การลงทุนระยะยาวของเทรดเดอร์

Last updated: Mar 21, 2019  |  451 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


เราอาจเห็นภาพของชายผู้นี้ ในฐานะสุดยอดเทรดเดอร์ตลอดกาล ผู้คร่ำหวอดในเครื่องมือทางเทคนิค และไม่น่าจะสนใจการลงทุนระยะยาวแม้แต่น้อย


เจสซี ลิเวอร์มอร์ (Jesse Livermore) จะใช้คำว่าเซียนหุ้นบรรลือโลกก็คงไม่เกินความจริงไปนัก เขาเป็นเทรดเดอร์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราวร้อยปีก่อน เขาฉายแววของความเป็นเทรดเดอร์ตั้งแต่เด็ก ที่เทรดเก่งซะจนร้านรับแทงหุ้นทั่วเมืองพากันแบนเขา ผู้ที่ขายชอร์ทซะจนตลาดหุ้นสหรัฐเกือบล่มสลาย ผู้ที่ซื้อขายฉับไวราวกับปิศาจ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เจสซี ลิเวอร์มอร์ ก็เคยลงทุนระยะยาวด้วยเหมือนกัน


กับหุ้นของบริษัทเดินรถไฟที่ชื่อว่า Delaware Lackawanna & Western




เลือกหุ้นแบบ
Scuttlebutt


เนื่องจากคุณลิเวอร์มอร์เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอตัวในยุคสมัยนั้น เขาจึงได้มีโอกาสเจอคนดังระดับประเทศมากมาย กระทั่งวันนึง เขาได้พบกับประธานของ Delaware Lackawanna & Western ที่ออฟฟิศของบริษัท ถ้าเป็นออฟฟิศทั่วไป ห้องทำงานของคนที่เป็นถึงระดับหัวหน้า มักจะต้องอยู่ชั้นสูงๆ หรืออยู่ในจุดที่แบ่งแยกความเป็นหัวหน้าและลูกน้องอย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่สำหรับบริษัทนี้ เพราะห้องทำงานของหัวหน้านั้นก็อยู่ท่ามกลางลูกน้องทั่วไป แถมเปิดประตูไว้เสมอ


สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับคุณลิเวอร์มอร์อย่างแรก แต่สิ่งที่อยู่บนโต๊ะทำงานของประธานบริษัทต่างหากที่ทำให้เขาประหลาดใจและประทับใจยิ่งกว่าเดิม บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยจดหมาย สิ่งที่เขาเห็นคือ ประธานบริษัทกำลังนั่งแกะซองจดหมายเหล่านั้น แล้วเอาอีกด้านที่ยังไม่ได้ใช้มาใช้ซ้ำอีกรอบ !




แล้วไงต่อ


คุณลิเวอร์มอร์บรรยายความรู้สึกของเขาผ่านในหนังสือบันทึกลับเซียนหุ้น ราวกับว่าเขากำลังเจอรักแท้ที่ไม่ได้พบมานาน เพราะเขามองว่า การที่คนระดับประธานบริษัท ประหยัดค่าใช้จ่ายในทุกๆ บาทไม่เว้นแม้แต่ซองจดหมาย มันสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าเรื่องอื่นๆ ก็คงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นอย่างดีไม่แพ้กัน ซึ่งนั่นเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้น ยิ่งค่าใช้จ่ายน้อย กำไรของกิจการก็ย่อมดีกว่า และราคาหุ้นก็มีสิทธิ์เพิ่มขึ้น


คุณลิเวอร์มอร์ไม่ได้แค่ชื่นชมอยู่แต่ในความคิด แต่เขายังแสดงความชื่นชมด้วยการซื้อหุ้นของ Delaware Lackawanna & Western เป็นจำนวนมากเพราะเชื่อมั่นในตัวประธานและบริษัท น่าเสียดายที่เราไม่มีข้อมูลว่าเขาถือหุ้นนี้นานแค่ไหนและถืออยู่เท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่า เขาได้กำไรจากส่วนต่างราคาถึง 4 เท่า และปันผลที่ได้ในปีสุดท้ายนั้น มากเกินกว่าต้นทุนที่เขาซื้อหุ้นเสียอีก




เขาไม่ได้ใช้
แค่เทคนิคอล


เห็นได้ชัดว่า แม้แต่คุณเจสซี ลิเวอร์มอร์ ก็ยังเปิดรับวิธีการลงทุนแบบใหม่ๆ


และเหตุการณ์นั้นไม่ใช่ครั้งเดียวที่คุณลิเวอร์มอร์ใช้แนวทางอื่นๆ ร่วมกับการลงทุนของตัวเอง แต่แทบทุกสิ่งอย่างที่เขาเข้าไปเทรด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ฝ้าย หรือแม้แต่กาแฟ ก็มีการใช้ข้อมูลเชิงปัจจัยพื้นฐานหลายอย่างประกอบด้วยเสมอ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเซียนเทคนิคอลผู้นี้จะใช้เรื่องของ Fundamental ประกอบการเทรดมากกว่าที่คิด


นั่นเท่ากับว่า องค์ความรู้ต่างๆ มันสามารถประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังและเลือกองค์ความรู้อื่นๆ มาใช้ให้ถูกต้อง ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติว่าเราเป็นเทรดเดอร์สายตามแนวโน้ม ข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน เช่น อัตราการเติบโตของยอดขาย อัตรากำไรสุทธิ ฯลฯ อาจเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการเทรดของเรา แต่ถ้าเราเป็นคนที่ซื้อขายภายในวัน ข้อมูลเหล่านั้นก็อาจไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่


เพราะถ้าเลือกข้อมูลผิด จับนู่นจับนี่มาผสมกันมั่วๆ เพียงเพราะใครเขาบอกว่าดี มันอาจกลายเป็นข้อมูลขยะที่ทำให้เกิดอคติทางการลงทุนเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน