ออมเงินที่ไหนดีนอกจากฝากธนาคาร

Last updated: Apr 19, 2019  |  1313 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน


แม้ข่าวล่าสุดจะออกมาค่อนข้างเป็นทางการแล้วว่าจะเริ่มเก็บภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นไป ในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับ จนทำให้ใครหลายคนอยากจะถอนเงินไปฝังตุ่มเสียให้รู้แล้วรู้รอด


ที่จริงแล้วการเก็บภาษีเงินฝาก 15% แบบใหม่นี้ จะเก็บด้วยสองเงื่อนไขก็คือ 1) ดอกเบี้ยจาก "ทุกธนาคาร" รวมกันแล้วเกิน 20,000 บาท กับ 2) คนที่ไม่ยินยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลเงินฝากให้กับสรรพากร แม้จะได้ดอกเบี้ยรวมทุกธนาคารไม่เกิน 20,000 บาท แต่ก็จะโดนหักภาษีทันที 15% ดังนั้นคนที่ส่งข้อมูลและทำทุกอย่างถูกต้องตามปกติ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีเงินฝากแบบใหม่นี้ (ขอบคุณข้อมูลจากเพจของคุณ TaxBugnoms สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ)


นับได้ว่าข่าวการเก็บภาษีแบบใหม่ที่เพิ่งออกมาได้ทำให้ประชาชนตื่นตัวและมองหาการลงทุนทางเลือกอื่นๆ ไม่น้อยเลย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับที่คนหาแหล่งการลงทุนอื่นๆ เพิ่มขึ้น แต่มีการออมเงินหรือลงทุนอะไรนอกจากเงินฝากบ้างล่ะ ที่ความเสี่ยงไม่มาก ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือมากกว่า และไม่ต้องเสียภาษี ?


ขอเชิญทุกท่านพบกับ "กองทุนรวมตลาดเงิน"




อะไรคือกองทุนรวม


สำหรับท่านที่ไม่เคยลงทุนกับกองทุนรวมมาก่อน ลองนึกภาพตามว่า ที่เราฝากเงินกับธนาคารอยู่ทุกวันนี้ ธนาคารก็จะนำเงินของผู้ฝากหลายล้านคนมารวมกันเป็นก้อนใหญ่ แล้วธนาคารก็นำเงินดังกล่าวไปบริหารจัดการด้วยการ "ปล่อยกู้" ต่อ ซึ่งกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ก็มีลักษณะที่คล้ายกันครับ เรานำเงินไปลงทุนกับกองทุนรวม แล้วผู้จัดการกองทุน (คนที่ดูแลเงินให้เรา) ก็จะนำเงินของเรากับผู้ลงทุนคนอื่นๆ มารวมกันเพื่อไป "ลงทุน" เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อไป คล้ายกับธนาคารที่เอาเงินของเราไป "ปล่อยกู้"


มันไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนอย่างที่คนส่วนใหญ่คิด แต่เห็นความต่างของคำว่า "ลงทุน" และ "ปล่อยกู้" ไหมครับ ? ความต่างของการฝากเงินและซื้อกองทุนรวมตลาดเงินก็คือ เราจะได้ดอกเบี้ยเป็นตัวเลขที่แน่นอนจากการฝากเงิน ขณะที่กองทุนรวมตลาดเงิน เราจะได้เป็น "ผลตอบแทน" ในรูปของราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น และราคาหน่วยลงทุนมันจะเพิ่มหรือลดลงก็ได้ ทำให้มันมีความเสี่ยงที่มากกว่าการฝากเงิน




เสี่ยงเพิ่มอีกนิด
เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า


กราฟของผลตอบแทนจากกองทุนรวมตลาดเงินแห่งหนึ่งย้นหลัง 5 ปี ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 1.20% จะสังเกตเห็นว่าเส้นกราฟค่อยๆ ขึ้นช้าๆ อย่างมั่นคงและแทบไม่ลดลงเลย


ใช่แล้วครับ การลงทุนผ่านกองทุนรวมตลาดเงินมีความเสี่ยงกว่าการฝากเงินกับธนาคาร เพราะไม่มีใครรับประกันว่าผลตอบแทนเราจะอยู่ที่ 0.50% แบบเป๊ะๆ แต่ข้อดีของกองทุนรวมตลาดเงินก็คือ สินทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปลงทุนมักจะเป็นตราสารหนี้ของภาครัฐหรือภาคเอกชนที่แข็งแกร่งมากๆ หากเราซื้อกองทุนรวมตลาดเงิน ก็ไม่ต่างกับการซื้อพันธบัตรหรือหุ้นกู้บริษัทแข็งแกร่งเลยแม้แต่น้อย


แต่ผลตอบแทนนั้นสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากลิบลับ สมมติเรามีเงินเก็บอยู่ 1 แสนบาท ถ้าท่านเลือกการฝากออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ย 0.50% ก็จะได้ดอกเบี้ยเป็นเงิน 500 บาท หากเทียบกับกองทุนรวมตลาดเงินที่โดยเฉลี่ยทำผลตอบแทนได้ประมาณ 1.50% ต่อปี เท่ากับว่าท่านจะมีกำไร 1,500 บาท มากกว่าการฝากเงินกับธนาคารถึง 3 เท่าตัว หรือถ้าปีไหนผลตอบแทนไม่ดีนักจนราคากองทุนเพิ่มขึ้นมาเพียง 1% ก็ยังได้กำไรมากกว่าการฝากเงิน 2 เท่าอยู่ดี




