นาซิม นิโคลัส ทาเล็บ ทำเงินพันล้านด้วย Black Swan

Last updated: Jan 23, 2019  |  1503 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


"หงส์ทุกตัวในโลกล้วนสีขาว" นี่เป็นประโยคบอกเล่าที่คนเคยเชื่อกันว่ามันเป็นความจริง


แต่ทันทีที่พบ "หงส์ดำ" สักตัว แม้เพียงแค่ตัวเดียวจากหงส์นับร้อยล้านตัวบนโลก ความเชื่อด้านบนก็จะถูกล้มล้างได้ในทันที นั่นจึงเป็นที่มาของเหตุการณ์ Black Swan ซึ่งมักนำมาพูดถึงบ่อยๆ ในเรื่องเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตทางการเงินเมื่อปี 2008 ที่ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเพียง 0.00..(0 อีก 138 ตัว)..01% เท่านั้นที่จะเกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น


ทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์หงส์ดำ จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พร้อมรับมือกับเรื่องดังกล่าวแบบไม่เจ็บตัว เพราะคนส่วนใหญ่จะมองว่า โอกาสมันน้อยนิดมากจนไม่ต้องใส่ใจก็ได้ แต่แท้จริงแล้ว โอกาสเพียงน้อยนิดนี้เองที่ทำให้เราหมดตัวได้ไม่ยากเลย


และเวลาที่เจอหงส์ดำ จะต้องมีชายคนหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เขาคือนาซิม นิโคลัส ทาเล็บ




เขาเป็นใคร


Nassim Nicholas Taleb ชื่อนี้คนไทยอาจไม่คุ้นหูเสียเท่าไหร่ แต่ชื่อเสียงเขาโด่งดังมากในต่างประเทศ ทั้งในฐานะที่ปรึกษาของกองทุน Hedge Fund และยังเป็นผู้ที่ชอบทำกำไรจากเหตุการณ์พิเศษต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งล่าสุดเมื่อปี 2015 กองทุน Universa Investment ที่เขาเป็นที่ปรึกษา ก็ทำเงินได้กว่า 1 พันล้านเหรียญในวันเดียวจากเหตุการณ์ที่ดาวโจนส์ลดลงกว่า 1000 จุด




เขาทำได้ยังไง

 

พอร์ตโฟลิโอของเขาพร้อมผลตอบแทน (บรรทัดแรก)


ไม่ใช่ว่าเขาจะเอาเงินทั้งหมดมาขายชอร์ทในขณะที่หุ้นกำลังเป็นขาขึ้นอยู่ (ถ้าถูกทางก็รวย แต่ถ้าหุ้นขึ้นต่อก็ล้มละลายได้) แต่ถ้าไปดูพอร์ตโฟลิโอของกองทุน Universa Investment จะพบว่ามีเงินเพียง 3-4% เท่านั้นที่นำมาเดิมพันในลักษณะ Black Swan ที่เหลืออีกราวๆ 95% จะเป็นเงินที่ลงทุนในดัชนี S&P500




ทำไมเขาทำแบบนั้น


นั่นก็เพราะว่าเหตุการณ์หงส์ดำไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยนัก ลองนึกภาพว่าเราถือหุ้น  PTT  100% ทั้งพอร์ต เพราะรู้ว่าสักวันนึงหุ้นตัวนี้จะต้องขึ้น แต่ระหว่างทางที่รอ มันอาจมีหุ้นในตลาดตัวอื่นๆ อีกหลายร้อยตัวที่วิ่งขึ้นเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะที่หุ้น PTT อาจไม่ขยับ หรืออาจจะร่วงลง ซึ่งมันทำให้เราเสียโอกาสเป็นอย่างมาก


กองทุน Universa Investment ก็มีหลักคิดคล้ายกัน แม้จะเชื่อว่าหงส์ดำย่อมเกิดขึ้นในไม่ช้า แต่ระหว่างทางที่รอให้เกิดขึ้น กองทุนนี้ก็ถือครองสถานะในดัชนี S&P500 ด้วย เพราะถ้าวิกฤตหรือเหตุการณ์เลวร้ายไม่เกิด อย่างน้อยๆ กองทุนก็ยังได้กำไรจากดัชนีที่ถือเอาไว้ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์พิเศษที่ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงเมื่อไหร่ เงินอีก 3-4% ที่ลงทุนแบบ Black Swan ก็พร้อมจะทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง




