สัมภาษณ์ผู้แปลหนังสือ Principles คุณจอมทรัพย์ สิทธิพิทยา

Last updated: Jan 14, 2019  |  2255 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


"Principles คือหลักการเพื่อให้คุณได้ทุกสิ่งที่ต้องการในชีวิต" นี่คือนิยามสั้นๆ จากผู้แปลหนังสือ Principles คุณจอมทรัพย์ สิทธิพิทยา ที่ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน CTC2019


ก่อนหน้านี้ หนังสือ Principles เคยถูกเผยแพร่ฟรีมาก่อน ผ่านเว็บไซต์ของ Ray Dalio ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ และด้วยกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมาย หนังสือดังกล่าวจึงมีการแปลไปในหลายๆ ภาษา (คนแปลก็อาสาแปลฟรีเช่นกัน) รวมถึงมีผู้อ่านนับล้าน และสำหรับประเทศไทย คนที่แปล Principles รอบแรกให้คนได้อ่านกันแบบฟรีๆ ก็คือคุณจอมทรัพย์นั่นเอง


ชายผู้นี้ คือหนึ่งในผู้ประกอบการแนวหน้าในสายเทคโนโลยี ที่ชอบหาสิ่งใหม่ๆ มาเติมเต็มความรู้เสมอ กระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง คุณบรรยง พงษ์พานิช (ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน) ได้แนะนำให้คุณจอมทรัพย์ได้รู้จักกับอีบุ๊ค Principles ที่อยู่บนเว็บออนไลน์ ซึ่งเมื่อได้อ่านแล้ว เขากลับรู้สึก "อิน" อย่างบอกไม่ถูก และเชื่อว่ามันคงส่งผลดีไม่น้อยหากคนไทยหลายๆ คนได้อ่านกัน นั่นจึงเป็นที่มาของการแปล Principles ที่มีทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือคนทั่วไป เข้าไปอ่านและให้ความสนใจกันหลายหมื่นคน



และเมื่อ Principles ได้ออกมาในรูปของหนังสือจริงที่ถูก Rewrite ใหม่ให้มี "คุณภาพระดับโลก" และ "เพิ่มรายละเอียดอีกหลายเท่า" คุณจอมทรัพย์จึงไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสในการแปลนี้ไว้ เพราะเขาเชื่อว่า คงมีไม่บ่อยนักที่เขาจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนในวงกว้างได้ขนาดนี้




ตกลงปลงใจ


"มีอยู่วันนึง สำนักพิมพ์เขาติดต่อผมมาว่าสนใจแปลเล่มนี้ไหม ด้วยความที่ผมเคยแปลมาแล้ว มันคงไม่ยากหรอก แต่พอหนังสือเล่มจริงส่งมาที่บ้านเท่านั้นแหละ ผมรู้เลยว่า มันจะต้องกินเวลาชีวิตผมไปมากแน่ๆ . . . เพราะมันหนากว่าเดิมมาก แต่มันก็คุ้มค่ามากที่จะทำ"


นี่คือคำบอกเล่าจากคุณจอมทรัพย์ เนื่องจาก Principles เวอร์ชั่นที่เขาเคยแปลให้อ่านฟรีมาก่อน มีความหนาเพียงประมาณ 100 หน้าเศษ แต่ Principles ที่เป็นเล่มจริง มีความหนาเพิ่มขึ้นมาถึง 600 หน้า แต่เพราะตบปากรับคำกับสำนักพิมพ์ไปแล้ว (สำนักพิมพ์นั้นชื่อ Nsix Publishing) นั่นคือความรับผิดชอบที่เขาต้องสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ได้


"ตอนนั้นไม่มีการคุยกันเรื่องค่าจ้างใดๆ เขาถามผมแค่ว่าอยากแปลไหม ผมก็ตอบตกลงทันที" นั่นจึงเป็นที่มาของการแปลหนังสือเล่มนี้




สิ่งที่ชอบในหนังสือ


"จุดเด่นของหนังสือ Principles ก็คือ มันเป็นหลักการที่ได้รับการทดสอบและทดลองใช้มาหลายสิบปีแล้วใน Bridgewater ซึ่งเป็นบริษัทของเขา (Ray Dalio) จนทำให้บริษัทเขากลายเป็นเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและทำผลตอบแทนได้มากที่สุดติดอันดับโลก


