พูดคุยกับ อเล็กซานเดอร์ เอลเดอร์ เทรดเดอร์ผู้เขียนหนังสือ "ห้องเทรดของผม"

Last updated: Jun 15, 2019  |  568 จำนวนผู้เข้าชม  |  ตำนานนักลงทุน


หากพูดถึงหนังสือเกี่ยวกับกราฟหุ้น ที่เทรดเดอร์ทั้งมือใหม่และมือเก๋าต้องเคยผ่านตามาบ้างก็คงหนีไม่พ้นหนังสือ "เทรดเพื่อชีวิต" หรือ Trading for A Living เพราะแค่ชื่อหนังสือก็เตะตาให้อยากหยิบมาอ่านเสียเหลือเกิน เทรดเพื่อชีวิต . . . ใครกันจะไม่อยากเทรดหุ้นจนเลี้ยงชีวิตได้โดยไม่ต้องทำงานอื่นใดอีกเลย


หนังสือเล่มดังกล่าวถูกเขียนโดย ดร.อเล็กซานเดอร์ เอลเดอร์ อดีตนักจิตวิทยาที่ผันตัวมาเป็นเทรดเดอร์แบบฟูลไทม์ ด้วยความนิยมในหนังสือเทรดเพื่อชีวิต เขาจึงเขียนหนังสือภาคต่ออีกเล่มในชื่อ "ห้องเทรดของผม" ที่เนื้อหาจะกล่าวถึงวิธีการเทรดของคุณเอลเดอร์เสียเป็นส่วนใหญ่ และมีการปูพื้นฐานการเทรดให้มือใหม่ทำตามหนังสือได้ไม่ยาก


ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ติดตามผลงานของเขามาสักระยะ แต่น่าเสียดายตรงที่ประวัติของเขาหาได้ค่อนข้างยากถึงยากมาก โชคยังดีที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ MQL5 เมื่อปี 2011 ผมจึงถือโอกาสสรุปประเด็นสำคัญๆ และนำพาทุกท่านให้รู้จักกับคุณเอลเดอร์ให้มากขึ้นกันครับ




 1  คุณเอลเดอร์เข้ามาเทรดได้ยังไง ?


คุณเอลเดอร์เล่าให้ฟังว่าเขาแอบขึ้นเรือของโซเวียตเพื่อมาอเมริกา และเมื่อเข้าประเทศมาได้ เขาก็อาศัยอยู่กับมูลนิธีแห่งหนึ่งและได้เป็นเพื่อนกับทนายชาวอเมริกันที่มีอายุมากกว่าพอสมควร เพื่อนต่างวัยของเขาคนนี้มีห้องสมุด และในห้องสมุดนี้มีหนังสือ How to Buy Stock แน่นอนว่าคุณเอลเดอร์ได้อ่านมัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขารู้จักกับตลาดหุ้น


เมื่อเขาเริ่มต้นเทรด บางสิ่งบางอย่างที่อันตราย (คุณเอลเดอร์บอกไว้แบบนี้) ก็ได้เกิดขึ้นกับเขา นั่นคือกำไร เขาทำกำไรได้ตั้งแต่การเทรดครั้งแรก ที่มันอันตรายก็เพราะมันปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ให้กับคุณเอลเดอร์ ทำให้เขามองการเทรดเป็นเรื่องง่าย แค่ซื้อขายก็ได้เงิน หลังจากนั้นเราก็คงพอเดาได้ว่าเขาต้องพบเจอกับการขาดทุนอีกนับไม่ถ้วนขนาดไหน




 2  เขาใช้วิธีอะไรในตอนแรก ?


