Apple จะได้เงินเท่าไหร่จากบัตรเครดิต

Last updated: Mar 26, 2019  |  921 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน


เมื่อวานนี้ก็มีข่าวคราวมาสั่นสะเทือนวงการ Fintech ของโลกอีกครั้ง (บทความนี้เขียนเมื่อ 26 มีนาคม 2019) เพราะ Apple เพิ่งเปิดตัว Apple Card บัตรเครดิตของของค่ายผลไม้ใบแรกเพื่อให้ผู้ใช้งาน iOS Device สามารถใช้จ่ายได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งบัตรนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Apple, Mastercard, และ Goldman Sachs โดยจะเริ่มให้บริการภายในสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นลำดับแรก


บัตรนี้พยายามชูจุดเด่นว่า ผู้ใช้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแอบแฝงเหมือนบัตรของธนาคาร แถมยังได้ cashback แบบไม่อั้นเมื่อใช้จ่ายผ่าน Apple Card นับว่าเหนือความคาดหมายที่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทวอชล้ำยุค จะกระโดดเข้ามาเล่นในธุรกิจการเงินด้วย แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดูเพิ่มอีกนิด เราจะเข้าใจเหตุผลมากขึ้นว่าทำไม Apple ถึงหันมาทำบัตรเครดิตของตัวเอง


เพราะทุกวันนี้ ยอดการทำธุรกรรมด้วย iOS Device อย่างน้อยๆ ก็ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญเข้าไปแล้ว




ทำเงินได้เท่าไหร่


เว็บไซต์ globaldata.com ได้มีการประเมินไว้เมื่อปี 2016 ว่า Apple Pay (บริการรับจ่ายเงินของ Apple) มียอดทำธุรกรรมทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 9 หมื่นล้านเหรียญ แต่นั่นคือเมื่อราว 2 ปีก่อน น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลแบบชัดเจนจริงๆ ว่ายอดการทำธุรกรรมผ่าน Apple Pay ในปัจจุบันอยู่ที่เท่าเท่าไหร่ แต่ตัวเลข 9 หมื่นล้านเหรียญเมื่อสองปีก่อนก็ทำให้เราพอประมาณตัวเลขกลมๆ ได้ว่า 1 แสนล้านเหรียญนั้นไม่ใช่ตัวเลขที่เกินจริงแม้แต่น้อย เพราะผู้ใช้งาน Apple Pay เพิ่มขึ้นทุกปี จนแซงหน้า PayPal ไปเป็นที่เรียบร้อย


จำนวนธุรกรรมของ Apple Pay ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2019 จำนวนธุรกรรมก็เพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านรายการเรียบร้อย ขอบคุณข้อมูลจาก Macrumors.com

 

ถ้ามีคนทำธุรกรรมผ่าน Apple Pay เป็นเงิน 1 แสนล้านเหรียญ แล้ว Apple จะทำเงินได้เท่าไหร่กันล่ะ ? หากตั้งสมมติฐานแบบ agressive มากๆ ว่าผู้ใช้งานเปลี่ยนบัตรเครดิตของตัวเองมาใช้บัตร Apple Card ทั้งหมด บริษัทก็อาจทำเงินได้ถึง 3.5 พันล้านเหรียญ จากเดิมที่เป็นเพียงตัวกลางระหว่างผู้ใช้และสถาบันการเงิน ตอนนี้ Apple ก็ตั้งตัวเป็นสถาบันการเงินขนาดยักษ์ได้แล้วในชั่วข้ามคืน




3.5 พันล้าน
มาจากไหน


ตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบแบบคร่าวๆ จากบริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่ American Express จากข้อมูลในปี 2018 มีผู้ใช้บัตร AMEX ทั่วโลกเป็นเงินประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญ และบริษัทมีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ อยู่ที่ 4 หมื่นล้านเหรียญ หรือคิดเป็นประมาณ 3.50% ของยอดธุรกรรมทั้งหมด


หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตัวเลข 3.50% มันดูน้อยเหลือเกิน เพราะบัตรเครดิตคิดดอกเบี้ยสูงกว่านี้ไม่ใช่หรือ ? ที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมมันดูน้อย เพราะจากยอดธุรกรรม 1.2 ล้านล้านเหรียญของ AMEX ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย อาจมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อความสะดวก แล้วชำระเงินสดคืนเต็มจำนวนในภายหลังนั่นเอง


ดังนั้น ถ้าเราใช้ตัวเลขการคำนวณนี้กับ Apple ที่มียอดธุรกรรมอย่างน้อยๆ ประมาณ 1 แสนล้านเหรียญ บริษัทก็อาจมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 3.5 พันล้านเหรียญแบบไม่ยากนัก


ข้อควรระวัง : การคำนวณนี้อิงจากบริษัท American Express ซึ่งพฤติกรรมของผู้ใช้บัตรและลักษณะธุรกิจที่อาจแตกต่างจาก Apple Pay ตัวเลขที่คำนวณออกมาจึงอาจแตกต่างจากผลลัพธ์จริงที่จะเกิดขึ้นได้




ใช้เงินให้เป็นประโยชน์


นอกจาก Apple จะได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ยังเป็นบริษัทที่มีเงินสดกองอยู่กับตัวมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเช่นกัน จากงบการเงินปี 2018 บริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดที่สูงถึง 237,100 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 7 ล้านล้านบาท ใหญ่พอที่จะซื้อกิจการขนาด PTT ได้ประมาณ 5 รอบ หรือจะซื้อ Mastercard ทั้งบริษัทเพื่อทำบัตรเครดิตเองก็ยังได้