ทำไมเขาถึงทำได้


 1  เขาเข้าเดิมพันด้วยเงินน้อยๆ ในทุกๆ วัน คุณทาเล็บจะเปิดสถานะมูลค่าหลายแสนเหรียญ แต่แบ่งเป็นสถานะย่อยๆ จำนวนมาก ถ้าหากผิดทาง เขาก็เสียเงินจำนวนนั้นไปเพียงเล็กน้อย (เงินหลักแสนเหรียญเมื่อเทียบกับพันล้านเหรียญก็ไม่ได้สูงนัก) แต่ถ้าเขาคิดถูก เงินก้อนเล็กเหล่านี้เองที่จะทำกำไรได้แบบมโหฬาร


 2  เขาใช้คณิตศาสตร์และโปรแกรมซับซ้อนเพื่อช่วยในการเทรดด้วย เนื่องจากเหตุการณ์ Black Swan สามารถเกิดได้หลายล้านรูปแบบ จึงต้องใช้เครื่องมือมาเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดให้ดีขึ้น


 3  เขามีระบบ และยึดมั่นในระบบนั้น ซึ่งข้อนี้ไม่ต่างอะไรกับนักลงทุนทั่วไปที่ต้องยึดมั่นในวิธีการของตัวเอง ความยากจึงเป็นเรื่องของจิตใจ ว่าเราทนได้ไหมที่จะใช้วิธีนั้นไปสัก 1 ปี 5 ปี หรือกระทั่ง 10 ปี ซึ่งในกรณีของคุณทาเล็บอาจยากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะการเดิมพันแบบ Black Swan มักจะให้ผลขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง (แต่ถ้าถูกทางครั้งเดียว มันก็ชดเชยส่วนที่ขาดทุนได้ทั้งหมด)


 4  เขามีประสบการณ์มานานแล้ว


 5  เขามีเงินเยอะมากพอ เหมือนกับข้อ 1) ที่บอกไปว่าเขาต้องใช้เงินหลายแสนเหรียญต่อวันเพื่อเปิดสถานะที่อาจจะกลายเป็น 0 ได้ไม่ยาก แต่คุณทาเล็บก็ยินดีที่จะทำเพื่อหวัง Black Swan สักครั้งจนทำกำไรได้มากกว่าที่ขาดทุนไปทั้งหมด แต่ถ้าเรามีเงินทุนไม่มากพอ มันก็ยากที่จะทำตามวิธีนี้ได้




ประยุกต์ใช้อย่างไร


ดูเหมือนกลยุทธ์ของคุณทาเล็บจะเป็นสิ่งที่ไกลตัวอย่างมาก แต่ที่จริงแล้ว นักลงทุนอาจกำลังใช้มันแบบไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้ นั่นคือการกระจายความเสี่ยง รวมถึงจุดตัดขาดทุนที่เรากำหนดไว้ สมมติว่าพอร์ตของเราตอนนี้มีหุ้นทั้งหมด 10 ตัว เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นได้มากที่สุดก็คือการที่หุ้นตัวนั้นโดน SP (ห้ามซื้อขาย) แต่การซื้อหุ้น 10 ตัวที่อยู่ในอุตสาหกรรมแตกต่างกัน รวมถึงซื้อหุ้นของกิจการที่มีคุณภาพ โอกาส SP มันย่อมเกิดน้อย หรือถ้าเกิดขึ้นสัก 1 บริษัท เราก็จะสูญเสียเงินลงทุนเพียง 10% เท่านั้นจากเงินลงทุนทั้งหมด


ความเสี่ยงประการต่อมาคือราคาหุ้นที่ร่วงหนัก แต่ถ้าเรามีการกำหนดจุดตัดขาดทุนในหุ้นแต่ละตัว เช่น ถ้าหุ้นลงมา 20% จะขายตัวนั้นทุกกรณี นั่นเท่ากับว่า เรากำลังปิดประตูความเสี่ยงของการลงทุน ด้วยการจำกัดไม่ให้ขาดทุนเกิน 20% เป็นต้น เพียงแต่สิ่งที่ต่างจากคุณทาเล็บก็คือ เราเพียงแค่จำกัดการขาดทุน แต่เขายังทำเงินแม้ตลาดโดยรวมจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายก็ตาม


นาซิม นิโคลัส ทาเล็บ
ทำเงินพันล้านด้วย Black Swan

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

Taleb’s Stranded Swan? : https://www.tavakolistructuredfinance.com/2009/06/talebs-stranded-swan/

Six Reasons I am Not Nassim Nicholas Taleb and Neither Are You : https://www.hullfinancialplanning.com/six-reasons-i-am-not-naseem-nicholas-taleb-and-neither-are-you/