หลักการของเรย์น่าสนใจมาก ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนเคยเห็นการ์ดของนักกีฬาไหมครับ ? ที่จะบอกว่าคนนี้มีคะแนนด้านต่างๆ เท่าไหร่ แต่การ์ดเหล่านี้เองที่เรย์ก็นำมาใช้กับพนักงานด้วย เพื่อบอกว่าคนๆ นี้มีค่าความคิดสร้างสรรค์กี่คะแนน มีความละเอียดรอบคอบกี่คะแนน เพื่อมอบหมายงานให้ตรงกับพนักงานคนนั้นมากที่สุด นี่คือความสุดยอดของเขา


พนักงานที่เข้ามาทำงานกับเรย์ช่วงแรกๆ ทุกคนจะคิดเหมือนกันว่าการให้คะแนนดังกล่าวมันผิด เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อย แต่อันที่จริง ทุกอย่างมันมีระบบและการออกแบบที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้เรารู้ลักษณะของพนักงานแต่ละคนได้ การที่เขามีจุดอ่อน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ดีนะ เพียงแต่เราต้องใช้คนให้ถูกกับงาน และเป็นระบบที่พนักงานของ Bridgewater ชื่นชมมาก"




ให้น้ำหนัก
ความน่าเชื่อถือ



"อีกเรื่องที่ผมชอบคือ บริษัทของเรย์ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย แต่เขาใช้สิ่งที่เรียกว่าหลักความสามารถนิยม สมมติว่าจะมีการให้โหวตว่าเราควรแก้ปัญหานี้อย่างไร คะแนนเสียงของแต่ละคนจะไม่ได้มีค่าเท่ากัน คนที่มีประสบการณ์เรื่องนั้นสูง คะแนนของเขาก็จะมีน้ำหนักมาก คนที่มีประสบการณ์น้อย คะแนนของเขาก็จะมีน้ำหนักน้อย อีกทั้งเรย์ยังใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผล เพื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีกต่างหาก"




มองภาพใหญ่


"แนวคิดที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องคือการมองภาพใหญ่ เรย์ยกตัวอย่างว่า หากเราเห็นกวางตัวหนึ่งกำลังโดนหมาป่ารุมฆ่า ความคิดแวบแรกของเราอาจรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เมื่อเรามองจากมุมมองที่สูงขึ้น เราจะเห็นว่ามันเป็นวัฎจักร และมันถูกแล้วที่กวางตัวนั้นควรโดนฆ่า เพราะหมาป่ามันต้องกิน วัฎจักรจึงดำเนินต่อไปได้และมีวิวัฒนาการขึ้น เพราะฉะนั้น หลายๆ เรื่องที่มันดูเจ็บปวด แต่ถ้ามันทำให้ภาพใหญ่มีวิวัฒนาการ มันคือสิ่งที่ถูกต้อง"




หนาขนาดนี้
อ่านยังไง


"หนังสือเล่มนี้มันดีตรงที่ คุณซื้อไปแล้วตั้งโชว์ได้ แค่นี้ก็เท่แล้ว ถึงจะอ่านไม่จบก็เถอะ..ฮาๆ เป็นมุกนะครับ การอ่านให้ "อิน" และเข้าใจแก่น คุณต้องใช้เวลาแน่นอน แต่ถ้าคุณต้องการอ่านแบบรวดเร็วหนังสือเล่มนี้ก็สามารถทำได้และใช้ประโยชน์ได้ทันที ตรงช่วงกลางๆ ของเล่ม เขาจะมีสรุปหลักการแต่ละข้อไว้ให้ สมมติว่าวันนี้เราเจอเหตุการณ์บางอย่าง เราก็มาเปิดดูตรงกลางเล่มว่าสิ่งที่เราเจอเนี่ย มันตรงกับหลักการข้อไหนของเรย์ แล้วมาดูว่าเขาจัดการกับเรื่องดังกล่าวอย่างไรบ้าง


แต่เรย์ก็บอกเสมอว่าอย่าเชื่อหลักการของเขาทั้งหมดนะ เพราะคุณควรมีหลักการเป็นของตัวเอง แล้วเขียนมันด้วย"




ส่งท้าย


"หนังสือเล่มนี้มันเปลี่ยนแปลงผม เพราะหลังจากที่ได้อ่าน (และแปล) เวลาเราเจอคำบอกเล่าหรือคำถามใดๆ เรามักจะคิดเสมอว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือ ? สิ่งที่ Principles พยายามจะบอกก็คือ ให้เรามองตัวเองเหมือนเกม The Sim ว่าเรามีตัวเราอีกคนหนึ่ง เราจะทำยังไงให้คนๆ ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น หากมีเครื่องมือที่ถูกต้อง เราก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้


และเครื่องมือนั้นก็คือ Principles"

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน