเลยทีเดียว ซึ่งละครเรื่องนี้ส่งผลดีต่อหลายๆ ธุรกิจในประเทศไทยไม่มากก็น้อย


และแน่นอนที่สุด ผู้ผลิตละครเรื่องนี้ย่อมได้รับทรัพย์ไปเต็มๆ นั่นก็คือช่อง 3 หรือหุ้น  BEC  นักลงทุนหรือกระทั่งนักวิเคราะห์ ต่างก็เชื่อว่าละครเรื่องนี้จะทำให้ BEC กลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง


แต่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี หลายสิ่งก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้ดีอย่างที่หลายคนคิด . . . โดยเฉพาะเรื่องของราคาหุ้น




รายได้เพิ่ม


ละครบุพเพสันนิวาสเริ่มออกอากาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และสิ้นสุดประมาณเดือนเมษายน ดังนั้นรายได้จากค่าโฆษณาเรื่องนี้ก็ควรจะปรากฏในงบช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ปี 2561 ด้วย ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายเวลาลงโฆษณา ตอนงบการเงินรอบ Q4/60 บริษัทมีรายได้จากส่วนนี้ 1,897 ล้านบาท ต่อมาเมื่อละครออกฉาย รายได้ในงวด Q1/61 ก็เพิ่มมาเป็น 2,157 ล้านบาท และ Q2/61 อยู่ที่ 2,399 ล้านบาท



และเมื่อดูในส่วนของรายได้รวม นับจากไตรมาส 4/60 ถึงงวดไตรมาส 2/61 รายได้รวมของช่องสามก็เพิ่มขึ้นจาก 2,060 -> 2,421 -> 2,756 ล้านบาทตามลำดับ แสดงให้เห็นว่า ละครบุพเพสันนิวาส "อาจจะ" มีส่วนช่วยทำให้ทั้งรายได้จากการขายโฆษณาและรายได้รวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส




ค่าใช้จ่ายลด


รายได้ 100 บาทย่อมมีค่าใช้จ่ายอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย ช่องสามที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 2,060 ล้านบาทเป็น 2,756 ล้านบาท ต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน "แต่เพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่ลดลง" อย่างในงวด Q4/60 ค่าใช้จ่ายโดยรวมคิดเป็น 99.1% ของรายได้ทั้งหมด แต่พอถึง Q1/61 ที่ละครบุพเพสันนิวาสเริ่มออกฉาย ค่าใช้จ่ายรวมก็ลดเหลือ 87.2% ของรายได้ทั้งหมด และลดเหลือ 85.3% ในผลประกอบการรอบ Q2/61 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายที่ลดลงนี้ "อาจจะ" เป็นผลมาจากละครบุพเพสันนิวาสที่สามารถเรียกค่าโฆษณาต่อนาทีได้สูงมากๆ ก็เป็นได้




งบดีขึ้น
แต่ยังขาดทุน


แต่ถึงค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับรายได้จะลดลง แต่บรรทัดสุดท้ายของงบการเงินก็ยังเป็นตัวเลขติดลบอยู่ โดยกำไรสุทธิตั้งแต่รอบ Q4/60 จนถึง Q2/61 อยู่ที่ -336 ล้านบาท -126 ล้านบาท และ -23 ล้านบาท นับว่ายังดีที่ผลประกอบการขาดทุนน้อยลง ซึ่งมัน "อาจจะ" เป็นผลมาจากมนต์กฤษณะกาลีของละครเรื่องนี้เช่นกัน (และโชคดีที่งบการเงินงวด Q3/61 ช่องสามกลับมามีกำไรแล้ว 78 ล้านบาท)




