ความจริงที่ควรรู้ในการเทรด โดยมาร์ค ดักลาส

Last updated: Dec 14, 2018  |  1089 จำนวนผู้เข้าชม  |  Mindset


มาร์ค ดักลาส แม้ตัวเขาเองจะไม่มีประวัติด้านการเทรดมากนัก แต่ชื่อเสียงของเขาโด่งดังในฐานะ “นักจิตวิทยา” เกี่ยวกับการเทรดชนิดหาตัวจับได้ยาก และผลงานของเขาที่ชื่อ Trading in the zone หรือโซนแห่งเทรดเดอร์ ก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากเทรดเดอร์ทั่วโลก (แม้จะอ่านยากไปสักหน่อยก็ตาม)


ด้วยประสบการณ์แห่งความเจ็บปวดหลายปี ทำให้เขาได้เรียนรู้ความจริงเบื้องต้น 5 อย่างในการเทรด แม้หลายสิ่งอาจจะดูขัดกับสิ่งที่เราเชื่อ แต่มันก็คือความจริงที่เราควรรับฟังไว้ เพื่อพัฒนาการเทรดของตัวเองให้ดีขึ้น




 1  อะไรก็เกิดขึ้นได้ และมันมักเกิดบ่อยกว่าที่คิด


บางครั้งเราอาจละเลยบางสิ่งว่ามันไม่มีโอกาสเกิดขึ้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งต่างๆ ล้วนมีโอกาสเกิดขึ้นได้แม้ว่ามันจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อย ลองนึกภาพว่า เราเป็นเทรดเดอร์ที่เพิ่งทำกำไรได้จากการเทรดหลายครั้งติดต่อกัน เกือบทุกคนจะเริ่มละเลยกฎในการควบคุมความเสี่ยง หรือยอมเสี่ยงมากขึ้นเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น เพราะเราจะเริ่มละเลยความจริงของตลาด และมีอคติในฝีมือของตัวเองมากกว่าเดิม


หรือตัวอย่างแบบสุดโต่งก็คือ วิกฤตปี 2008 ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิด เพราะตราสารเจ้าปัญหาเหล่านั้นมันมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวมกันหลายๆ สินเชื่อ คงเป็นไปไม่ได้ที่คนจะเบี้ยวหนี้พร้อมกัน แต่สุดท้ายวิกฤตก็เกิด แม้มันจะมีโอกาสเล็กน้อย แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ




 2  ไม่รู้อนาคตก็ทำเงินได้


หน้าที่ของเทรดเดอร์ไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่เป็นการอยู่กับข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน แล้วตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อทำเงินจากเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น เราไม่อาจรู้ได้ว่าอีก 3 เดือนข้างหน้า Set index จะเป็นอย่างไรต่อ แต่ด้วยสภาวะตลาดตอนนี้ เครื่องมือทางเทคนิคกำลังบอกว่าตลาดเป็นขาลง หน้าที่ของเทรดเดอร์คือการ short นี่คือการตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เดาว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าตลาดจะลงเหลือ 200 จุดแล้วขายบ้านขายรถมา short เพิ่ม นี่คือการคาดเดาล้วนๆ


ผลงานหนังสือของเขาในชื่อ "โซนแห่งเทรดเดอร์"




 3  ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร มันก็มีทั้งกำไรและขาดทุนเสมอ


แม้วิธีการที่เราใช้จะให้กำไรมากกว่าขาดทุน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกการเทรดจะต้องได้กำไรตลอด สมมติระบบเทรดอันหนึ่งมีความแม่นยำอยู่ที่ 60% ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะกำไร 6 ครั้งจาก 10 ครั้ง เทรดเดอร์อาจขาดทุนสัก 10 ครั้งแล้วค่อยกำไรในครั้งที่ 11 ก็ยังได้ ทุกวิธีการเทรด จึงมีช่วงเวลาที่ทั้งได้กำไรและขาดทุนเสมอ


เพราะฉะนั้น เรื่องของ money management จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลองคิดว่าหากเราต้องขาดทุนติดต่อกัน 10 ครั้งติด แม้จะเป็นวิธีการที่มีโอกาสชนะ 60% แต่ถ้าเราไม่ได้บริหารจัดการเงินทุนดีพอ เราอาจหมดตัวก่อนที่จะกลับมามีกำไร




 4  ความน่าจะเป็นที่มากขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะเป็นความได้เปรียบของเราได้แล้ว


การจะเทรดให้รอดและรวยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการที่มีความแม่นยำ 90% หรือกระทั่ง 100% เพราะตลาดไม่ได้มีความแน่นอนขนาดนั้น มันอาจเป็นวิธีการบางอย่างที่มีความน่าจะเป็นเพียง 51% ก็เพียงพอที่จะทำเงินได้แล้ว หรือต่อให้มีความแม่นยำแค่ 30% ก็สามารถทำกำไรได้ แต่มันต้องมาพร้อมกับการจัดการเงินทุนที่ดีมากพอ เพื่อให้ขาดทุนต่อครั้งน้อยที่สุด และกำไรต่อครั้งมากที่สุด




 5  แต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดล้วนเป็นเอกลักษณ์ (unique)


ยกตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์อาจใช้เครื่องมือ RSI เพื่อเทรดเก็งกำไรระยะสั้น โดยซื้อเมื่อค่า RSI ต่ำกว่า 30 และขายเมื่อค่าสูงกว่า 100 การที่ครั้งก่อนๆ เขาเทรดวิธีนี้แล้วได้กำไร มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้ได้ผลอีกในอนาคต ตลาดและราคาของสินทรัพย์ต่างก็เคลื่อนไหวอย่างมีลักษณะเฉพาะเจาะจงของมัน เพียงแค่บางช่วงเราอาจนำเครื่องมือทางเทคนิคอลไปจับจังหวะได้


แล้วมันเกี่ยวกับเรายังไง ? แนวคิดข้อนี้ของคุณดักลาส ทำให้เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่าการเคลื่อนไหวของราคาล้วนไม่ซ้ำกัน เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราใช้ บางช่วงย่อมมีกำไร และบางช่วงย่อมขาดทุน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรที่สามารถใช้ได้กับหุ้นทุกตัวหรือทุกสถานการณ์


ความจริงที่ควรรู้ในการเทรด
โดย Mark Douglas

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

Mark Douglas 5 x Trading Truths to Profits : https://www.forexschoolonline.com/mark-douglas-5-trading-truths/