ข้อด้อยของ
กองทุนตลาดเงิน


อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการฝากเงินและการซื้อกองทุนรวมนั้นไม่เหมือนกัน แม้เงินฝากจะได้ผลตอบแทนต่ำ แต่ข้อดีอย่างยิ่งยวดของมันก็คือดอกเบี้ยที่แน่นอน ขณะที่กองทุนรวมตลาดเงิน แม้จะมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ใช่ว่าราคากองทุนจะลดลงไม่ได้ สมมติเราซื้อกองทุนรวมตลาดเงินที่ราคา 10 บาท ในอีก 3-4 วันข้างหน้า มูลค่ามันอาจลดลงเหลือ 9.9950 บาทก็ได้ หากในวันนั้นท่านมีเหตุต้องใช้เงินพอดีและจำเป็นต้องขาย ก็จะได้เงินคืนมาไม่ถึง 10 บาท นี่คือข้อเสียประการแรกของกองทุนรวมตลาดเงิน


กราฟราคาของกองทุนรวมตลาดเงินแห่งหนึ่ง จะเห็นว่ามีบางจังหวะที่ราคาปรับตัวลดลง แต่ก็คิดเป็นการลดลงไม่ถึง 0.10% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด


ประการที่สอง กองทุนรวมตลาดเงินมีสภาพคล่องต่ำกว่าเงินฝาก เราไม่สามารถไปตู้ ATM แล้วกดถอนเงินออกจากกองทุนได้ปุ๊ปปั๊ป เวลาที่ขายกองทุนรวมตลาดเงิน เราจะได้เงินคืนในอีกวันทำการถัดไป (T+1) ดังนั้นหากมีเหตุต้องใช้เงินจริงๆ การฝากเงินในบัญชีธนาคารก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่


ประการที่สาม กองทุนรวมจะมีค่าธรรมเนียม การฝากเงินกับธนาคารไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เพราะธนาคารได้กำไรจากดอกเบี้ยที่นำไปปล่อยกู้ต่อ (ดอกเบี้ยเงินฝาก 0.50% แต่ปล่อยกู้ได้ 5% เห็นแล้วอยากเป็นธนาคารซะเอง) ส่วนกองทุนรวม คนที่ลงทุนจะเป็นคนที่ได้รับผลตอบแทนเองในรูปของราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น "ผู้จัดการกองทุน" ที่คอยบริหารเงินลงทุนให้กับเรา จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อย บางกองอาจเก็บ 0.50% บางกองอาจเก็บแค่ 0.30% ยิ่งกองไหนเก็บค่าธรรมเนียมต่ำก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับนักลงทุนเท่านั้น


สามข้อนี้เป็นข้อด้อยหลักๆ ของกองทุนรวมตลาดเงินที่ไม่อาจสู้เงินฝากได้ แต่ถ้าพิจารณาความเสี่ยงทีละข้อ ข้อแรกที่พูดถึงราคากองทุนที่อาจลดลงได้ มันก็ลดลงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น (ทำเงินหาย 100 บาทอาจมากกว่าการขาดทุนจากกกองทุนรวมตลาดเงินด้วยซ้ำไป) ส่วนข้อสองในเรื่องของสภาพคล่อง ก็แก้ปัญหาได้ไม่ยากด้วยการฝากเงินส่วนหนึ่งไว้กับธนาคารเพื่อเป็นเงินฉุกเฉิน และข้อด้อยสุดท้ายคือค่าธรรมเนียม การที่เสียค่าธรรมเนียม 0.30-0.50% เพื่อแลกกับผลตอบแทนปีละ 1-1.50% (ผลตอบแทนนี้หักค่าธรรมเนียมแล้ว) มันก็เป็นอะไรที่คุ้มค่ากว่า




ต้องดูอะไรบ้าง
ก่อนลงทุน


1) ค่าธรรมเนียม ยิ่งต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น 2) ผลตอบแทนย้อนหลัง กองไหนที่ผลตอบแทนมากกว่าก็มีแนวโน้มที่จะได้ผลตอบแทนมากกว่าในอนาคต แต่ต้องจำไว้เสมอว่า ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้บ่งบอกว่าระยะยาวจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป และ 3) สินทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่ แม้จะเป็นกองทุนรวมตลาดเงินเหมือนกัน แต่บางกองอาจลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย บางกองอาจลงทุนเฉพาะตราสารจากรัฐบาลเท่านั้น


สำหรับแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ ท่านสามารถหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ Morningstar Thailand และ Wealth Magik และถ้าใครที่ต้องการซื้อกองทุน ท่านก็สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ Wealth Magik ได้เลย (ไม่ได้รับค่าโฆษณาใดๆ แต่ใช้งานดีจริงจึงอยากแนะนำต่อ)


ย้ำอีกครั้งว่ากองทุนรวมตลาดเงินไม่ใช่การฝากเงิน นักลงทุนเองก็ต้องเลือกกองที่เรารับความเสี่ยงได้และเหมาะกับตัวเราที่สุด ไม่ใช่เห็นกองทุนที่ผลตอบแทนสูงๆ แล้วเข้าซื้อ แม้ระยะแรกอาจดูยากสักหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยลงทุนมาก่อนเลยนอกจากฝากเงิน แต่เพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า เชื่อว่ายากแค่ไหนก็ทำได้ครับ

 

 

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน