บทเรียนจากกระทู้ "แชร์ประสบการณ์ ธนาคารหลอกขายกองทุนให้คนแก่ พร้อมวิธีทำให้ธนาคารยอมชดใช้ค่าเสียหาย"

Last updated: Jun 10, 2019  |  5978 จำนวนผู้เข้าชม  |  หุ้นและการลงทุน

 

ทุกวันนี้ กระทู้หรือโพสต์ในลักษณะที่ว่าโดนหลอกขายกองทุนและขายประกันก็ยังคงมีอยู่ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างกลต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอ้อมอย่างตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และบลจ. ต่างๆ จะออกมาประชาสัมพันธ์อยู่เป็นนิจ แต่ก็ไม่วายที่จะมีผู้เสียหาย เสียรู้ให้กับลูกล่อลูกชนของพนักงานขายที่พูดพริ้วไหวจนต้องคล้อยตาม

 

ส่วนมาก ผู้เสียหายมักจะเป็นผู้สูงอายุที่อาจไม่ค่อยได้ใช้อินเทอร์เน็ตมากนัก รองลงมาก็เป็นคนวัยทำงานที่ไม่ได้คลุกคลีกับเรื่องการเงินเสียเท่าไหร่ เก็บเงินที่มีทั้งหมดไว้ในเงินฝาก

 

อย่างในเคสตัวอย่างของกระทู้พันทิปนี้ ผู้เสียหายเป็นคุณลุงกับคุณป้าของเจ้าของกระทู้ โดนพนักงานของธนาคารแห่งหนึ่ง (ไม่ได้บอกว่าเป็นธนาคารอะไร) โทรมาแจ้งว่า "บัญชีของคุณโดนล็อกนะ มาทำเรื่องปลดล็อกด้วย แต่เท่าที่ดูบัญชีของลูกค้าไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวเลย มาฝากเงินในที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดีไหมคะ?"

 

"ไม่เสี่ยงค่ะ ฝากล้านนึงได้ดอกประมาณ 3% จ่ายภาษีประมาณ 8,000 บาท แต่ก็ยังได้เยอะกว่าบัญชีเดิมด้วย" นี่คือ keyword สำคัญที่คนขายบอกกับคุณลุงคุณป้าของเจ้าของกระทู้ อ่านกระทู้เต็มได้ที่ https://pantip.com/topic/38948734

 

เนื้อหาสาระในกระทู้ค่อนข้างจะดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อย ซึ่งบทสรุปก็คือ กองทุนที่โดนพนักงานหลอกขายนั้นมีผลขาดทุน เจ้าของกระทู้สามารถตามเรื่องจากธนาคารจนได้เงินคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยชดเชยบางส่วน แต่นอกเหนือจากความสนุกที่ได้อ่านเรื่องราวการผจญภัยของเจ้าของกระทู้ เราได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้บ้างล่ะ ?

 

 

 

 1  ความรู้คิอสิ่งสำคัญ "มาก"

 

ท่านที่เคยลงทุนผ่านกองทุนรวม จะทราบดีว่าผลตอบแทนของมันไม่ได้มาจากดอกเบี้ยเหมือนกับที่พนักงานขายในกระทู้บอกคุณลุงคุณป้า ผลตอบแทนมันมาจากส่วนต่างราคาที่เคลื่อนไหวในแต่ละวันต่างหาก รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลถ้ากองทุนนั้นมีนโยบายการจ่ายเงินปันผล

 

มันดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่คลุกคลีกับโลกการเงินหรือตามอ่านแหล่งความรู้ทางการเงินเป็นประจำ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยลงทุนอะไรมาก่อนเลย มันเป็นเรื่องยากมากนะครับที่จะเข้าใจความแตกต่างระหว่างเงินฝากและกองทุน แต่คนประสงค์ร้ายบางคน กลับใช้ความไม่รู้ตรงนี้ในการปั๊มผลงานของตัวเองรัวๆ ตอนเสนอขายก็ดูแลลูกค้าอย่างดี แต่พอขายได้ ลูกค้ากลับต้องรับกรรมจากความเห็นแก่ตัวของคนประสงค์ร้ายเหล่านั้น

 

ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ หากท่านผู้อ่านเป็นผู้สูงวัยมากกว่าผม บางท่านอาจไม่สะดวกใช้อินเทอร์เน็ต การถามลูกหลานที่ทันเหตุการณ์มากกว่าคือเรื่องที่จำเป็นมาก หรือหากท่านต้องพบเจอกับการขายของพนักงานที่แสนจะอึดอัด ให้ถามพนักงานให้มากเข้าไว้ เราเป็นลูกค้า เรามีสิทธิ์ที่จะรู้ทุกอย่างในสิ่งที่เขาจะขาย

 

 

 

 2  ไม่มีอะไรไม่เสี่ยง

 

แม้แต่เงินฝากก็ตาม ความเสี่ยงของเงินฝากที่ร้ายแรงที่สุดก็คือธนาคารโดนปิด อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เชียว ธนาคารของไทยในช่วงปี 40 ก็มีไม่น้อยที่ต้องล่มสลายไปกับวิกฤตต้มยำกุ้งอันสะท้านทรวงในช่วงเวลานั้น แต่ในปัจจุบัน ธนาคารในประเทศของเรามีความแข็งแกร่งขึ้นมาก การฝากเงินจึงมีความเสี่ยงที่แทบจะเป็นศูนย์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการฝากเงินจะไม่เสี่ยง

 

แล้วนับประสาอะไรกับกองทุนรวม ที่สลับซับซ้อนกว่าเยอะ มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่า มันก็เสี่ยงมากกว่าเงินฝากเป็นธรรมดา แล้วคนประสงค์ร้ายที่ชอบโฆษณาด้วยคำพูดสวยหรูว่า "ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก แถมไม่เสี่ยง" เขาหรือเธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่ามันไม่เสี่ยง ?