เมื่อสองสามปีก่อน เคยมีคนถาม Apple ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่าบริษัทจะทำอย่างไรกับเงินสดที่มีอยู่ จะซื้อประเทศกรีซดีไหม ? (ในตอนนั้นกรีซกำลังประสบปัญหาหนี้สาธารณะอย่างหนัก) จนทำให้หลายๆ คนรู้สึกว่า Apple น่าจะได้ประโยชน์กว่านี้ถ้านำเงินไปลงทุน แต่ลองนึกดูว่า ในโลกนี้มีสินทรัพย์อะไรที่ "ใหญ่" และ "มีสภาพคล่องเพียงพอ" และ "ได้ผลตอบแทนเหมาะสม" กับเงินกว่า 2.37 แสนล้านเหรียญ


ซึ่งการเปิดตัว Apple Card ในครั้งนี้ บริษัทจะอยู่ในฐานะผู้ออกบัตรเครดิต ดังนั้น "เงินสด" จึงเป็นสิ่งสำคัญถ้าต้องการจะออกบัตรเครดิตให้กับผู้ใช้นับร้อยล้านคนได้ และนี่เองคือคำตอบ แทนที่จะเอาเงิน 2.37 แสนล้านเหรียญไปซื้อพันธบัตรหรือเงินฝากซึ่งได้ผลตอบแทนต่ำ ก็เอามาปล่อยกู้ซะเลย




Apple ได้อะไรอีก


Apple เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ecosystem เป็นอย่างมาก ทุกอย่างต้องจบภายในตัวเอง พยายามให้ผู้ใช้งานออกไปใช้บริการแอปพลิเคชั่นหรือบริการของคนอื่นให้น้อยที่สุด และการที่ Apple Card ถือกำเนิดขึ้น ก็เท่ากับว่าบริการทางด้านการเงินของบริษัทจะก้าวไปสู่คำว่าครบวงจรยิ่งกว่าเดิม แทนที่ลูกค้าจะต้องผูกบัตรเครดิตหลายๆ ใบกับโทรศัพท์ ก็ใช้ Apple Card ให้จบในบัครเดียวไปเลย แถมระบบต่างๆ เช่น ยอดการใช้จ่ายเงินโดยอิงตามสถานที่ว่าจ่ายที่ไหน, ระบบผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นมาก, ระบบ cashback ที่ไม่จำกัดวงเงิน ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดให้คนเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาของ Apple มากขึ้น


ซึ่งจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้น บริษัทก็สามารถนำฐานลูกค้าเหล่านี้ไปใช้ได้อีกในอนาคต ต่อไปจะเห็น Apple รับฝากเงิน ปล่อยกู้ ให้สินเชื่อกับรถ Apple Car ก็คงไม่ใช่อะไรที่เหนือความคาดหมาย เพราะ "เกือบทุกอย่าง" อยู่ในมือของบริษัทหมดแล้ว




ส่งผลต่อหุ้น
แค่ไหน


กราฟราคาหุ้น AAPL ราย 1 นาที จะเห็นว่าราคาหุ้นก็ไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวของ Apple Card มากนัก


ถ้าอิงจากตัวเลขรายได้โดยประมาณจาก Apple Card ที่ 3.5 พันล้านเหรียญ แม้จะดูสูงมากจนทำให้วอลสตรีทตื่นเต้น แต่ตัวเลขนี้ก็คิดเป็น 1.30% ของยอดขายกว่า 265,595 ล้านเหรียญของบริษัทเท่านั้น อีกทั้ง 3.5 พันล้านเหรียญยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายหรือส่วนแบ่งรายได้ให้กับ Mastercard หรือ Goldman Sachs ที่เป็นพันธมิตรในการทำบัตรเครดิตนี้อีกด้วย


ปัจจัยสำคัญคือ 1) จะมีคนใช้ Apple Card มากน้อยแค่ไหน ถ้าบริษัททำให้คนหันมาใช้บัตรได้สักครึ่งหนึ่งของ AMEX มันก็อาจทำให้งบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด 2) จะเก็บดอกเบี้ยได้สูงแค่ไหน 3) หนี้เสียเท่าไหร่ ถ้าหนี้เสียเยอะไปก็คงไม่ใช่เรื่องดีนัก และ 4) บริษัทจะทำอะไรเพิ่มอีก เพราะเชื่อว่า Apple คงไม่ได้หยุดแค่บัตรเครดิตแน่ๆ


บัตร Apple Card อาจเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของ Apple แต่มันก็ยังเป็นเพียงก้าวเล็กๆ ของบริษัท ที่เราอาจต้องใช้เวลาเพื่อดูว่า Apple จะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

ผลประกอบการ American Express : https://ir.americanexpress.com/Cache/1500118574.PDF?O=PDF&T=&Y=&D=&FID=1500118574&iid=102700

บทวิเคราะห์ Global Data : https://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:yxvwrlK-1SoJ:https://www.globaldata.com/new-apple-pay-feature-unlikely-lead-growth/+&cd=5&hl=th&ct=clnk&gl=th

แบบฟอร์ม 10-K ของ Apple : https://s22.q4cdn.com/396847794/files/doc_financials/quarterly/2018/Q4/10-K-2018-(As-Filed).pdf