ความเหมือนที่แตกต่าง ของหุ้น BA และ CPALL

Last updated: Jan 24, 2019  |  539 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน


"History Repeat Itself" ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอยตัวเอง


จากเหตุการณ์ข่าวหุ้น  BA  ล่าสุดที่เกิดขึ้น ราคาหุ้น BA ได้ตอบสนองต่อข่าวด้วยการปรับตัวลดลงราว -7% ส่วนหุ้น  BDMS  ซึ่งมีผู้บริหารคนเดียวกันก็ร่วงลงไม่ต่างกันนัก ว่ากันว่าความมั่งคั่งของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หายไปในวันเดียวถึง 6 พันล้านบาท แต่บางคนก็มองว่าราคาที่ร่วงลงนี้ไม่ได้หนักอย่างที่คิด เพราะมีไม่น้อยเลยที่คิดว่าราคาหุ้นทั้งสองตัวจะต้องร่วงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรือกระทั่งร่วงไปติดฟลอร์


หลังจากผ่านมาสองสามวัน (บทความนี้เขียนเมื่อ 24 มกราคม 2562) ราคาหุ้น BA ยังไม่ได้ฟื้นตัวมากมายนัก แต่ในส่วนของ BDMS ราคาหุ้นดีดกลับจนแทบจะเท่ากับช่วงก่อนมีข่าวแล้ว ทั้งที่ในตอนแรก สื่อต่างก็ประโคมข่าวพอสมควรถึงสถานการณ์อันเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ตลาดไม่ได้สนใจข่าวที่ผ่านมาแม้แต่น้อย


และเชื่อว่าหลายๆ คนต้องนึกถึงเคสที่เคยเกิดขึ้นลักษณะคล้ายกันเมื่อปลายปี 2558 ในหุ้นมหาชนที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ  CPALL 




หุ้นแสนล้าน
ร่วง 10%


กราฟราคาหุ้น CPALL รายวัน เส้นสีฟ้าคือจุดที่มีข่าวเรื่อง Insider Trading ของผู้บริหาร จนทำให้ราคาร่วงไปเกือบ 10%


ในวันที่ 2 ธันวาคม 2558 กลต. ได้แจ้งข่าวเรื่องผู้บริหารของ CPALL ท่านหนึ่ง ได้มีการใช้ข้อมูลวงในทำการซื้อขายหุ้นของ  MAKRO  ที่เคยมีการซื้อกิจการเมื่อนานมาแล้ว โดยกลต. ได้เรียกปรับเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ถือว่าน้อยกว่าค่าปรับของกรณีหุ้น BA พอสมควร แต่ราคาหุ้นก็ไม่ได้ร่วงน้อยไปกว่ากันเลย


พอหลังจากที่มีข่าวออกมา หุ้น CPALL ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ทั้งความกังวลในตัวผู้บริหารด้วย และสิ่งสำคัญอีกประการคือ ตลาดกังวลว่ากองทุนที่ถือหุ้น CPALL ทั้งกองทุนในไทยและต่างประเทศ อาจพากันเทขายเพราะเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัท ซึ่งหลังจากนั้น ราคาหุ้น CPALL ก็ยังร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จาก 46.75 บาทในช่วงเวลาปกติ มาเหลือต่ำสุดแค่ราวๆ 39 บาทเท่านั้น คิดเป็นการลดลงกว่า 17% พร้อมมูลค่าตลาดที่หายไปหลายหมื่นล้าน




ตลาดลืมง่าย


หลังจากนั้นประมาณสองปีเศษ หุ้น CPALL ก็ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดที่ 90 บาท



ตลาดลืมง่ายอย่างนั้นหรือ ? จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ จริงอยู่ที่หากเกิดเคสดังกล่าวในต่างประเทศ ราคาหุ้นมักจะจบในสภาพศพไม่สวย แต่สำหรับตลาดหุ้นไทย ดูเหมือนว่าสิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าคือ "ศักยภาพทางธุรกิจ" แม้จะมีข่าวเรื่องผู้บริหาร แต่เซเว่นก็ยังทำเงินได้ดี ยังเปิดสาขาแล้วสาขาเล่าจนทะลุหมื่นสาขา ราคาหุ้นก็เพียงแค่สะท้อนผลประกอบการจริงๆ ที่เกิดขึ้น และราคาที่ร่วงลงวันนี้ ก็เป็นเพราะผลประกอบการที่ชะลอตัวลงเช่นกัน


สำหรับหุ้น BA และ BDMS หุ้นตัวแรกนั้นอาจยังตอบได้ยากว่าเป็นธุรกิจที่ดีหรือไม่ เพราะหุ้น BA อยู่ในอุตสาหกรรมการบินที่มีการแข่งขันสูง และว่ากันตามตรงคือ BA ยังไม่ใช่ผู้นำในธุรกิจมากนัก ราคาหุ้นจะยังไม่ฟื้นตัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก (ราคาหุ้นเป็นขาลงมานานก่อนที่จะมีข่าวด้วยซ้ำ) แต่สำหรับหุ้น BDMS ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจโรงพยาบาล ราคาหุ้นที่ร่วงลงมา 8% ย่อมมีคนไม่น้อยที่เห็นว่าตลาดกำลัง grand sale ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


กราฟราคาหุ้น BA รายวัน เห็นได้ชัดว่าราคาเป็นขาลงมานานแล้ว


ราคาหุ้น BDMS จึงดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ผู้บริหารและคนที่เกี่ยวข้องได้ประกาศว่าลาออกจากการทำงานแล้วก็ตาม




แล้วควรเชื่ออะไร


ตลาดหุ้นคือแหล่งรวมของมุมมองหลายแบบ และตลาดหุ้นแต่ละประเทศก็ให้ค่ามุมมองต่างๆ ไม่เท่ากัน หากเป็นตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ข่าวคราวเรื่องผู้บริหารหรือเรื่องธรรมภิบาลถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้หุ้นร่วงหนักได้ แต่ถ้าเป็นตลาดหุ้นไทย บางตัวก็มีผล แต่บางตัวก็ไม่มีผลเท่าไหร่นัก และดูเหมือนว่าตลาดจะให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานเป็นหลัก


ดังนั้นข่าวร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต จึงเปรียบเสมือนเกมที่ช่วยให้เราฝึกวางแผนมากกว่า เพราะหุ้นทุกตัวต้องมีจังหวะที่มีข่าวร้าย (หรือราคาร่วงไปฟลอร์) อยู่แล้ว การวางแผนที่รัดกุมมากพอ จึงช่วยให้นักลงทุนสามารถเห็นโอกาสในช่วงที่ฝุ่นแห่งความไม่แน่นอนกำลังฟุ้งกระจายอยู่ได้ เพียงแต่ในช่วงที่หลายๆ คนกำลังกังวล เราจะมีสติพอให้ทำตามแผนหรือเปล่าเท่านั้นเอง


และอนาคตของหุ้น BA กับ BDMS จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามต่อ แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือนธุรกิจทั้งสองก็ยังทำเงินได้ดีเหมือนเดิม ไม่ต่างกับ CPALL ในอดีตแม้แต่น้อย

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

วอเร็น บัฟเฟตต์ ซีอีโอ : www.investing.in.th/product/27000/วอเร็น-บัฟเฟตต์-ซีอีโอ