กฎเหล็กของ VI 10 ข้อ จากสุดยอดนักลงทุน เซธ คลาร์แมน

Last updated: Mar 23, 2019  |  3385 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


คุณเซธ คลาร์แมน (Seth Klarman) เป็นคนที่ถูกพูดถึงผ่านหนังสือหรือสื่อในไทยน้อยมาก แต่ในระดับโลกนั้นหลายๆ คนต่างยอมรับฝีมือของเขา กระทั่งบัฟเฟตต์เองยังเคยบอกว่า หากต้องเลือกใครสักคนมาดูแลพอร์ตการลงทุนแทนเขา หนึ่งในนั้นจะต้องเป็นคุณเซธ คลาร์แมน แต่ไม่ว่าจะอยากมาบริหารให้แค่ไหนก็คงทำไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาเป็นเจ้าของเฮดจ์ฟันด์ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมผลตอบแทนทบต้นถึงปีละ 17%


แม้เขาจะเป็นคนเก็บตัวเงียบ แต่นับว่าโชคดีที่คุณคลาร์แมนได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งออกมา ชื่อหนังสือเล่มนี้ดูเรียบง่ายมาก "Margin of Safety" แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยวิธีการประเมินมูลค่าในแบบของคุณคลาร์แมนอย่างละเอียด และมีอยู่ส่วนหนึ่งของหนังสือที่พูดถึงกฎเหล็ก 10 ข้อสู่การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จด้วย จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันครับ




 1  จงลงทุน อย่าเก็งกำไร


เพราะการลงทุนคือการเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อเพราะหวังว่าราคาจะเป็นไปตามที่คิด แต่กฎข้อนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเขาเป็นนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าอยู่แล้วโดยสายเลือด




 2  อย่าจ่ายค่าธรรมเนียมแสนแพงให้กับวอลสตรีท


คุณคลาร์แมนได้อ้างอิงถึงหนังสือ “ไหนล่ะเรือยอช์ตลูกค้า” ที่ตลอดทั้งเล่มจะเป็นการจิกกัดสังคมแห่งวอลสตรีทพอสมควร แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็เป็นความจริง สิ่งที่ผู้เขียนหนังสือ "ไหนล่ะเรือยอช์ตลูกค้า" ได้พูดถึงตลอดทั้งเล่มก็คือ หากเรานำเงินไปให้กับวอลสตรีท เขาจะทำเงินให้ตัวเองด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมแสนแพง แต่ไม่ได้ทำเงินให้กับเราได้อย่างคุ้มค่า


  สั่งซื้อสินค้า  


เพราะฉะนั้น เวลาที่นักลงทุนต้องการลงทุนอะไรสักอย่าง ควรทำด้วยตัวเองให้มากที่สุด นอกจากจะเป็นการฝึกให้เราเก่งขึ้นแล้ว เวลาผิดหรือถูก มันก็ง่ายที่จะประเมินตัวเองว่าเราต้องแก้ไขความผิดพลาด หรือพัฒนาจุดแข็งตรงไหนบ้าง




 3  การลงทุนแบบเน้นคุณค่าคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด เพราะเรากำลังซื้ออะไรบางอย่างที่มีคุณค่า


ในมุมมองของวีไอสายดำอย่างคุณคลาร์แมน แม้ราคาหุ้นที่ถืออยู่จะไม่เป็นไปอย่างที่คิด แต่การที่เขาเลือกหุ้นชั้นดีเข้ามาในพอร์ต ปัจจัยพื้นฐานนี่เองจะเป็นสิ่งที่เหมือน “เบาะกันกระแทก” ให้กับราคาหุ้นได้ หุ้นอาจจะลงก็จริง แต่คุณค่าของบริษัทก็ยังคงอยู่ ตัวธุรกิจก็ยังดีอยู่ ไม่ได้ลดลงหรือแย่ลงตามราคาตลาดแม้แต่น้อย


มีหุ้นสองตัวที่เขานำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพ ตัวแรกคือหุ้น AAPL ที่ราคาประมาณ 150 เหรียญ แม้จะเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แต่มูลค่าตามบัญชีของแอปเปิ้ลนั้นอยู่ที่ 25 เหรียญเท่านั้นเอง ซึ่งต่างกันลิบลับหากเทียบกับหุ้น NG หรือ NovaGold ซึ่งมีมูลค่าตลาดเพียง 1.3 พันล้านเหรียญ แต่สินทรัพย์ที่อยู่ใต้ดินอย่างสายแร่ทองคำและโลหะมีค่าต่างๆ สามารถตีเป็นมูลค่าได้ถึง 47 พันล้านเหรียญ ซึ่งราคามีโอกาสทะยานขึ้นง่ายกว่า (บทความต้นฉบับนั้นถูกเขียนเมื่อปี 2017 ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ปรากฎว่าราคาหุ้น AAPL ขึ้นไปได้ถึง 220 เหรียญ ในขณะที่หุ้น NG ยังมีราคาปรับลดลงต่อเนื่อง)