หุ้นลง 60%


แม้พี่หมื่นจะทำให้บริษัทขาดทุนลดลง แต่พี่หมื่นสักสิบคนก็ไม่อาจทำให้หุ้น BEC ขึ้นได้ เพราะนับตั้งแต่ต้นปีที่ราคาหุ้นซื้อขายกันประมาณ 14 บาท ในปัจจุบันกลับเหลือเพียง 5.40 บาท (บทความนี้เขียนเมื่อ 3 ธันวาคม 2561) คิดเป็นการลดลงถึง 60% สวนทางกับผลประกอบการที่ขาดทุนน้อยลงอย่างน่าประหลาด แม้ระหว่างทาง จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ราคาหุ้นขึ้นจาก 10 บาทเป็น 14 บาทในเวลาเพียงสองสัปดาห์ แต่ราคาก็ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง


กราฟราคาหุ้น BEC รายวัน วงกลมสีเหลืองคือจุดที่ราคาหุ้นขึ้นจาก 10 บาทเป็น 14 บาทในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่ง อาจมาจากกระแสละครเรื่องนี้




ทำไมหุ้นลง


ตลอดบทความนี้ ผู้อ่านจะสังเกตเห็นคำว่า "อาจจะ" ที่ใช้ประมาณ 3 ครั้ง ที่ใช้คำว่าอาจจะ ก็เนื่องจากว่ารายได้ของ BEC ไม่ได้ขึ้นอยู่กับละครบุพเพสันนิวาสเพียงอย่างเดียว ผลประกอบการที่ดีขึ้นอาจมาจากสาเหตุอื่นก็ได้ และการที่ละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้แปลว่าธุรกิจในส่วนอื่นของ BEC จะประสบความสำเร็จตาม ดังนั้น การที่นักลงทุนซื้อหุ้นช่องสาม ไม่ใช่เรากำลังซื้อเฉพาะความหล่อเหลาของพี่โป๊ปหรือความสวยของคุณเบลล่า แต่เรากำลังซื้อทุกอย่างในช่องสาม ที่อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนบุพเพสันนิวาส


ต่อมาคือเรื่องของผลประกอบการ แม้จะบอกว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าผลการดำเนินงานแย่ลงค่อนข้างมาก รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2560 แถมผลประกอบการยังขาดทุนด้วยซ้ำไป จึงอาจเป็นสาเหตุอีกข้อที่กดดันราคาหุ้นให้ลดลง


แพลตฟอร์ม Mello ของช่องสาม ที่ต้องการย้ายละครทั้งหมดมาใส่ที่นี่เพื่อดึงผู้ชม แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าสามารถทำกำไรได้มากน้อยแค่ไหน


เรื่องสุดท้าย คือเรื่องของความสม่ำเสมอ ตลาดหุ้นอาจรับรู้ว่าละครเรื่องนี้เป็นละครที่มันติดตลาด แต่คำถามคือ มีโอกาสแค่ไหนที่ช่องสามจะสามารถทำละครแบบบุพเพสันนิวาสได้อีกสักสิบเรื่อง ? นอกจากนั้น คู่แข่งจำนวนมากที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ทั้งละครผ่าน Line, One 31, Grammy และรวมถึง Netflix ซึ่งเป็นผู้เล่นระดับโลก หรือกระทั่ง YouTube ก็ตาม ช่องสามจะใช้กลยุทธ์อะไรเพื่อดึงให้ผู้บริโภคกลับมาอยู่กับตัวเอง เมื่อตอบคำถามนี้ไม่ได้ หรือตลาดหุ้นไม่เชื่อว่าโปรเจคอย่าง Mello จะได้ผล ราคาหุ้นก็ปรับตัวลดลง


ในช่วงที่ละครยังฉายอยู่ แต่ละคนก็มองเห็นอนาคตอันสดใสของช่อง 3 แต่พอผลลัพธ์เฉลยออกมาผ่านงบการเงินและราคาหุ้น หลายๆ สิ่งมันก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด และช่อง 3 ก็ต้องใช้พิสูจน์ตัวเองต่อไป จะถูก disrupt จากสิ่งต่างๆ รอบตัวหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เราต้องติดตาม

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

การประเมินมูลค่าหุ้น : www.investing.in.th/product/61595/การประเมินมูลค่าหุ้น-

งบการเงินไตรมาส 1 : https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15259943048961&language=th&country=TH

งบการเงินไตรมาส 2 : https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15338538348691&language=th&country=TH