หุ้นตัวแรกที่คุณเอลเดอร์ซื้อไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้กระทั่งว่าปัจจัยพื้นฐานหรือปัจจัยเทคนิคว่าคืออะไร แต่เขาซื้อหุ้นตัวนั้นก็เพราะว่ามันเป็นบริษัทเกี่ยวกับการรับดูแลเด็ก เพราะเห็นว่าเพื่อนรอบๆ ตัวต่างมีลูกกันเต็มไปหมด และต่างก็เจอปัญหาเดียวกันคือไม่มีเวลาเลี้ยงลูก แล้วจะเอาลูกไปไว้ที่ไหนได้นอกจากสถานรับเลี้ยงเด็กของบริษัทนี้ คุณเอลเดอร์จึงซื้อหุ้นตัวดังกล่าวที่ราคา 13 เหรียญ


หลังจากที่ซื้อ เขาถึงเริ่มมาอ่านหนังสือด้านการลงทุนอีกหลายต่อหลายเล่ม (แม้แต่คุณเอลเดอร์ก็มาหาความรู้เพิ่มหลังจากที่ซื้อหุ้นไปแล้ว) จนได้มาเจอหนังสือที่สอนเทคนิคอล เมื่ออ่านจบ เขากลับมามองหุ้นตัวเดิมอีกครั้งและขายมันเพราะราคาหุ้นทำรูปแบบ head and shoulders พูดง่ายๆ ก็คือ เขาซื้อด้วยพื้นฐาน แต่ขายเพราะเทคนิคนั่นเอง




 3  เขายังเทรดอยู่ไหม ?


ปัจจุบัน (ปี 2011) เขาเทรดในสองตลาด คือตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดฟิวเจอร์ นานๆ ทีจะเข้าเทรดในตลาดออปชั่น




 4  สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากตลาด


คือการใช้ชีวิตภายใต้ความไม่แน่นอนและวิธีตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ในมุมมองของเขา นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ จริงอยู่ว่าคอมพิวเตอร์สามารถคิดและประมวลผลได้เร็วกว่าสมองมนุษย์ แต่ถ้ามีตัว error ในโค้ดแม้เพียงบรรทัดเดียว ทุกอย่างคือจบ แต่มนุษย์สามารถประมวลผลต่อได้แม้มีความไม่แน่นอน


คุณเอลเดอร์เชื่อว่า เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจะตัดสินใจได้ในช่วงที่ทุกอย่างไม่ชัดเจน เพราะหากเรารอให้ทุกอย่างชัดเจนแบบ exactly 100% ก็คงไม่ได้เทรด ขอเพียงแค่มันมีความน่าจะเป็นว่าขึ้นหรือลงก็เข้าเทรดได้แล้ว




 5  ตลาดหุ้นและตลาดฟอเร็กซ์ต่างกันไหม ?


เขามองว่าต่างกันในเรื่องของความมั่นคงของเทรนด์ ในตลาดฟอเร็กซ์ คุณเอลเดอร์เชื่อว่าเทรนด์ระยะยาวจะอยู่ได้นานกว่า เพราะค่าเงินมันอิงกับปัจจัยด้านนโยบายต่างๆ ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนบ่อยนัก ทำให้เทรนด์อยู่ได้นานกว่า




 6  เกณฑ์ที่เขาใช้ในการเลือกหุ้น


ไม่ได้บอกรายละเอียดมากนัก บอกเพียงแค่ว่าเขามีหุ้นอยู่ในลิสต์ประมาณ 20 ตัวที่ติดตามทุกๆ สัปดาห์ และดูจากรายชื่อหุ้นในกลุ่มของเพื่อนๆ เทรดเดอร์ด้วย




 7  เขาใช้ตัวสแกนหุ้นไหม ?


คุณเอลเดอร์ไม่ได้ใช้ตัวสแกนหุ้นสำเร็จรูป เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่เหมาะกับเขา แต่คุณเอลเดอร์จะใช้เครื่องมือทางเทคนิคมาจับหุ้นตัวที่เขาสนใจซะมากกว่า แล้วค่อยวิเคราะห์ต่อว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร เช่น ถ้าเครื่องมือนั้นส่งสัญญาณว่าราคามีโอกาสจะปรับตัวสูงขึ้น ก็ควรเทรดในฝั่งซื้อ เป็นต้น




