บทเรียนจากกระทู้ "จบครับ.. เลิกแล้วสำหรับเส้นทางการเก็งกำไรในตลาดหุ้นของผม"

Last updated: Mar 16, 2019  |  2924 จำนวนผู้เข้าชม  |  Mindset


ตลาดหุ้น เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่ำรวย
แต่มันก็พร้อมพรากความร่ำรวยจากทุกคนไปได้เช่นกัน


เมื่อสองสามวันก่อน มีสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งตั้งหัวข้อกระทู้ไว้ว่า "จบครับ.. เลิกแล้วสำหรับเส้นทางการเก็งกำไรในตลาดหุ้นของผม" โดยเนื้อหาภายในก็คือ ความผันผวนในตลาดนั้นน่ากลัวเกินไปสำหรับเจ้าของกระทู้ และรู้สึกว่าตนเอง "ประมาท" เกินไป ที่คิดว่าตลาดหุ้นจะสามารถนำเงินกลับบ้านไปได้ง่ายๆ


กระทู้ต้นทาง : https://pantip.com/topic/38658783


ต้องบอกว่า นานๆ ทีจะมีนักลงทุนที่กล้ามาเปิดเผยว่าตัวเองไม่สามารถเอาตัวรอดได้ในตลาดหุ้น เราอาจเคยยินคำพูดเสียดสีทำนองว่า "ใครเขามาบอกคนอื่นกันว่าขาดทุน" ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง แต่การที่มีคนตั้งกระทู้เพื่ออำลาตลาดหุ้น มันสอนอะไรให้กับคนที่ยังอยู่ในสนามแห่งนี้ได้บ้างล่ะ ?




ตลาดหุ้นไม่ได้เหมาะ
กับทุกคน


เรื่องแรกก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่รับความผันผวนของตลาดหุ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตามแต่ ทั้งเทคนิคอล หรือใช้ปัจจัยพื้นฐาน มันก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน จริงอยู่ที่การซื้อแล้วถือยาวๆ แบบถือลืมไปเลยอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีและดูแล้วไม่น่าเครียด แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะสามารถถือหุ้นได้นานขนาดนั้นเสมอไป คนที่เลือกหุ้นไม่เก่งพออาจจะเผลอไปซื้อแล้วถือลืมหุ้นประเภท  IFEC  ก็ยังได้ หุ้นทุกตัวไม่ได้เป็นแบบ  CPALL  หรือ  AOT  เสมอไป


กราฟราคาหุ้น IFEC รายสัปดาห์ คนที่ซื้อไว้แต่แรกแล้วไม่ได้ขาย ในที่สุดก็จะขายไม่ได้ เพราะหุ้นตัวนี้ถูกห้ามการซื้อขายเนื่องจากบริษัทมีปัญหาขั้นรุนแรง


ยิ่งถ้าเป็นการใช้ปัจจัยทางเทคนิค อาจยิ่งสร้างความกดดันมากเข้าไปใหญ่ เทคนิคอลไม่มีอะไร 100% แต่คนส่วนมากจะยึดติดกับมุมมองที่ว่า เครื่องมือเทคนิคอลนั้นต้องดี ต้องแม่น และกำไรทุกครั้ง แต่พอไม่ได้กำไรดังที่หวัง หรือซื้อขายแบบเสี่ยงๆ มากเกินไป ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นก็บั่นทอนจิตใจนักลงทุนได้ไม่น้อยเลย




รู้จักตัวเองแค่ไหน


"รู้อะไรเล่าจะสู้รู้จักตัวเอง" สิ่งที่ต้องชื่นชมเจ้าของกระทู้ท่านนี้ก็คือการรู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองอาจจะไม่เหมาะกับตลาดหุ้น ซึ่งไม่มีผิดมีถูกนะครับ และที่แน่ๆ เขาอาจไปได้ไกลกว่าในสายงานอื่น เพราะเหลือเวลาและพลังงานในการทุ่มเทให้กับสิ่งอื่นมากกว่า ในทางกลับกัน คนที่อยู่ในตลาดหุ้น แต่ไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่ามีความรู้ ความสามารถ หรือความชอบแค่ไหน แล้วยังทู่ซี้ลงทุนต่อไป แทนที่ตลาดหุ้นจะมอบเงินให้แก่เรา มันอาจเผาเงินในกระเป๋าของนักลงทุนจนเกลี้ยงเลยก็ได้


