สรุปหนังสือ "บริหารเงินอย่างเทรดเดอร์มืออาชีพ" ตอนที่ 2

Last updated: Mar 9, 2019  |  456 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิวหนังสือ


ไม่รู้ว่ามันเป็นคำสาปหรือธรรมเนียมอะไร ที่คนมักต้องขาดทุนหนักเสมอก่อนที่จะ “รู้” หรือ “ตระหนัก” ในอะไรบางอย่างได้ บ้างก็ต้องขาดทุน 50% ก่อนถึงจะกลับมาทำกำไรจากการลงทุนได้ หรือบางคนถึงขั้นขาดทุนจนหมดตัวก่อน ถึงจะรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่ใช้อยู่มันเป็นเรื่องที่ผิด


และเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่คนละเลย และพานักลงทุนเฉียดตายมานักต่อนัก ในบทนี้ คุณเบ็นเน็ต แม็คโดเวลล์ (Bennett A. Mcdowell) ซึ่งเป็นผู้เขียน ก็ยกตัวอย่างเคสที่พาตัวเองเฉียดตายมาแล้วสองครั้ง ถึงจะเริ่มตระหนักในความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง


เคสแรก กับหุ้น  AMAT  และเคสที่สอง กับหุ้นประเภท Penny Stock (อารมณ์ประมาณหุ้นต่ำบาท)




ในเคสแรก คุณแม็คโดเวลล์ขาย call option ในหุ้น AMAT ซึ่งเป้นบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เพราะเชื่อว่ามันจะต้องเป็นขาลงครั้งใหญ่ ซึ่งการขาย call option ผู้ขายจะได้กำไรเมื่อราคาหุ้นลง แต่ขาดทุนอย่างไม่จำกัดเมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น 


ปรากฎว่า ราคาหุ้นกลับพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว อย่างที่บอกไปว่ากลยุทธ์ที่เขาใช้นั้นทำให้ขาดทุนได้ไม่จำกัด เขาถือสถานะนั้นอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะยอมรับว่าตัวเองคิดผิด แล้วปิดสถานะ call option




เพราะแผนที่ไม่ชัดเจน + อารมณ์อยากเอาคืน แทนที่เขาจะขาดทุนครั้งเดียวแล้วอยู่เฉยๆ แต่เขากลับเข้าซื้อ call option ของหุ้น AMAT ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังมองว่าจะลงอยู่เลย อย่างที่บอกว่ามันเป็นเหมือนคำสาป ราคาหุ้น AMAT เริ่มต้นสู่การเป็นขาลงครั้งใหญ่ ทั้งๆ ที่หากเขาขาย call option ไว้เหมือนเดิม หรือขายในจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้ เขาคงรวยไม่รู้เรื่อง จนสูญเงินไปกว่า 30,000 เหรียญ เพราะไม่ทำตามแผน


กราฟราคาหุ้น AMAT รายสัปดาห์ ในช่วงปี 2000 ที่คาดว่าจะเป็นจุดที่เขาเข้าไปเทรด


เคสที่สอง หุ้น penny stock หรือกลุ่มหุ้นต่ำบาท ซึ่งครั้งนี้อาจจะแย่กว่าความผิดพลาดกับหุ้น AMAT เสียอีก ไม่มีแผนด้วยซ้ำ เล่นตาม "ข่าว" ในวิทยุอย่างเดียว ใจความที่วิทยุบอกตอนนั้นก็คือ หุ้น penny stock ตัวนี้ซื้อขายกันที่ราคา 75 เซ็นต์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์แล้ว มันคงไม่ลงไปกว่านี้หรอก !


ดูเหมือนคำว่า "จะไม่ลงไปกว่านี้หรอก" สามารถล่อตาล่อใจคุณแม็คโดเวลล์ได้ไม่น้อย จึงเข้าซื้อไปด้วยเงิน 30,000 เหรียญ หุ้นหลักสตางค์จะลงได้อีกสักเท่าไหร่กัน สุดท้ายบริษัทประกาศล้มละลาย และหุ้นตัวนี้ก็ถูกถอดออกจากตลาด นอกจากจะผิดพลาดเพราะไม่ทำตามแผนแล้ว ยังเชื่อข้อมูลคนอื่นแบบไม่คิดอีก




นั่นเท่ากับว่า คุณแม็คโดเวลล์หมดตัวจากการลงทุนถึงสองรอบ กว่าจะรู้ตัวว่าแผนการคือสิ่งสำคัญ ทั้งแผนการเทรด และแผนการบริหารความเสี่ยง ถ้าเขามีแผนการเทรดที่ดีกว่านี้ จนสามารถขาย call option ของหุ้น AMAT ในจังหวะที่ถูกเวลา หรือมีแผนการเทรดอย่างชัดเจน และไม่เชื่อข่าวตามวิทยุ เหตุการณ์พวกนี้ก็คงไม่เกิด


และเช่นกัน ถ้าเขามีแผนบริหารความเสี่ยงที่ดีกว่านี้ เขาคงไม่ขาย call option หนักเกินไปจนทำให้พอร์ตตรวมเสียหาย และคงไม่เดิมพันกับหุ้น penny stock หนักเกินไปจนเงินหมด


เรามักคิดอะไรได้ตอนที่สายไปแล้วเสมอ
แต่ไม่มีคำว่าสายถ้าเรากล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน