เคน กริฟฟิน และ Citadel เฮดจ์ฟันด์อันดับ 3 ของโลก

Last updated: Jan 28, 2019  |  657 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


เมื่อไม่กี่วันก่อน (บทความนี้เขียนเมื่อ 28 มกราคม 2019) เราอาจได้เห็นข่าวคราวของมหาเศรษฐีผู้หนึ่งที่ซื้อคอนโดห้องใหม่ใจกลางนิวยอร์กด้วยราคาเกือบ 300 ล้านเหรียญ จนถูกบันทึกว่าเป็นการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาแพงที่สุดในสหรัฐ แต่ก็ไม่ได้ดูเยอะมากมายหากเทียบกับสินทรัพย์ที่เขามีเกือบๆ 1 หมื่นล้านเหรียญ


มหาเศรษฐีผู้นั้นคือ Ken Griffin


ความร่ำรวยของเขาเป็นที่น่าสนใจและน่าอิจฉา แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าอิจฉายิ่งกว่าคือเรื่องผลตอบแทนของเขา เพราะคุณกริฟฟิน เป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Citadel ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมผลตอบแทน 19% ติดต่อกันยาวนานถึงเกือบ 3 ทศวรรษ




เก่งตั้งแต่เด็ก


เหมือนกับเทรดเดอร์ระดับโลกคนอื่นๆ คุณกริฟฟินเองก็เริ่มต้นเทรดตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย Harvard แม้ตอนนั้นเครื่องไม้เครื่องมือจะยังไม่พร้อมนัก แต่เขาก็ทุ่มทุนซื้ออุปกรณ์ดาวเทียมเพื่อเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และเทรดได้ตลอดเวลา


ซึ่งหลังจากเขาเรียนจบ ฝีมือของเขาได้ไปเข้าตา Frank C. Meyer ซึ่งเป็นนักลงทุนผู้ก่อตั้ง Glenwood Capital จนได้รับเงินทุนมา 1 ล้านเหรียญ และคุณกริฟฟินก็ไม่ทำให้เจ้าของเงินผิดหวัง ด้วยการสร้างผลตอบแทนได้ 70% ในเวลาแค่ปีเดียว และเมื่อฝีมือมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดแล้วก็ได้ก่อตั้งกองทุน Citadel ขึ้นในปี 1990




แหล่งรวมหัวกะทิ


กลยุทธ์ของคุณกริฟฟินและ Citadel นั้นมีหลากหลาย ไล่ตั้งแต่แบบเบสิคไปจนถึงกลยุทธ์แบบ HFT (high-frequency trading) หรือการซื้อขายแบบเสี้ยววินาทีด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้น Citadel จึงเป็นแหล่งรวมของหัวกะทิระดับโลก ทั้งนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักวิเคราะห์ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสุดยอด


Citadel เริ่มสร้างชื่อจากการเป็นผู้ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาลหลังจากการล่มสลายของ Enron แม้จะเป็นเฮดจ์ฟันด์ที่ใครก็มองว่าเสี่ยง แต่สิ่งที่เขาทำคือเน้นควบคุมความเสี่ยงให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงของตลาด (beta) เพราะฉะนั้นกองทุนของเขาจึงกระจายความเสี่ยงไปในหลายๆ สินทรัพย์ ไม่ได้ต่างจากกองทุน Bridgewater ของคุณ Ray Dalio เลยแม้แต่น้อย  ทความที่เกี่ยวข้อง 




เกือบเจ๊งปี 2008


เส้นสีฟ้าคือ กราฟผลตอบแทนของกองทุน Citadel


แม้คุณกริฟฟินจะฉลาดแค่ไหนหรือควบคุมความเสี่ยงได้ดีเพียงใด เขาก็ยังพลาดท่าจนกองทุนเกือบล่มในปี 2008 โดยขาดทุนกว่า 55% เนื่องจากปัญหาเรื่องสภาพคล่อง แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาทำเงินได้ 5 พันล้านเหรียญในปีนั้นเอง ซึ่งเราน่าจะพอเดาได้ว่า หลังจากนั้นการควบคุมความเสี่ยงต่างๆ ของ Citadel ก็ยิ่งมีความรัดกุมมากขึ้นไปอีก




ผลตอบแทน 19%


นับจากวันที่ก่อตั้งกองทุนมาจนถึงปัจจุบัน กองทุน Citadel สามารถทำเงินได้กว่า 19% มาติดต่อกันเกือบ 30 ปี หากใครที่ลงทุนกับคุณกริฟฟินด้วยเงิน 10,000 เหรียญเมื่อตอนเริ่มต้น จะกลายเป็นเงินถึง 1.3 ล้านเหรียญในปัจจุบัน ซึ่งหากเทียบกับบัฟเฟตต์ในช่วงเวลาเดียวกัน เงิน 1 หมื่นเหรียญจะเติบโตขึ้นเป็น 315,000 เหรียญ


แต่ใช่ว่าคุณกริฟฟินจะมีเก่งกว่าคุณบัฟเฟตต์ เพราะทั้งสองท่านนี้มีแนวทางการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน อีกอย่าง Berkshire Hathaway ของบัฟเฟตต์นั้นมีขนาดใหญ่กว่า Citadel มาก ดังนั้นผลตอบแทนที่ด้อยกว่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก


อย่างไรก็ตาม ด้วยผลตอบแทนและระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 30 ปี มันก็พอจะบอกได้ว่าฝีมือของคุณกริฟฟินนั้นไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งผลตอบแทนกว่า 19% ที่เขาทำได้ ยังเป็นผลตอบแทน "หลัง" หักค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้วด้วย คุณกริฟฟินจึงถูกจัดให้เป็นผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ George Soros และ Ray Dalio เท่านั้นเอง



Ken Griffin เฮดจ์ฟันด์แห่ง Citadel
กับผลตอบแทน 19% ทบต้น 30 ปี

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

Ken Griffin's $30 billion hedge fund is outperforming the industry this year : https://www.cnbc.com/2018/07/12/ken-griffins-30-billion-hedge-fund-citadel-is-outperforming.html

Profiles: Kenneth C. Griffin : https://www.traderslog.com/trading-industry-profiles-kenneth-c-griffin

Citadel converts $10,000 investment in 1990 into $1.3m : https://www.ft.com/content/34551975-9554-36d9-a58f-ad40780c4d29