บางทีสิ่งที่ยากกว่าการเริ่มเล่นหุ้น อาจจะเป็นตอนเลิกมากกว่า เมื่อไหร่เราควรเลิกเล่นหุ้นล่ะ ? มีกี่คนที่ถามกับตัวเองด้วยคำถามนี้ มั่นใจได้เลยว่ามีน้อยมากๆ




อย่าประมาท


ตลาดหุ้นเป็นอะไรที่แปลก สังเกตไหมครับว่าคนที่จะเริ่มคิดได้ว่าต้องป้องกันความเสี่ยงนะ อย่าประมาทเกินไปนะ มักจะเป็นคนที่ขาดทุนหนักมาแล้วระดับ 50% หรือมากกว่า ซึ่งจุดนี้เองที่จะมีคนบางส่วนยอมก้าวถอยออกจากตลาดหุ้นไป บางทีเงินอาจจะยังไม่หมด แต่กำลังใจหมดเสียก่อน


ไม่ว่าจะเป็นเพราะเชื่อมั่นในวิธีการที่ใช้มากเกินไป มันแม่น มันได้แน่ๆ 100% งบโตแบบนี้ยังไงหุ้นต้องขึ้น ไตรมาสหน้ามีขยายกิจการเพิ่มอีก ฯลฯ แต่ตลาดหุ้นไม่ได้มีอะไรที่เชื่อขนมกินได้อยู่แล้ว ท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นเหล่านี้จะนำไปสู่ความประมาท และทำให้นักลงทุนซื้อขายด้วยความเสี่ยงที่มากเกินไป เช่น ซื้อหุ้นตัวเดียวทั้งพอร์ต ซื้อแล้วไม่วางแผนขาย มันก็ยิ่งเร่งให้เราเป็นผู้แพ้เข้าไปอีก


เราเองก็เห็นแล้วว่าคนที่ยอมแพ้ออกจากตลาดเหมือนเจ้าของกระทู้ยังคงมีเรื่อยๆ เห็นอย่างนี้ยังจะลงทุนแบบประมาทอยู่อีกหรือ ?




แต่ก็ต้องลงทุนหุ้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ได้เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้อย่างหนึ่งก็คือ การหันหลังให้กับตลาดหุ้นอย่างถาวร ไม่เถียงเลยว่าตลาดหุ้นนั้นมีความเสี่ยง มีความผันผวน และค่อนข้างยาก แต่จากอดีตที่ผ่านมา หุ้นก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน "ในระยะยาว" สูงที่สุด


เน้นอีกครั้งว่า "ในระยะยาว" ดังนั้นเจ้าของกระทู้ (รวมถึงคนอื่นๆ ที่รู้สึกว่าตลาดหุ้นไม่เหมาะกับตัวเอง) อาจลองหาทางลงทุนในหุ้นทางอ้อมแทนด้วยการ "ซื้อกองทุนดัชนี (Index Fund)" เพราะเราไม่ต้องเสี่ยงหาหุ้นเองด้วย และการทยอยซื้อทุกเดือนก็ทำได้ง่าย ที่สำคัญคือ โอกาสที่ตลาดหุ้นจะล่มสลายจนเหลือศูนย์มันยากมาก แต่ย้ำอีกครั้งว่าต้องเป็นการลงทุนระยะยาวเท่านั้น เพราะในช่วงระหว่าง 5-10 ปีแรกของการลงทุน เราอาจโชคร้ายเจอวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ตลาดหุ้นซึมไปหลายปี แต่ในระยะยาวแล้ว หุ้นก็ยังเป็นพระเอกได้เสมอ


ถ้ารู้สึกว่ากองทุนดัชนีหุ้นยังเสี่ยงเกินไป ก็อาจพิจารณากองทุนหุ้นตัวใหญ่ๆ หน่อย เช่น กองทุนดัชนีหุ้นที่อิง SET50 หรือ SET100 หรือจะเป็นกองทุนผสมระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ก็ได้ ขอเพียงแค่ให้พอร์ตการลงทุนของเรามีหุ้นรวมอยู่ด้วย ซึ่งท้ายที่สุด มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเหมาะกับการลงทุนแบบไหน


เจ้าของกระทู้ที่ตัดสินใจออกจากตลาดหุ้น หากมองอีกมุมหนึ่ง เขาอาจจะเป็นผู้ชนะมากกว่า เพราะผู้แพ้คือคนที่ไม่รู้จักตัวเองดีพอต่างหาก

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

จบครับ.. เลิกแล้วสำหรับเส้นทางการเก็งกำไรในตลาดหุ้นของผม : https://pantip.com/topic/38658783