 

ไม่ใช่แค่เฉพาะกองทุนรวม ประกันออมทรัพย์บางตัวก็เช่นกันที่มักโดนเสนอขายด้วยเทคนิคนี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันให้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินฝากออมทรัพย์ด้วยซ้ำไป (แต่อย่างน้อยก็ได้ความคุ้มครอง) หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้น บางคนอาจโดนหลอกขายผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่ว่า "AI, Robot Trade, EA, Forex" ลงทุนกับผมสิพี่ ไม่กี่เดือนก็คืนทุนแล้ว

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมีประโยชน์มากถ้าใช้อย่างถูกต้อง แต่คนที่หลอกขายมักจะคุยโม้โอ้อวดว่า ไม่เสี่ยง ได้ผลตอบแทนแน่นอน เราลองคิดด้วยหลักการและเหตุผลอีกครั้งว่า ในโลกนี้มันมีอะไรที่ผลตอบแทนสูงๆ ง่ายๆ แต่ไม่เสี่ยงด้วยหรือ ? ไม่มีหรอกครับ

 

 

 

 3  มีใบอนุญาต ไม่ได้แปลว่าจะไม่หลอก

 

แวดวงทางการเงินก็มีมาตรฐานทางวิชาชีพไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ มีทั้งการสอบความรู้และสอบจริยธรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่สอบจริยธรรมแล้วจะมีจริยธรรมกับลูกค้าเสมอไป ในกระทู้ตัวอย่างนี้ พนักงานขายก็มีใบอนุญาต (ที่หมดอายุ) แต่ก็ยังหลอกคุณลุงคุณป้าด้วยคำโฆษณาที่เกินจริง จนขาดทุนไปหลายหมื่นบาท

 

พนักงานขายที่ดี จึงไม่ใช่คนเก่งที่สอบใบอนุญาตได้เยอะแยะ หรือเอาอกเอาใจเก่งราวกับเป็นลูกหลานที่หวังเอามรดก แต่พนักงานขายที่ดี คือคนที่กล้าบอกความจริงว่าอะไรเป็นอะไร มันเสี่ยงแค่ไหน ผันผวนแค่ไหน และพยายามอย่างหนักเพื่ออธิบายให้เราเข้าใจอย่างถูกต้อง รักษาผลประโยชน์ของลูกค้าในระดับที่เหมาะสม นี่ต่างหากคือพนักงานขายที่ดี

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราซึ่งอยู่ในฐานะลูกค้า ก็ต้องเข้าใจมุมของพนักงานขายด้วยว่าเขาหรือเธออยู่ได้เพราะยอดขาย การที่เขาหรือเธอจะเสนอขายผลิตภัณฑ์ให้เราหลายตัวจึงไม่ใช่เรื่องผิด ไม่เช่นนั้นพนักงานก็อยู่ไม่ได้ แต่เราในฐานะลูกค้า ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองด้วย

 

 

 

 4  เงินมากเงินน้อยก็สำคัญ

 

เงิน 1 ล้านบาทที่คุณลุงคุณป้าในกระทู้เข้าไปลงทุน อาจจะไม่มากมายนักสำหรับคนที่ทำงานเก็บเงินมาหลายปี แต่โดยส่วนตัว ผมชอบมุมมองของเจ้าของกระทู้อยู่นะ เขามองว่าเงินมากเงินน้อยมันไม่สำคัญหรอก ตัวเขาก็เป็นนักลงทุนเต็มเวลาที่มีเงินอยู่แล้ว เพียงแต่เงินก้อนนี้มันคือเงินเก็บสำรองที่ญาติผู้ใหญ่เขาเอาไว้ใช้ตอนเกษียณ มันจึงไม่ควรเอามาเสี่ยงขนาดนี้

 

และการยอมปล่อยให้ปัญหาผ่านไป ก็เท่ากับว่าปล่อยให้พนักงานขายที่นิสัยไม่ดียังใช้ลูกเล่นอันน่าเกลียดขายของ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะโดนหลอกลงทุน (หรือซื้อประกัน) ด้วยเงินหลักหมื่นหรือหลักล้าน ในฐานะลูกค้า เรามีสิทธิ์ตามเงินกลับมาทุกบาททุกสตางค์เหมือนที่เจ้าของกระทู้ทำ เพราะนี่คือการหลอกลวง ไม่ว่าเงินมากเงินน้อยมันก็คือการหลอกลวง

 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้อ่านควรได้บทเรียนจากกระทู้ดังกล่าว เชื่อได้เลยว่าคงไม่ใช่เคสสุดท้ายที่ประชาชนต้องเสียรู้ให้กับพนักงานขาย แต่อย่างน้อย ลูกค้าอย่างเราจะได้มีช่องทางรักษาสิทธิ์ของตัวเองมากขึ้น และสำหรับพนักงานขายหรือคนที่เกี่ยวข้อง ก็จะได้วางตัวเองให้เหมาะสม ไม่ทำตามตัวอย่างที่ผิดๆ หรือเห็นแก่ผลงานของตัวเองมากเกินไปครับ

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

แชร์ประสบการณ์ ธนาคารหลอกขายกองทุนให้คนแก่ พร้อมวิธีทำให้ธนาคารยอมชดใช้ค่าเสียหาย : https://pantip.com/topic/38948734