 8  ใช้อินดิเคเตอร์อะไรในการซื้อขาย


ปกติจะใช้ MACD Histogram เป็นหลัก เขามักจะมองหาสัญญาณ divergence ระหว่างราคาและแท่ง MACD และจะวิเคราะห์ 2 ไทม์เฟรมควบคู่กัน คือภาพใหญ่และภาพเล็ก โดยวิเคราะห์ในอัตราส่วน 1:5 เช่น หากเขาเทรดในกราฟภาพ day ก็จะวิเคราะห์กราฟใหญ่โดยใช้ภาพ week เพราะ 1 day x 5 = 5 days = 1 week แล้วค่อยเข้าเทรด และใช้เครื่องมือประเภท envelope ในการปิดสถานะ ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้เขาได้เขียนไว้อย่างละเอียดในหนังสือ "ห้องเทรดของผม"


หนังสือห้องเทรดของผม

   สั่งซื้อสินค้า   




 9  เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักทำผิดพลาดเรื่องอะไร และจะหลีกเลี่ยงมันได้ยังไง ?


คุณเอลเดอร์มองว่าตลาดมีความเก่งกว่าเรามาก หากเทรดเดอร์คนไหนมีจุดอ่อนในเรื่องอะไร ตลาดจะหาจุดอ่อนนั้นเจอและเล่นงานเทรดเดอร์คนนั้น แม้เขาจะเขียนกฎหรือข้อควรระวังเป็นร้อยๆ หน้า แต่มันก็ได้ผลแค่ตอนตลาดปิด พอตลาดเปิดเมื่อไหร่ เทรดเดอร์ก็มักสับสนและโดนอารมณ์เล่นงานเสียแล้ว เขาแนะนำให้เทรดเดอร์จดบันทึกการเทรดอย่างละเอียด แต่ละสถานะเข้าหรืออกเพราะอะไร อารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างไร เพื่อให้ทำความเข้าใจจุดอ่อนของเราได้




 10  เขาเริ่มตระหนักได้เมื่อไหร่ว่าความลับของความสำเร็จอยู่ในการจดบันทึก


คุณเอลเดอร์จดบันทึกการเทรดมาเป็นเวลาประมาณ 20 ปี ตอนแรกๆ เขาก็ไม่ได้มองว่ามันสำคัญนัก แต่เริ่มเห็นความสำคัญของมันหลังจากจดบันทึกได้แล้ว 10 ปี ถึงขนาดกล่าวว่า "ถ้าคุณไม่ได้จดบันทึก คุณก็เทรดไม่ได้"




 11  ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะรักษาวินัยได้ ?


ขึ้นอยู่กับบุคคล บางคนใช้เวลาเร็วหน่อย อาจจะ 1-2 ปี แต่บางคนอาจใช้มากกว่าสิบปี การรักษาวินัยไม่ได้อยู่แค่การเรียนรู้การใช้โปรแกรมซื้อขาย เทรดเดอร์คนไหนที่คิดแบบนั้น จะต้องตกเป็นเหยื่อของผู้เชี่ยวชาญในตลาดอย่างง่ายดาย




 12  ลักษณะนิสัยแบบใดจึงจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ


เขามองว่าเทรดเดอร์ต้องมีวินัย และควรมีความรู้ในการเทรดและในทางคณิตศาสตร์อยู่บ้าง เขายังเชื่ออีกว่า เทรดเดอร์คนไหนที่ติดเหล้าติดยาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในการเทรด เพราะเขาจะรับความกดดันไม่ได้ และเมื่อเจอความกดดัน คนที่ติดเหล้าติดยามักจะหลีกหนีความกดดันนั้น

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK, LINE, WEBSITE

INVESTING.in.th — Happy Investing
ร้านหนังสือของนักลงทุน

 

 

  แหล่งอ้างอิง  

INTERVIEW WITH DR. ALEXANDER ELDER: "I WANT TO BE A PSYCHIATRIST IN THE MARKET" : https://www.mql5.com/en/articles/339