กราฟราคาหุ้น NG รายสัปดาห์ กรอบสีฟ้าคือช่วงที่บทความต้นฉบับเขียนวิเคราะห์ไว้ถึงหุ้น NG ที่มีราคาถูกเมื่อเทียบกับสินแร่ที่บริษัทยังไม่ได้ขุด แต่ประเด็นก็คือ ราคาหุ้นดูเหมือนจะตกต่ำลงเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าตลาดอาจจะยังไม่ให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานตรงนี้เท่าไหร่นัก




 4  อย่าลงทุนเพียงแค่มูลค่า ค้นหาราคาที่ได้เปรียบ


คุณคลาร์แมนได้ยกตัวอย่างถึงหุ้น Berkshire Hathaway ซึ่งช่วงหนึ่งเคยมีราคาประมาณ 250,000 เหรียญ ใกล้เคียงกับมูลค่าตามบัญชีของบริษัท แต่ถ้าย้อนไปสักแปดปีก่อน หุ้นตัวนี้เคยมีราคา 75,000 เหรียญ แถมยังต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีและมูลค่าที่แท้จริงอีกด้วย นี่คือการลงทุนในแบบที่ได้เปรียบ เพราะราคาหุ้นยังห่างไกลจากมูลค่าที่เหมาะสมอีกมาก




 5  อดทนเข้าไว้


ไม่บ่อยนักที่ราคาหุ้นจะต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมันแบบมากๆ จนมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยสูง แต่คุณคลาร์แมนก็ยังแนะนำให้อดทนรอต่อไป เพราะยังไงราคาหุ้นก็ต้องร่วงลงแบบไร้เหตุผลอยู่แล้ว




 6  ตลาดไม่ได้มีประสิทธิภาพขนาดนั้น


ข้อนี้จะสัมพันธ์กับกฎข้อ 5 ตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพย่อมทำให้ราคาหุ้นแพงกว่าที่ควรจะเป็น และต่ำเตี้ยเรี่ยดินได้แบบไร้เหตุผล ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้เองคือโอกาสอันดีของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า




 7  เตรียมเงินไว้เสมอ


เพื่อเตรียมรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ทั้งหมด คุณคลาร์แมนซึ่งบริหารกองทุนรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านเหรียญ ก็ยังต้องเตรียมเงินไว้กว่า 25% เพื่อไว้สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาหุ้นร่วงแรง




 8  อย่ากลัวที่จะถัว


กราฟราคาหุ้น AGN รายวัน บริเวณกรอบสีฟ้าคือจุดที่เขาซื้อถัวเฉลี่ยเพิ่ม


ตราบใดที่ธุรกิจยังดีอยู่ ผลกำไรและกิจการยังคงเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องกลัวจนต้องขายหุ้นทิ้งไป ในทางตรงข้าม นักลงทุนควรซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ คุณคลาร์แมนยกตัวอย่างหุ้น AGN บริษัทด้านเวชภัณฑ์ที่เขาซื้อในราคาสูงกว่า 200 เหรียญ แต่เมื่อราคาร่วงหนักจนหลุด 200 เหรียญ เขาก็ซื้อเพิ่ม หรืออย่างหุ้น LNG ที่ทำเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ แม้จะมีทุนที่ราคาค่อนข้างสูง (70 เหรียญ) แต่พอราคาลงมาเหลือประมาณ 30 เหรียญ เขาก็ยังคงซื้อเพิ่มเช่นกัน




 9  อย่ากลัวที่จะขายหรือปรับพอร์ต แม้จะต้องเสียภาษี


เมื่อเจอโอกาสในหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่า หรือรู้ตัวว่าการวิเคราะห์ของเราผิดพลาด ก็อย่ากังวลที่จะขายหุ้นของตัวเองออกไป (แม้จะต้องขาดทุนก็ตาม) โอกาสใหม่ๆ มันมีอยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเรากล้าที่จะยอมรับการเปลี่ยนตัวหุ้นหรือไม่ สำหรับในสหรัฐอเมริกาที่มีเรื่องภาษีมาเกี่ยวข้อง คุณคลาร์แมนก็แนะนำว่าไม่ต้องสนใจประเด็นนี้มากนัก หากการปรับพอร์ตคือสิ่งที่จำเป็นจริงๆ มันก็คุ้มค่าที่จะทำ




 10  รู้ตัวเสมอว่าทำอะไร นี่คือเกมระยะยาว


ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งลดต่ำลง ทุกวันนี้เรามีแหล่งความรู้มากมายที่ช่วยให้เราลดความเสี่ยงจากความไม่รู้ แต่ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่มากเกินไปก็อาจเป็นผลเสีย เพราะเราอาจเลือกไม่ถูกว่าข้อมูลใดกันแน่ที่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังการใช้ข้อมูลด้วย


การลงทุนแบบเน้นคุณค่าคือเกมที่มองกันยาวๆ บางคนอาจไม่ชนะตลาดเป็นเวลาหลายปี แต่อาจจะกลับมามีกำไรมหาศาลในท้ายที่สุดก็ได้ ราคาตลาดอาจถูกกำหนดด้วยเสียงของคนทั่วไป แต่มูลค่าที่แท้จริงจะนำพาให้ราคาไปสู่จุดที่มันควรเป็นเสมอ


และในมุมมองของคุณเซธ คลาร์แมน ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอดได้ในระยะยาว



 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

Margin Of Safety – Seth Klarman’s 10 Rules For Investing Success : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1870